เกรซ พัชร์สิตา อธิอนันตศักดิ์ : Eat Pray Love | Issue 163 : MiX Magazine It's man man's world!
เกรซ พัชร์สิตา อธิอนันตศักดิ์ : Eat Pray Love | Issue 163

หลังจากที่ MiX Magazine เคยมีโอกาสได้ร่วมงานกับ เกรซ พัชร์สิตา อธิอนันตศักดิ์ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทาง MiX ได้คอยเป็นกำลังใจ คอยติดตามผลงานของเธออยู่เสมอ และเมื่อถึงจังหวะเวลาที่เหมาะสม เราจึงมีโอกาสได้กลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง และนี่คือการกลับมาถ่ายแฟชั่นในรอบหลายปีของเธอ ภายใต้คอนเซ็ปต์ Healthy Eating ที่เชิญชวนให้เราทุกคนหันมาใส่ใจเรื่องอาหารการกินเพื่อสุขภาพที่ดีกันมากขึ้น พร้อมบทสัมภาษณ์ที่จะมาอัพเดทเรื่องราวในชีวิต พร้อมแชร์ทัศนคติที่น่าสนใจให้เราได้รับรู้กันครับ

“สวัสดีค่ะ เกรซพัชร์สิดา อธิอนันดศักดิ์ ค่ะ”

 

ร่วมงานกับ MiX Magazine เป็นครั้งที่ 2 เกรซรู้สึกอย่างไรบ้าง

เกรซ : เกรซกลับมาร่วมงานกับ MiX Magazine ครั้งที่ 2 นะคะ ร่วมงานครั้งแรกย้อนไปประมาณ 3 - 4 ปีค่ะ ครั้งนี้บรรยากาศในกองสนุกสนาน น่ารัก พี่ ๆ ดูแลดีมาก คอยช่วยเชียร์แบบว่าสวยแล้ว ๆ ขยับตรงนู้นนิด ตรงนี้หน่อย คือเรารู้สึกว่าพอไม่ได้ถ่ายแฟชั่นไปนานบางทีก็ประหม่าเหมือนกัน แต่การกลับมาถ่ายแฟชั่นอีกครั้งกับนิตยาสารที่เรารู้สึกว่าเราสบายใจอย่าง MiX Magazine ที่ทำให้ภาพลักษณ์เกรซออกมาดีมาก มันก็เป็นการทำงานที่รู้สึกดีมาก ๆ ค่ะ

พูดถึงคอนเซ็ปต์แฟชั่น Healthy Eating ให้ฟังหน่อยว่าเป็นอย่างไร

เกรซ : คอนเซ็ปต์การถ่ายแฟชั่น Healthy Eating คือ รวบรวมทุกอย่างเกี่ยวกับสุขภาพ แม้แต่กระทั่งโพสยังไงให้ดูสุขภาพดี ไม่ได้เน้นที่อาหารการกินอย่างเดียว มีผลไม้ประกอบฉาก มีถือองุ่น ถือแอปเปิล ถือส้ม ให้เข้ากับคอนเซ็ปต์ ซึ่งในชีวิตจริงเกรซก็ไม่ค่อยได้ Healthy Eating เท่าไหร่นะคะ การถ่ายแฟชั่นในครั้งนี้ถือว่าปรับเปลี่ยนมุมมองความคิดเกรซได้นิดนึง หรือว่าจริง ๆ แล้วเราต้องใส่ความ Healthy ไปในตัวเองในเรื่องการกิน ว่าจะต้องใส่ใจเรื่องของการกินที่ Healthy ต่อสุขภาพเราบ้าง

แล้วปกติอาหารแบบไหนที่เกรซให้ความสนใจ 

เกรซ : จริง ๆ แล้ว เกรซเป็นคนที่สนุกกับการกินค่ะ ไม่ว่าจะเป็นอาหารมื้อต่าง ๆ รวมไปถึงของหวาน หรือว่าผลไม้ แม้กระทั่งชา กาแฟ เป็นคนที่แบบชอบการตกแต่งจากลักษณะภายนอกก่อน ชอบสีสัน ก็กินอาหารหลากหลายรูปแบบ แต่เป็นคนที่เลือกกินเหมือนกันค่ะแล้วก็กินยากด้วย 

สนุกกับการกินแบบนี้ มีเคล็ดลับอะไรในการดูแลรูปร่าง

เกรซ : จริง ๆ อย่างที่บอกว่าเป็นคนที่เลือกกินมาก สมมุติเรากินชาหรือกาแฟ ก็จะใช้นม Non Fat แทนนมสดทั่วไป และสิ่งที่ดีที่สุดเวลาที่อยากจะลดน้ำหนักตัวเองก็คือการทำอาหารทานเอง มันทำให้เราสามารถควบคุมปริมาณเครื่องปรุงต่าง ๆ ได้ และทำให้เรารู้ว่าเราทานแค่ไหนถึงจะทานอิ่ม เป็นเรื่องง่าย ๆ ที่ทุกคนน่าจะทำได้เหมือนกันค่ะ

เกรซคิดว่าลุคของเราเป็นสาวแบบไหน

เกรซ : อืม... เกรซไม่ใช่แบบ... จะบอกว่ายังไงดี คือได้ทุกลุค จริง ๆ แล้วเราไม่ใช่คนที่แบบสายหวานเลย เป็นสายลุคไม่คุยนานมากกว่า คือเรารู้สึกว่าเราสนุกกับทุกกิจกรรมที่ทำแม้แต่การถ่ายแฟชั่น เพราะฉะนั้นถ้าสมมุติได้คอนเซ็ปต์แบบเซ็กซี่มา เกรซคิดว่าสามารถทำได้ตามโจทย์ที่ได้รับ หรือแม้แต่กระทั่งคอนเซ็ปต์ขี้เล่นนิดนึง หวานนิดนึง เกรซรู้สึกว่าทำได้เหมือนกัน เหมือนว่าเราสนุกกับบุคลิกที่หลากหลายของตัวเองมากกว่า

จากวันแรกของการทำงานในวงการบันเทิงจนถึงปัจจุบัน คิดว่าเรามีการเติบโตขึ้นในแง่มุมได้บ้าง

เกรซ : เกรซทำงานในวงการมาประมาณ 8 ปีแล้ว ถ้าย้อนกลับไป 8 ปีก็จะอยู่ในช่วงมหาวิทยาลัย ปี 1 แบบเรายังใส่ชุดนักศึกษาไปกอง ปวดหัวกับการแบ่งเวลาเรียน กับการทำงาน หนังสือก็ต้องอ่าน พอถึงปี 4 วิทยานิพนธ์ก็ต้องทำ ในขณะที่บทละครก็ต้องจำ มันทำให้รู้สึกว่าเรา Achieve ตัวเองได้ในหลาย ๆ เรื่อง เราสามารถจัดสรรเวลาได้ดีกว่าคนรุ่นเดียวกัน เกรซรู้สึกว่า ณ ช่วงเวลานั้นมันทำให้เรามีความคิดความอ่าน และก็มีเหตุผลที่จะดำเนินชีวิตค่ะ ก็รู้สึกว่า “ได้เปรียบนะ” กับการเริ่มทำงานตั้งแต่เรายังเด็ก

อะไรคือความท้าทายที่เกรซกำลังมองหาอยู่จากอาชีพนักแสดง

เกรซ : เมื่อก่อนเกรซเคยคิดว่าความท้าทายคือบทที่เราได้รับ และเราสามารถที่จะเป็นตัวละครตัวนั้นตามบทที่เราได้รับ แต่ตอนนี้เกรซคิดว่าสิ่งที่ท้าทายกว่าคือการร่วมงานกับคนอื่น ๆ เราได้เจอกับทีมงานใหม่ เราได้เจอกับเพื่อนนักแสดงใหม่

ผลงานการแสดงในช่วงนี้มีอะไรให้เราได้ติดตามบ้าง

เกรซ : มีที่จบไปก็เป็นละครเรื่อง ตะวันอาบดาว และตอนนี้เกรซกำลังถ่ายทำละครอยู่อีก 2 เรื่องค่ะ คือ ปิ่นไพร และ พริกกับเกลือ คาดว่าน่าจะออนแอร์ภายในปีนี้ค่ะ

นอกจากงานแสดง เกรซทำงานด้านจิตอาสาด้วย อยากทราบว่ามีวิธีการจัดสรรเวลาอย่างไร

เกรซ : จริง ๆ แล้ว เดิมทีงานจิตอาสาเกรซจะอาศัยช่วงเวลาว่างจริง ๆ ค่ะ คือพอเราถ่ายละคร 7 วันแล้วทางช่องก็จะให้เลือกวันพักผ่อนประมาณเดือนหรือสองเดือน มันเริ่มจากตรงนั้นที่เรารู้สึกว่าว่างและเราควรทำอะไรดี ระหว่างที่เราพักกองไปแล้วเป็นเดือน ๆ ทีมงานเขาไม่สามารถที่จะถ่ายทำต่อได้ เกรซก็รู้สึกว่าไหน ๆ เวลาตรงนั้นมันเป็นเวลาของส่วนรวมที่ถูกนำมาใช้ เวลาตรงนั้นก็ควรจะต้องทำอะไรที่มีประโยชน์ต่อสังคมต่อส่วนรวมกลับไปเหมือนกันเลยตัดสินใจทำงานด้านจิตอาสาค่ะ 

แต่ว่าพอทำไปทำมา มันเริ่มรู้สึกว่าเราอยากจะลงลึกมากขึ้นในเรื่องของการทำงานด้านจิตอาสา เราอยากจะช่วยคนยังไงให้มันถูกต้องและก็ถูกวิธี ทีนี้ก็เลยไป Test Course เหมือนเป็นการเรียนประถมพยาบาลเบื้องต้น และเรียนในระดับที่มันสูงขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อที่สมมุติว่าในชีวิตประจำวัน เราไปเจออุบัติเหตุ เราสามารถที่จะช่วยเขาได้โดยไม่ต้องลังเลและช่วยได้อย่างถูกต้อง ถูกวิธี และไม่ไปสร้างความบาดเจ็บให้ใครเพิ่มค่ะ ก็เลยแบบเป็นที่มาของการทำงานด้านจิตอาสาค่ะ
อยากให้เกรซเล่าประสบการณ์ดี ๆ ที่ได้รับจากการทำงานจิตอาสาให้ฟังหน่อย

เกรซ : งานจิตอาสามันทำให้เกรซได้เรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตมากขึ้น การทำงานด้านจิตอาสาทำให้เราเห็นทุกรูปแบบของชีวิตค่ะ ไม่ว่าจะเป็น
การเกิด แก่ เจ็บ ตาย การเกิด เราเห็นรอยยิ้มของคนเป็นพ่อเป็นแม่ 
ที่ได้เห็นลูกน้อย ความแก่ คนเราแก่ลง ๆ ทุกวัน ได้เห็นถึงความเสื่อมโทรมของมนุษย์ที่แท้จริง ทั้งภายนอกและจิตใจค่ะ เราได้เห็นถึงความสูญเสียจากการจากไปของใครหลายคน ความสูญเสียทั้งกายและใจ 
มันก็เลยทำให้เรารู้สึกว่า เราจะต้องใช้ชีวิตอย่างมีค่าและก็ไม่ประมาท เรียนรู้กับทุก ๆ ก้าวของชีวิต

ฝากถึงผู้อ่าน MiXMagazine และแฟนคลับของเกรซ

เกรซ : อย่างแรกเลยนะคะ ฝากผลงานการถ่ายแฟชั่นจากทาง MiX Magazine รวมไปถึงฝากติดตามไลฟสไตล์ของเกรซผ่านทาง Instagram รวมถึงช่องทางต่าง ๆ ในการประชาสัมพันธ์ทางช่อง 7 ด้วยค่ะบ๊ายบาย 

สำหรับใครที่ต้องการอ่าน MiX Magazine ฉบับที่ 163 แบบเต็มทั้งเล่ม สามารถ Download ได้ที่นี่เลยนะคะ


Model : Grace Patsita Athianantasak
Photo : Satchaphon Rungwichitsin
Assistant Photo : Chanuwat Hompatoom 
Stylist : Arthita Pariyatikumporn
Assistant Stylist : Chanida Seantaweesuk
Make-up : Torranit Jirasir
Hair : Boathairstyle
Outfit : Insomnia by vara Stores: Siam center, Emporium, [email protected]. Maya Wong . Christina Yamasak New York . IRA Activewear.
Accessory : Haus of Jewelry Stores : Emporium