Mild Orange : The Master of Melting Melodies ท่วงทำนองชุบชูใจ กับสัญชาตญาณดนตรีที่ไร้สูตรสำเร็จ
ท่ามกลางอุณหภูมิที่ร้อนระอุของเมืองไทย บางครั้งสิ่งที่มองหาอาจไม่ใช่แค่บรรยากาศที่เย็นสบาย แต่ยังรวมถึงท่วงทำนองที่ช่วยปลอบประโลมจิตใจให้ผ่อนคลายควบคู่กันไป ด้วยเหตุนี้ MiX Magazine จึงขอพาทุกคนมาทำความรู้จักกับ Mild Orange ศิลปินกลุ่มแนว Dream Pop และ Indie Rock ที่มาพร้อมซาวด์ดนตรีชวนฝันสัญชาตินิวซีแลนด์ ซึ่งปัจจุบันปักหลักสรางสรรค์ผลงานอยู่ที่สหราชอาณาจักร สมาชิกวงประกอบด้วย เมิร์ท (Mehrt), จาห์ (Jah), แบร์รี่ (Barry) และ เจ็ค (Jec)
พวกเขาทั้ง 4 คนคือผู้สร้างสรรค์ Melting Melodies หรือท่วงทำนองที่พร้อมจะหลอมละลายทุกความขุ่นมัวในจิตใจ ด้วยสัญชาตญาณในการทำเพลงแบบไม่มีสูตรสำเร็จ มุ่งเน้นความรู้สึกมากกว่าการตีกรอบด้วยทฤษฎี รวมถึงมุมมองการใช้ชีวิตที่พร้อมจะเติมเต็ม “พลังงานสีส้ม” ให้กับคุณอย่างแท้จริง





สมาชิก Mild Orange : ทอม เคลค์ (Tom Kelk) aka แบร์รี่ (Barry) : เบส / จอช เมห์เทนส์ (Josh Mehrtens) aka เมิร์ท (Mehrt) : ร้องนำ-กีตาร์ / แจ็ค เฟอร์กูสัน (Jack Ferguson) aka เจ็ค (Jec) : กลอง / จอช รีด (Josh Reid) aka จาห์ (Jah) : กีตาร์
Intro : Mild Orange
จุดเริ่มต้นของ Mild Orange เกิดขึ้นในปี 2016 สมาชิกทั้ง 4 คนคือเพื่อนซี้ที่พบเจอและฟอร์มวงร่วมกันอย่างเป็นทางการสมัยเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยโอทาโก (University of Otago) ก่อนเดบิวต์ซิงเกิลแรก “Stranger” ในปี 2017 และปล่อยอัลบั้มเต็มชุดแรก “Foreplay” ในปี 2018 ที่แจ้งเกิดพวกเขาแบบไวรัลด้วยเพลงฮิตอย่าง “Some Feeling”
เมิร์ท : พวกเราคือวง Mild Orange จากนิวซีแลนด์ครับ สไตล์เพลงของพวกเราคือแนวดรีมป๊อป (Dream Pop) และอินดี้ร็อก (Indie Rock) ครับ ซาวด์จะมีความละมุน มีความฟุ้ง ๆ เหมือนอยู่ในฝัน แต่บางครั้งก็มีจังหวะขับเคลื่อนที่หนักแน่น เป็นดนตรีที่เหมาะสำหรับเปิดฟังระหว่างการเดินทาง หรือเปิดฟังเป็นเพื่อนร่วมทางในช่วงจังหวะต่าง ๆ ของชีวิตครับ
แบร์รี่ : สำหรับชื่อวง Mild Orange คำว่า “Orange” (สีส้ม) สื่อถึงความอบอุ่นและความรู้สึกดี ๆ เป็นสิ่งที่ช่วยยกระดับจิตใจ ส่วนคำว่า “Mild” (ความนุ่มนวล) เป็นเพราะพวกเราไม่ได้ทำอะไรที่มันดูพยายามเกินพอดีหรือล้นจนเกินไป มันเลยดูเรียบง่าย สบาย ๆ ชิลล์ ๆ ดีครับ


Track 1 : Orange Energy
เมิร์ท : พูดถึงพลังงานสีส้มที่ทำให้เรามองโลกในแง่ดี หนึ่งในเพลงของพวกเรามีพูดถึงเรื่องนี้ด้วยครับ ชื่อเพลงว่า “This Kinda Day” เป็นเรื่องเกี่ยวกับสภาพอากาศ เรื่องมีอยู่ว่า วันหนึ่งผมป่วยหนักมาก ตอนที่ผมมองออกไปนอกหน้าต่างเหนือชายหาด ผมสังเกตเห็นว่ามีพายุกำลังพัดเข้ามา แล้วพายุมันพัดกระหน่ำชายหาดรุนแรงมาก
แต่นั่นแหละครับคือส่วนหนึ่งของสิ่งที่ทำให้ชายหาดดูสวยงาม คือคุณไม่สามารถมีวันที่ดีได้ทุกวันหรอกครับ ส่วนหนึ่งที่หล่อหลอมชายหาดให้กลายเป็นสถานที่ที่สวยงามคือพายุที่ซัดเข้ามา
ดังนั้น สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิต เราเรียนรู้จากมันและพยายามมองมันในมุมบวก เพราะทุกสิ่งทุกอย่างมันสะสมจนหล่อหลอมให้เราเป็นตัวเราในทุกวันนี้ครับ ซึ่งมันขึ้นอยู่กับมุมมองของคุณด้วยเลยครับ
Track 2 : Melting Melodies
จาห์ : ผมคิดว่าความสำเร็จของอัลบั้มแรกน่าจะเป็นดนตรีที่ฟังสบายและชิลล์ที่สุดเท่าที่พวกเราเคยทำมาเลยครับ ผมว่าจุดนี้แหละที่ดึงดูดผู้คนได้เยอะมาก มันเป็นอัลบั้มที่คุณสามารถเปิดฟังแล้วจะทำอะไรไปด้วยก็ได้ ไม่ว่าจะนั่งเล่นอยู่บ้าน หรือแฮงเอาท์กับเพื่อน มันเหมาะกับสภาพแวดล้อมที่หลากหลายมากครับ
พวกเราโชคดีมากที่ประสบความสำเร็จบน YouTube ส่วนหนึ่งเพราะ YouTuber ที่ชื่อ Alona Chemerys เธอมาจากยูเครน พวกเราโชคดีมากที่เธอช่วยโพสต์เพลงของพวกเรา 2-3 เพลงลงในช่องของเธอตั้งแต่ช่วงแรก ๆ และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ช่วยบูสต์ให้พวกเราเติบโตอย่างรวดเร็วบน YouTube ครับ

Track 3 : The Feel
เจ็ค : สำหรับวิธีการทำงานของพวกเรา มันค่อนข้างขึ้นอยู่กับว่าเราแต่งเพลงเหล่ายังไงครับ ถ้าเราอยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตา ผมว่าเราก็แค่อาศัยความรู้สึกแล้วเริ่มแจมดนตรีกัน บางทีอาจจบลงที่การแจมยาวถึง 15 นาที แล้วเราก็ค่อย ๆ ตีกรอบให้มันเข้าที่เข้าทาง
แต่บางทีเมิร์ทจะเอาเพลงมานำเสนอบนโต๊ะให้พวกเราเลยเหมือนกัน ซึ่งกระบวนการมันก็จะแตกต่างออกไปครับ
เมิร์ท : ในแง่ของทฤษฎี พวกเราไม่มีใครเป็นนักดนตรีที่ผ่านการฝึกฝนมาโดยตรงเลยครับ พวกเรามักจะทำสิ่งต่าง ๆ จากความรู้สึกเป็นหลัก อะไรที่เรารู้สึกว่ามันใช่สำหรับพวกเรา เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคอร์ดนั้นชื่ออะไรบ้าง ผมยังเรียกเฟร็ตบอร์ดกีตาร์ว่าช่อง 1, 2, 3, 4, 5 อยู่เลยครับ แบบว่า “มาเล่นช่อง 5 กันเถอะ” อะไรแบบนี้
ผมคิดว่าการที่เราไม่รู้ตำแหน่งบนคอกีตาร์ หมายความว่าเวลาเราแต่งเพลง เราจะไม่รู้เลยว่าเราไปถึงจุดไหนแล้ว เพราะเราไม่สามารถตีกรอบมันได้ว่า “อ๋อ นี่คือคอร์ด A เข้าคอร์ด D” มันเป็นแค่ความรู้สึกในตอนที่เขียนเพลงที่เราสามารถสื่อสารออกมาผ่านการจับกีตาร์ กลอง หรือเบส แล้วสร้างเสียงที่รู้สึกว่า “ใช่” ในโมเมนต์นั้น
เจ็ค : มันใช้สัญชาตญาณล้วน ๆ ครับ
เมิร์ท : มากกว่าการออกแบบโครงสร้างที่เฉพาะเจาะจง และด้วยโครงสร้างเพลงของพวกเรา ส่วนใหญ่มันก็ไม่ใช่โครงสร้างแบบปกติ เรามักจะไม่ค่อยทำตามสูตร ท่อนเวิร์ส-คอรัส-เวิร์ส-คอรัส-บริดจ์-คอรัส เราลงเอยด้วยการทำเพลงที่บางทีก็ไม่มีท่อนคอรัสเลยด้วยซ้ำ แต่ก็ยังฟังดูติดหูครับ
และด้วยสิ่งนั้น เรามักจะใช้เวลาหลายเดือนในการเขียนเพลงบางเพลง เพราะเราพยายามปะติดปะต่อดีไซน์ที่เราไม่เคยเข้าใจหรือเคยรับมือมาก่อน ดังนั้นพวกมันเลยพัฒนาไปในทิศทางที่ต่างกันตลอดเวลา ไม่มีสูตรสำเร็จในการแต่งเพลงสำหรับพวกเราครับ
Track 4 : Music Spotlight
เจ็ค : แนะนำเพลงของ Mild Orange สำหรับผมคงเป็น “Mood” ครับ
แบร์รี่ : ของผม “Silver Star” ครับ
เมิร์ท : สำหรับผม ผมคิดว่าน่าจะเป็น “Moonglade” ในตอนนี้ครับ มันจับเอาซาวด์แบบคันทรี-ไซคีเดลิกร็อก (Country Psych Rock) ที่พวกเรากำลังอินกันอยู่ และในแง่ของเนื้อเพลงมันก็เหมือนการเดินทาง มันเกี่ยวกับที่ที่เราไปมา เราก้าวข้ามผ่านโลกมาครับ และมันยังเป็นเพลงที่เกริ่นนำสู่อัลบั้มใหม่ “The//Glow” ด้วยครับ
จาห์ : อีกเพลงก็คือเพลง “One” จากอัลบั้มที่สองของเราครับ อย่างที่เมิร์ทบอกไปก่อนหน้านี้ เพลงของพวกเราอาจจะไม่ได้มีรูปแบบโครงสร้างแบบดั้งเดิม เราเล่นคอร์ดเดียวกันทั้งท่อนเวิร์สและคอรัส แต่มันเป็นเรื่องของการเล่นกับไดนามิก การใช้เอฟเฟกต์ และความแตกต่างของเอเนอจี้ที่ใช้ ซึ่งผมคิดว่ามันกลายมาเป็นส่วนสำคัญที่เป็นเอกลักษณ์ในซาวด์ของพวกเราไปแล้วครับ

Track 5 : Zapp!
เจ็ค : ถ้าต้องเขียนเพลงภาษาไทยหรอ นั่นเป็นคำถามที่ดีนะ
จาห์ : ลุยเลยเจ็ค มีไอเดียอะไรไหม?
เจ็ค : “แซ่บ” (Zapp)
เมิร์ท : โอ้ ใช่ แซ่บ! แปลว่าอร่อยใช่ไหม? (Delicious)
เจ็ค : ใช่ เพราะมันเผ็ดร้อนและอร่อยครับ มันแซ่บ!
เมิร์ท : ประสบการณ์ส่วนใหญ่ของพวกเราที่นี่มาจากการกินอาหารที่อร่อยมาก ๆ เลยครับ
Track 6 : Delicious
เจ็ค : พูดถึงอาหารแล้ว เรื่องมันเป็นอย่างนี้ครับ คืนก่อนเราไปที่แถว ๆ เยาวราช ผมจำชื่อร้านไม่ได้ แต่เราได้กินต้มยำกุ้งที่อร่อยมาก ๆ ผมคิดว่านั่นแหละครับ ผมอยากกินแบบนั้นอีก
แบร์รี่ : ก๋วยเตี๋ยวเป็ดก็อร่อยนะ
เมิร์ท : ซุปก๋วยเตี๋ยวเป็ดที่เรากินเมื่อคืนนั้นอร่อยมาก ผัดกะเพราก็ด้วย ทุกอย่างที่เรากินที่นี่มันบ้ามาก มันจะทำให้การกลับไปอยู่ประเทศตะวันตกน่าเบื่อไปเลย นอกจากนี้ น้ำมะพร้าวที่นี่คือดีที่สุดในโลกเท่าที่ผมเคยดื่มมาเลยครับ ผมรักน้ำมะพร้าวและที่นี่มันสุดยอดมาก

Track 7 : Goal
เจ็ค : เป้าหมายของพวกเราหรอ ทัวร์ให้บ่อยขึ้นครับ
จาห์ : ผมคิดว่าก็แค่สานต่อการเติบโตที่เราได้รับประสบการณ์มา เล่นโชว์ให้มากขึ้น ในสถานที่ที่ใหญ่ขึ้น ต่อหน้าคนดูที่มากขึ้น โดยพื้นฐานก็สรุปได้ประมาณนั้นครับ
เมิร์ท : ผมคิดว่าอัลบั้มที่ 5 ซึ่งจะเป็นอีกก้าวหนึ่งสำหรับพวกเรา เป็นอีกวิธีหนึ่งในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ การนำเครื่องดนตรีใหม่ ๆ เข้ามาใช้ และค้นหาอิทธิพลแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ครับ การได้เรียนรู้เครื่องดนตรีชนิดอื่นก็น่าจะเป็นเป้าหมายเหมือนกันครับ
Track 8 : Music Inspire
แบร์รี่ : สำหรับผมโดยส่วนตัวมันคือพื้นที่ในการปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ครับ และการได้ทำสิ่งนั้นร่วมกับเพื่อน ๆ มันเจ๋งมาก มันวิเศษมากครับ ผมแค่สนุกกับการทำเพลง สนุกที่ได้เดินทาง ได้เล่นคอนเสิร์ต และอยากจะทำแบบนั้นต่อไปเรื่อย ๆ ครับ
เจ็ค : การเดินทางเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเราเลยล่ะครับ
เมิร์ท : ผมคิดว่ามันคือความรู้สึกของการได้ค้นพบสิ่งใหม่ ๆ การได้เห็นโลกในมุมมองใหม่ ๆ ได้ยินสิ่งใหม่ ๆ หรือแม้แต่เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เกี่ยวกับตัวเองจากการทำเพลง และคุณก็จะได้พบเจอผู้คนมากมายจากการทำสิ่งนั้นด้วย การได้พูดคุยกับผู้คนและแบ่งปันประสบการณ์ที่ช่วยยกระดับจิตใจ มันทำให้ผมอยากกลับมาทำมันอีกเรื่อย ๆ ครับ
Outtro :
เมิร์ท : พวกเราคือ Mild Orange จากนิวซีแลนด์ คุณสามารถหาพวกเราเจอได้ทุกที่บนอินเทอร์เน็ตเลยครับ แค่ค้นหาคำว่า Mild Orange บน Google, YouTube, Instagram แล้วคุณก็จะเจอพวกเรา ดีใจที่คุณหาพวกเราเจอนะครับ และถ้าคุณเพิ่งรู้จักพวกเรา ก็สวัสดีครับ ขอบคุณครับ



