SMASH IT! WITH FREE SPIRIT หมิว พรปวีณ์ ช่อชูวงศ์
หมิว พรปวีณ์ ช่อชูวงศ์ นักแบดมินตันหญิงมือวางอันดับ 8 ของโลก ผู้ฝากผลงานในการเป็นตัวแทนทีมชาติไทยไปคว้าเหรียญให้ประเทศมาแล้วหลากหลายแมตช์ โดยล่าสุดเธอได้ตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวที่จะก้าวเดินต่อบนเส้นทางอาชีพนี้ในฐานะนักกีฬาอิสระ พร้อมตั้งเป้าหมายถึงการคว้าชัยในสนามแข่งขันระดับโลกและไม่ยอมถอดใจแม้จะต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรคต่าง ๆ มากมาย ด้วยยึดมั่นแล้วว่าการได้เล่นแบดมินตันจนถึงทุกวันนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องดี ๆ ที่สุดในชีวิต

นักแบดมินตันหญิง Top 8 ของโลก
มันรู้สึกดีใจและภูมิใจในตัวเองมาก ๆ กับการเป็นตัวแทนนักแบดมินตันหญิงไทยบนท็อป 8 ของโลกค่ะ ซึ่งพอย้อนกลับไปก็คิดว่าไม่ง่ายเลยที่นักกีฬาคนหนึ่งจะขึ้นมาถึงจุดนี้ได้ เลยยังอยากจะทำผลงานให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ ต่อไปอีก (ยิ้ม)
ย้อนเวลากลับไปสู่จุดเริ่มต้น
หมิวเริ่มเล่นแบดมินตันตั้งแต่อายุ 4 ขวบค่ะ ตอนเด็ก ๆ คุณพ่อคุณแม่อยากให้เป็นนักกีฬาอะไรก็ได้สักอย่างหนึ่ง พวกเขาบังคับเลยว่าถ้าไม่เล่นกีฬาก็ต้องเรียนให้หนักเพื่อโตไปจะได้มีอาชีพที่มั่นคง แต่ส่วนตัวเราเป็นคนไม่ค่อยชอบเรียนเท่าไหร่ เลยตั้งใจตีแบดแล้วหนีเรียน (หัวเราะ)

จุดแข็งบนสนามแข่งขัน
จุดแข็งของหมิวคือ “สู้” ค่ะ เพราะบนสนามมันต้องสู้ทั้งกับตัวเองและคู่ต่อสู้ กว่าที่เราจะได้แต่ละแต้ม กว่าที่เขาจะได้แต่ละแต้ม เราไม่อยากเสีย เขาเองก็ไม่อยากเสีย มันเลยต้องเคี่ยวให้ถึงที่สุด เนื่องจากความยากของแบดมินตันคือไม่มีสูตรสำเร็จในการบอกว่าทำแบบนี้แบบนั้นแล้วจะชนะ บนสนามมันมีอิสระในการที่เราจะทำอะไรก็ได้เพื่อคว้าแต้ม แล้วเขาจะทำอะไรเราก็ได้เพื่อรับแต้มไปเหมือนกัน
มั่นใจให้เท่ากับที่เปิดรับ
เราเป็นคนที่มั่นใจในตัวเอง แต่ความมั่นใจนี้มันก็มีทั้งผลดีและผลเสียค่ะ เพราะครั้งหนึ่งเราเคยมั่นใจในวิธีการตีแบดของตัวเองมาก ๆ แล้วพอลงแข่งดันเอาชนะคู่ต่อสู้ไม่ได้เลย นั่นกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้รู้สึกว่าการตีแบดในแบบวิธีที่คิดมันยังไม่ถูกที่สุด เราต้องปรับและเพิ่มสิ่งใหม่ ๆ เข้ามาให้หลากหลายมากขึ้นเพื่อคู่ต่อสู้จะจับทางเราไม่ได้
หมิวคิดว่าบางทีเราอาจจะมั่นใจมากเกินไป แต่ถ้ามีคนตำหนิหรือตักเตือนก็ควรรับฟังแล้วแก้ไข เพราะในจุดนี้เราจะมองไม่เห็นตัวเอง ต้องการคนมาช่วยปรับให้เข้าที่เข้าทาง และคอยเตือนว่าสิ่งนี้ควรทำหรือไม่ควรทำค่ะ
ความคาดหวังที่มาพร้อมความผิดหวัง
จริง ๆ รู้สึกว่าตัวเองไม่ใช่คนเครียดหรือซึมเศร้าง่ายนะ แต่พอเข้ามาเป็นนักกีฬาแล้วมันมีความคาดหวังสูง และเราเองก็ได้รับความผิดหวังมาค่อนข้างเยอะเหมือนกัน วิธีจัดการล่าสุดจะคุยกับนักจิตวิทยาที่สามารถให้เราได้ระบายเพื่อปลดปล่อยตัวเอง ก่อนจะก้าวต่อไปให้ดีขึ้นค่ะ

อุปสรรคสำคัญคือร่างกาย
ครั้งล่าสุดหมิวมีอาการบาดเจ็บที่น่องซ้ายค่ะ จริง ๆ มันฟื้นตัวแล้วนะ แต่พอกลับไปเล่นอีกก็ยังมีอาการเดิมและเป็นแผลตรงจุดเดิม วนอย่างนี้ประมาณ 3 - 4 เดือน ที่ใช้ระยะเวลาในการฟื้นตัวนานเพราะร่างกายเราถือว่าอยู่ในช่วงที่อายุเข้า 28 ปีแล้ว มันจะเริ่มฟื้นตัวช้า เราก็ต้องใจเย็นกับมันและใช้ความอดทนมาก ๆ
เป้าหมายต่อไปคือ Olympic 2028
จริง ๆ ภายในปี 2026 วางเป้าหมายเพื่อโฟกัสรายการชิงแชมป์โลกค่ะ แต่ช่วงนี้มีอาการบาดเจ็บอยู่ เลยอาจจะต้องใช้เวลาหน่อย แต่ว่าในระยะยาวก็มองไปถึงการเข้าร่วมโอลิมปิก 2028 เพราะหมิวอยากได้เหรียญโอลิมปิกค่ะ แล้วหลังจากนั้นอาจจะดูแพลนชีวิตอีกทีว่าร่างกายไหวไหม เรายังมีแพสชันที่อยากจะตีแบดต่อหรือเปล่า ขอดูเป็นปีต่อปีแล้วกันค่ะ
ยังไม่หมดหวังบนเส้นทางนี้
ครั้งหนึ่งที่เคยคิดว่าอยากจะเลิกเล่นแบดคือช่วงโอลิมปิก 2024 ค่ะ ปีนั้นเรามีโอกาสจะได้เข้าร่วม แต่ว่าเกิดอุบัติเหตุเอ็นไหล่ฉีก ทำให้ไม่สามารถแข่งขันหรือทำคะแนนสะสมเพื่อจะไปโอลิมปิกได้ มันเป็นอะไรที่น่าเสียใจ แต่ก็บอกกับตัวเองว่าเรายังมีโอกาสที่จะเล่นต่อ ถือเป็นอะไรดี ๆ ในชีวิตแล้วกันที่ยังเล่นแบดจนถึงตอนนี้ (ยิ้ม)

ร่วมงานกับ MiX ครั้งแรกในคอลัมน์ Winning Aura
มันเป็นแคมเปญที่หมิวยังไม่เคยทำ แต่ละชุดอาจจะไม่เคยใส่ด้วยซ้ำ เลยรู้สึกดีใจและตื่นเต้นที่ได้มาเปลี่ยนลุคบ้าง จะได้เห็นในมุมใหม่ ๆ ของเรามากขึ้นค่ะ ดังนั้นฝาก “Winning Aura X หมิว พรปวีณ์” ไว้ด้วยนะคะ เพราะหมิวเองก็อยากเห็นแคมเปญนี้ของตัวเองเหมือนกัน (ยิ้ม)



