ริชชี่ อรเณศ ดีคาบาเลส นักแสดงสาวผู้มีความสุขทั้งกาย ใจ จิต ตัวแทนแห่ง “The Way of Being Alive ปรับชีวิตใหม่ให้ใจสมดุล”

ริชชี่ อรเณศ ดีคาบาเลส นักแสดงสาวผู้มีความสุขทั้งกาย ใจ จิต ตัวแทนแห่ง “The Way of Being Alive ปรับชีวิตใหม่ให้ใจสมดุล”

     ริชชี่   อรเณศ  ดีคาบาเลส นักแสดงสาวทายาทดอยปู่หมื่นแห่งชุมชนลาหู่ ผู้เปรียบเสมือนตัวแทนของความสุขสมดุลทั้งกาย ใจ จิต จน MiX ต้องขอดึงตัวเธอมาขึ้นปกเพื่อถ่ายทอดธีม “The Way of Being Alive ปรับชีวิตใหม่ให้ใจสมดุล” พร้อมนั่งพูดคุยและอัปเดตทุกเรื่องราวผ่าน Lifestyle, Love and Happiness ในแบบฉบับของตัวเธอเอง เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งบทสัมภาษณ์ที่อ่านเมื่อไหร่ก็รู้สึก Healthy เมื่อนั้นจริง ๆ

จากก้าวแรกถึงวันนี้ มาได้ไกลกว่าที่คิด

     ช่วงแรกเข้าใจว่าแค่มาถ่ายหนัง 2-3 เดือนเสร็จก็กลับบ้านไปใช้ชีวิตปกติค่ะ แต่หลังจากแคสติงผ่านมันต้องไปเวิร์กช็อปต่อเยอะมาก แล้วผู้กำกับเขาก็บอกไม่ต้องเล่นโซเชียลนะ ให้โฟกัสแค่งานเท่านั้นพอ หนูเลยได้รู้กระแสอีกทีตอนหนังออนแอร์แล้ว...

     หนูเข้าไปอ่านดูใน Pantip และเห็นกระแสวิจารณ์เยอะมาก ๆ ทางผู้ใหญ่ก็คงคิดไว้ก่อนว่าถ้าไปเจอจะเป็นยังไง เขาเลยบอกให้เรารู้ว่าโอเคนะ ทำดีที่สุดแล้ว ฟังแค่เขาพอ เขาเป็นคนสร้างหนังเรื่องนี้ แต่ตัวหนูเองกลับรู้สึกผิดมากเพราะรู้ว่ากระบวนการทำงานทุกอย่างเตรียมกันมายาวนาน ซึ่งมันมีบางคอมเมนต์ที่อ่านแล้วก็คิดว่าเป็นเพราะตัวเราเองหรือเปล่า ถึงทำให้งานที่ทุกคนตั้งใจต้องถูกต่อว่า 

เปลี่ยนคำวิจารณ์ให้เป็นการพัฒนา

     ปกติหนูจะไม่ค่อยคุยไม่ค่อยเจอคนค่ะ เพราะตั้งแต่เด็กจะอยู่แค่กับครอบครัวไม่ก็แบดมินตัน แล้วพอมีความคิดเห็นเยอะ ๆ ของคนอื่นที่คอยวิจารณ์ นั่นเป็นครั้งแรกในชีวิตที่นอนไม่หลับจริง ๆ ทั้งที่นักกีฬาแบบหนูหลับง่ายมาก จำได้ว่าคืนนั้นถึงจะบอกไม่เป็นไร แต่ตี 2 แล้วก็ยังไม่นอนเลย  

     ด้วยความที่เป็นนักกีฬามาก่อนเลยคิดว่าเมื่อตั้งใจทำอะไรเต็มร้อยที่สุดแล้ว ถ้าโค้ชบอกโอเคเท่ากับมันโอเค แต่งานนี้ดันไม่ได้โอเคอย่างที่คิดค่ะ มันยากกว่านั้น ต่อให้จะคิดว่าตั้งใจมาก ๆ แต่เมื่อดูจากคำวิจารณ์แล้วก็คงไม่ใช่ มันไม่เหมือนกับการเล่นกีฬาที่ฝึกมากพอจะได้ผลลัพธ์ดี ๆ เพราะการแสดงทุกอย่างขึ้นอยู่กับคนดู

     หนูรู้สึกไม่มั่นใจและคิดว่าตัวเองชอบโดนด่า เวลาละครออนแอร์ก็เลยจะไปไล่อ่านว่าคนเขาคอมเมนต์อะไรอีกไหม แล้วมีอยู่เรื่องหนึ่งที่แทบไม่มีเลย ซึ่งมันตลกมากที่พยายามเลื่อนหาแล้วคิดว่าไม่จริงอะ ปกติต้องโดนด่าตลอดแต่ทำไมอันนี้ไม่มี (หัวเราะ) ดังนั้นหนูเลยมองว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่คนยอมรับแล้ว นั่นคือจุดที่พัฒนาขึ้นค่ะ

“ริชชี่” คนเดิม เพิ่มเติมสดใสขึ้น

     อันที่จริงรู้สึกว่าตัวเองยังคล้าย ๆ เดิมนะคะ แค่เมื่อก่อนอาจจะห่วงความเป็นส่วนตัวไปหน่อย อยากให้เฉพาะคนสนิทหรือคนที่รักเราจริง ๆ เท่านั้นได้เห็นมุมนี้ แต่มีช่วงหนึ่งที่ทุกคนรอริชชี่กลับมาสดใสอีกครั้ง เลยคิดว่าคงต้องโชว์ให้เห็นว่าตอนนี้โอเคดี อยากให้มีความสุขไปด้วยกัน แล้วเราก็รู้สึกสนุกที่จะได้แชร์โมเมนต์พวกนี้ด้วยค่ะ เพราะสำหรับหนูแฟนคลับเหมือนคนในครอบครัวที่คอยเป็นห่วงเราตลอดและอยากจะซัปพอร์ตไม่ว่าเศร้าหรือสุข  

ขอบคุณจากใจด้วย Love Language ในแบบ “ริชชี่”

     พระคัมภีร์ประจำวันมันเหมือนเป็น Love Language ในแบบของเราค่ะ เพราะนี่คือสิ่งดี ๆ ในชีวิตที่หนูมีแล้วอยากแชร์ให้คนอื่นด้วย บางทีอาจจะอ่านยากหน่อย แต่ถ้าใครที่อ่านแล้วเข้าใจก็หวังว่ามันจะเป็นประโยชน์

     หนูอยากขอบคุณจริง ๆ ค่ะ ความรักของทุกคนสำหรับหนูมันเหมือนของขวัญที่พระเจ้าประทานให้ในช่วงเวลาแย่ ๆ ทุกอย่างที่ทุกคนมอบให้มันมีค่ามาก ไม่อยากให้ต้องมาทุกข์ใจเพราะหนูเลย แล้วหวังว่าจะสร้างผลงานให้ทุกคนได้ติดตามและมีความสุขไปด้วยกันนะ เพราะถ้ามีโอกาสเจอกันก็อยากแบ่งปันสิ่งดี ๆ ให้แบบนี้ไปอีกนาน ๆ (ยิ้ม) 

เพราะครอบครัวสำคัญที่สุด

     หนูสนิทกับครอบครัวมาก ๆ เพราะตั้งแต่เด็กจะอยู่กับแม่และพี่สาวตลอดค่ะ อันที่จริงก็มีเพื่อนที่น่ารักเยอะแยะเลยนะ แต่เราจะชอบบอกว่าเป็นเพื่อนกันแค่ในห้องเรียนพอ เวลาส่วนตัวขอใช้มันกับครอบครัวดีกว่า (หัวเราะ) ดังนั้นเวลามีเรื่องอะไรส่วนใหญ่ก็เลยจะคุยแค่กับคนในครอบครัว

     ที่คิดอย่างนี้เพราะตอนเด็กคุณแม่เคยเล่าว่าคุณตาท่านเสียไวมากจนไม่มีโอกาสได้อยู่ด้วยกัน หนูเลยบอกตัวเองตลอดว่าทุกเวลามีค่า อยากอยู่กับครอบครัวให้มากที่สุดและไม่อยากกลับมาเสียใจทีหลังว่าทำไมไม่ได้ใช้เวลาด้วยกันค่ะ

ทายาทดอยปู่หมื่นแห่งชุมชนลาหู่

     คุณทวด “ปู่หมื่น” ท่านคือผู้นำชุมชนที่เคยเป็นทหารปกป้องแถวตะเข็บชายแดน ชาวบ้านก็เลยเรียกบริเวณนั้นตามชื่อของท่านว่า “ดอยปู่หมื่น” ค่ะ ส่วนคุณยายของหนูเป็นลูกสาวคนโตของท่าน ได้แต่งงานกับคุณตาที่เป็นชาวจีนและดูแลดอยปู่หมื่นต่อ แล้วถัดมาถึงจะเป็นเจนเนอเรชันของคุณแม่กับพี่น้องอีก 11 คนช่วยกันรับช่วงทำไร่ชา กาแฟ โฮมสเตย์ ท่องเที่ยว และอีกหลายอย่างในปัจจุบัน ซึ่งตัวหนูเองก็รู้ตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วว่าจะต้องสานต่อค่ะ เพราะชอบฟังสตอรี่ของครอบครัวที่คุณแม่เล่าให้ฟังว่ามันคือความภาคภูมิใจและมีเกียรติ

     ที่นี่พวกเราไม่ได้ไปเปลี่ยนแปลงอะไรมากเพราะอยากรักษาระบบนิเวศทุกอย่างไว้ ดังนั้นมันเลยยังมีความเป็นธรรมชาติและเหมาะกับกิจกรรมแนวแอดเวนเจอร์ ซึ่งคงเป็นไลฟ์สไตล์ที่อาจจะไม่ได้ถูกกับคนไทยเท่าไหร่ ทำให้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นต่างชาติค่ะ แต่ถ้าใครชอบความสงบ ชอบธรรมชาติ อยากหนีความวุ่นวายไปอยู่เงียบ ๆ บนดอยจะอากาศดีและเย็นทั้งปีนะคะ หนูเคยพาคนรู้จักไปช่วงเมษายนเขาก็บอกว่าชิลมาก นั่งอ่านหนังสือได้ทั้งวัน ไม่รู้สึกร้อนเลย

ปรับชีวิตใหม่ให้ใจสมดุล

     ถ้าดูแลแบบภายนอกทั่วไป หนูจะพยายามออกกำลังกายและหลับดี ๆ เพราะการนอนมันสำคัญมากค่ะ ส่วนถ้าเป็นเรื่องของจิตใจ หนูจะชอบอ่านข้อพระคำของพระเจ้าและอธิษฐาน เพราะน้าที่เป็นมิชชันนารีคอยช่วยเตือนตลอดว่าออกกำลังกายจนร่างกายแข็งแรงแล้ว จิตวิญญาณเราแข็งแรงด้วยไหม ไม่ใช่ว่าข้างนอกทุกอย่างดูดีแต่ข้างในไม่โอเคนะ 

นิยามชีวิต นิยามความสุข

     ความสุขของหนูคือการที่ยังได้มีชีวิตอยู่ต่อค่ะ เพราะรู้ว่าจะต้องทำอะไรอีกหลายอย่างให้มันดีขึ้น ทั้งอยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง พัฒนาตัวเอง แก้ไขสิ่งที่เราผิดพลาดไป หรือแม้กระทั่งพยายามเป็นในแบบที่คัมภีร์ไบเบิลบอกให้มากที่สุด ซึ่งหนูรู้สึกว่าการที่เรายังมีชีวิตอยู่เท่ากับยังมีโอกาสที่จะได้ทำสิ่งเหล่านั้น

ร่วมงานกับ MiX ครั้งแรกรู้สึกยังไงบ้าง

     ทีมงานน่ารักมาก ๆ เลย แล้วอันที่จริงก็ยังไม่เคยแต่งชุดสไตล์นี้มาก่อน รู้สึกว่ามันดูโตขึ้นและได้เห็นตัวเองในลุคใหม่ ๆ ด้วย ทุกคนที่รออยู่น่าจะชอบนะคะ หวังว่าจะมาซัปพอร์ตกันเยอะ ๆ กับ MiX Magazine ฉบับที่ 208 ธีม “The Way of Being Alive ปรับชีวิตใหม่ให้ใจสมดุล” พรีออเดอร์ได้ในเดือนพฤษภาคมนี้ค่ะ (ยิ้ม)


Credit นางแบบ : ริชชี่ อรเณศ ดีคาบาเลส ช่างภาพ : กิตติเดช เจริญพร ผู้ช่วยช่างภาพ : นิพนธ์ ทรัพย์หลาย, รัฐภูมิ บุญทา สไตลิสต์ : กรรณานุช กันยามัย ผู้ช่วยสไตลิสต์ : กิตติภูมิ เอียดทอง เสื้อผ้า เครื่องประดับ : @nichpbrand @missmodern_official @pattricia.a.garde

ริชชี่ อรเณศ ดีคาบาเลส นักแสดงสาวผู้มีความสุขทั้งกาย ใจ จิต ตัวแทนแห่ง “The Way of Being Alive ปรับชีวิตใหม่ให้ใจสมดุล”