One of Thailand’s Popular YouTube Creators : กฤษณ์ บุญญะรัง

profile

One of Thailand’s Popular YouTube Creators : ธุรกิจสร้างความสุข 

กฤษณ์ บุญญะรัง 

คุณกฤษณ์ บุญญะรัง หรือ ที่เรารู้จักในชื่อ บี้เดอะ สกา เขามีชื่อเสียงจากการเป็น Creators ช่อง Youtube  “Bie The Ska” ซึ่งมีผู้ติดตาม 8 ล้าน Subscribe!!! เรียกได้ว่ามากที่สุดคนหนึ่งของประเทศไทย จากจุดเริ่มต้นการทำคลิปเพื่อความสนุกสนาน จนถึงวันนี้เขาได้สร้างอาณาจักรเอนเตอร์เทนเมนต์ของตัวเอง คือบริษัทเดอะสกาฟิล์ม จำกัด ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จอย่างสูงทั้งในเรื่องของรายได้และความนิยมจากผู้ติดตามชม

“การทำคลิปในช่วงแรกของผมมาจาก ความสนุกของตัวเองกับคนรอบข้างเหมือนสโลแกน ที่ผมบอกเสมอว่า “รู้ไหมเวลาที่เพื่อนยิ้มผมโคตรมีความสุขเลย” ตอนนั้นไม่มีแนวทางเรื่องของเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง คือทำมาประมาณ 5 ปี รายได้จาก Youtube หรือสปอนเซอร์ไม่มีเลย แต่ที่อยู่ได้เพราะผมแทบไม่มีต้นทุนในการผลิต กล้องก็ยืมเพื่อน เพียงแต่ใช้ไอเดียของเราเองซึ่งมีต้นทุนต่ำมาก 

“พอทำคลิปมาเรื่อย ๆ ก็มีจุดเปลี่ยนสำคัญคือคลิปล้อเลียนเพลงกังนำสไตล์ซึ่งได้รับความนิยมสูง ทำให้เริ่มเห็นโอกาสทางการจ้างมากขึ้น สปอร์นเซอร์ก็สนใจโฆษณาสินค้า เมื่อเรามีฐานแฟนคลับ เขามีสินค้าก็มาร่วมมือกัน หลังจากนั้นโอกาสทางธุรกิจมาหลายทางเลย เช่นจากการโปรโมทสินค้า และมีอีเว้นต์ด้วย ก็เลยคิดว่าต้องจริงจังกับงานนี้ ก่อนหน้านั้นผมมีความคิดว่าจะกลับไปทำงานประจำหรือจะมาทำธุรกิจตรงนี้อย่างจริงจังดี ซึ่งผมเลือกอย่างหลัง”

ปัจจุบันบริษัทเดอะสกาฟิล์ม จำกัด มีพนักงานราว 20 คน เป็นบริษัทดิจิตอลมีเดียเฮาส์ผลิตคอนเทนส์ที่ตอบโจทย์กลุ่มคนดู แบรนด์สินค้าและตัวของเขาเอง โดยในบริษัทไม่ได้มีแค่ช่อง Bie The Ska เท่านั้น แต่มี Creators ผลิตคอนเท้นท์ช่องอื่นด้วยเช่น Epic Toys, The Snack, เพลินพุง ฯลฯ 

“ผมมองว่าเราเป็นเหมือน Start Up ที่มีการพัฒนาจนถึงระดับหนึ่ง มาวันนี้การทำคลิปไม่ใช่เอาแต่ความสนุกอย่างเดียว แต่ต้องนึกถึงผู้สนับสนุนด้วย ถ้าทำแบบไม่วางแผนในระยาวอาจไปได้ไม่ไกล เพราะมันมีปัจจัยหลายอย่างเช่นเรื่องของต้นทุน เราจึงต้องมีเรื่องของธุรกิจเข้ามาเกี่ยวข้อง ถ้าเราทำด้วยความมันเอายอดวิวแต่ไม่เอาสปอร์นเซอร์ก็ไม่ได้ ถ้ามองระยะยาวถึงการเติบโตขององค์กรต้องนึกถึงตรงส่วนนี้ด้วย

“ความต่างจากการเป็น Creators กับเจ้าของบริษัทมันเป็นเรื่องของสเกล ช่วงเริ่มต้นผมทำคลิปแค่คนเดียวถ่ายเองตัดต่อเอง แต่พอมันโตขึ้นเราต้องหาผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทั้งในเรื่องของตากล้องคนตัดต่อคลีเอทีฟอาจไปถึงบัญชี เรามีทีมการขาย ทีมวางแผนธุรกิจ มีผู้จัดการที่ดูภาพรวม รวมไปถึงธุรกิจขายของที่ระลึกเราต้องค่อย ๆ ขยายออกไป 

“ส่วนปัญหาในการทำงานของผมมันมีความยากคือคนเยอะขึ้นเราต้องจัดการบริหารให้เป็น เราจะทำอย่างไรให้พวกเขาดึงศักยภาพตัวเองออกมา แล้วทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ ความยากคือเราทำยังไงก็ได้ให้ทีมเดินหน้าไปด้วยกัน เราก็ค่อย ๆ ปรับ แล้วสร้างวัฒนธรรมองค์กรขึ้นมาจนสามารถทำงานเป็นทีมได้

“จริง ๆ ภาพที่ออกมาเราอาจดูสนุกแต่ความจริงเบื้องหลังเราก็มีความเครียดอยู่ มันเกิดจากเวลาที่จำกัดและความคาดหวัง แล้วเราต้องตีโจทย์เพื่อขายของให้ได้สำหรับแบรนด์ ต้องตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าแล้วคนติดตามหรือซื้อของเขามากขึ้นรึเปล่า

“การทำงานของผมมีสูตรสำเร็จ ซึ่งอาจไม่ใช่ความลับอะไร อย่างแรกคือความสม่ำเสมอ มันทำให้เราโตขึ้นมาได้ไม่ใช่ว่าผมทำคลิปแล้วดังในช่วงข้ามคืน ผมเริ่มจากคนดูน้อย ๆ แล้วค่อย ๆ มากขึ้นเรื่อยๆ อย่างตอนนี้ผมทำคลิปปล่อยออกมาทุกวันอังคาร ศุกร์ เสาร์ คือต้องมาตลอดไม่ให้ขาด อย่างที่สองเราต้องทำในสิ่งที่รักเพื่อเราจะสามารถทำมันได้อย่างยาวนานไมใช่เพื่อเงินอย่างเดียว ข้อสุดท้ายการพัฒนาตัวเอง เราอย่ายึดติดว่าเราทำคลิปแบบนี้แล้วคนดูเยอะ วันต่อมาเราก็ทำแบบเดิม แต่วันหนึ่งเราทำอะไรที่เหมือนเดิมคนจะเบื่อซึ่งเราจะไปติดกับดักของตัวเองได้

“ส่วนการทำคลิปที่ออกมาเป็นจำนวนมากในหลายปีที่ผ่านมา หลายคนอาจคิดว่าผมจะเริ่มตัน แต่ผมยังมีไอเดียหลายอย่างให้เล่นอีกเยอะ การคิดงานไม่ออกเพราะเราไปตีกรอบตัวเองมากเกินไป ความจริงพื้นที่ออนไลน์หรือ Youtube มันออกแบบมาเพื่ออิสระทางความคิดใครจะเอาคอนเทนต์มาใส่หรือจะทำอะไรลงไปก็ได้ แต่มันต้องมีกรอบขีดการรับได้ของสังคม ซึ่งวัฒนธรรมของไทยและต่างประเทศไม่เหมือนกัน 

“วันนี้เดอะสกาฟิล์มเป็นบริษัทดิจิตอลมีเดียเฮ้าส์ ซึ่งผมมีความฝันว่าเราจะยกระดับในฝั่งอุตสาหกรรมออนไลน์ ทำคอนเทนต์ Creators ให้สูงขึ้นเทียบเท่าระดับ Mainstream ที่ใคร ๆ ก็เข้ามาสนใจทั้งคนดูรวมถึง
ตัวแบรนด์สินค้า โดยคอนเทนต์ที่เรากำลังทำตอนนี้คือเชิง Story เป็นหนังสั้นเล่าเรื่องที่น่าสนใจ

“อีกส่วนหนึ่งคือการผลักดัน Creators ผมอยากทำเป็นโรงเรียนสอน ผมขอตั้งชื่อว่าเป็น The Ska Space พื้นที่นี้จะเปิดโอกาสให้กับ Creators หน้าใหม่เข้ามาใช้ได้ ไม่ใช่มีแต่เรื่องทำคอนเทนต์อย่างเดียวแต่มีสอนในเรื่องของธุรกิจด้วย ตัวผมเองมีประสบการณ์ตรงนี้อยู่แล้วจึงสามารถถ่ายทอดประสบการณ์ความรู้ให้กันได้ มันเป็นพื้นที่ที่ Creators ได้มาพบปะกันทำให้มีคอนเทนต์ใหม่ ๆ ตรงนี้คือการก้าวไปข้างหน้าของเดอะสกา ฟิล์ม ซึ่งจะขยายใหญ่ต่อไปในอนาคตครับ” 

TEXT : Passaponge Prerajirarat
PHOTO : Sutchaphon Rungwichitsin

Back Issue