Someone | สุขกายสุขใจในแบบ อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ | Issue 164 : MiX Magazine It's man man's world!
Someone | สุขกายสุขใจในแบบ อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ | Issue 164

คลาสเรียนโยคะในปัจจุบันมีอยู่อย่างมากมาย แต่โยคะเองจะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก ตั้งแต่ขั้นเบสิคจนขั้นแอดวานซ์ ส่งผลให้ผู้ฝึกสอนมีเพิ่มมากขึ้นตามอุปสงค์ แต่การจะหาคนที่เชี่ยวชาญเบอร์ต้น ๆ ของ เมืองไทย และมีธรรมะนำชีวิต ตรงนี้สิน่าสนใจกว่า

วันนี้เราได้มีโอกาสมาพูดคุยกับครูสอนโยคะที่มีความเก่งควบคู่กับธรรมนำชีวิต อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ หรือที่คนรู้จักในนามป้าจิ๊ ถึงแนวความคิดและการใช้ชีวิตที่เป็นแบบอย่างให้กับคนในสังคมสมัยนี้ได้เป็นอย่างดี


“ปัจจุบันมีหลายคนมักจะบอกว่า “อย่าฝึกนะโคยะมันอันตรายมาก” แต่โยคะเนี่ย มันอยู่มา 5,000 ปีแล้ว ถ้าอันตรายคงไม่อยู่ยาวขนาดนี้ มีแต่เรานี่แหละที่ทำตัวเองผิด เพราะฉะนั้นสิ่งที่ป้าจะย้ำตลอดเลย เวลาที่ฝึกโคยะจะต้องเคารพร่างกายของตัวเอง ทำเท่าที่เราทำได้ อย่าทำมากเกินไป มันไม่ใช่วันนี้ที่ทำได้ ร่างกายของเราเปรียบเหมือนเป็นหนังสติ๊กที่เหนียว ๆ แข็ง ๆ ไม่เคยได้เหยียด ไม่เคยยืด ไม่เคยดึงเลย แล้วมาวันหนึ่งเราอยากจะดึงมันให้มันยืดมาก ๆ ก็อาจทำให้ขาดได้ อันนี้เป็นอันที่ป้าก็จะถ่ายทอด 

 

“โยคะอยู่ที่ไหนก็สามารถฝึกได้ แต่จะต้องมั่นใจว่ามีคนสอน ถ้าสมมุติว่าเราไม่เคยฝึกมาก่อนจะอันตราย แต่ถ้าสมมุติว่าเวลาที่จะสอน เราก็จะนำท่าง่าย ๆ แค่ให้ได้หายใจ ให้ได้เหยียด ให้ได้ยืด มาสอน เพราะถ้าเกิดสมมุติว่าอะไรที่มันยากมากเกินไปแบบนี้ พอเวลาปฏิบัติเองจะเกิดอันตรายมาก 

 

“ป้าไม่กินเนื้อวัวตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 ปี พ.ศ. 2527 ไม่กินทุกเนื้อสัตว์ แต่ไข่จะต้องกิน เพราะเวลาป้าไปกองถ่ายอย่างเมื่อก่อนนี้ ถ้าเกิดไม่กินไข่ คนเขาจะลำบากนะ จริง ๆ แล้วเท่าที่ป้าเห็นคนที่ฝึกโคยะ พอนาน ๆ ไปก็จะมาเป็น มังสวิรัติแทบทั้งนั้น เพราะว่ารู้แล้วในเนื้อสัตว์ประเภทไหน เครื่องในประเภทไหน ที่มันจะเป็นอันตราย 


“ตัวป้าเองไม่ได้ไปคิดอะไรแบบนั้นก่อน แต่การทำอะไรก็ตามมันจะเหมือนปิดสวิตช์ เหมือนแบบปิดไฟเลยปิดก็ดับเลย แบบเลิกเลยแบบนั้นมันก็รู้สึกดีกับตัวเอง ส่งผลดีกับตัวเองคืออาหารมันย่อยไม่ยาก ไม่งั้นทำงานก็หนัก อาหารก็ย่อยยาก อืด เฟ้อ เรอ เหม็นเปรี้ยว และพอไม่กินมันก็มีความรู้สึกมันง่ายมาก เพราะชีวิตเราชอบอะไรง่าย ๆ เคล็ดลับสุขภาพดีของป้าจิ๊เองไม่ได้มีแค่เพียงการปฏิบัติโยคะเท่านั้น เพราะป้าจิ๊เองยังมีกิจกรรมอื่น ๆ ช่วยเสริมสุขภาพทางด้านร่างกายและจิตใจ ทั้งการเดินและการปั่นจักรยาน ที่อยากจะบอกต่อ


“ป้ามีอีกสิ่งหนึ่งที่ทำสำหรับตัวเอง ทำแล้วก็พยายามกระตุ้น บอกทุกคนว่าสามารถทำได้ นั่นก็คือการเดิน เวลาป้าออกเดิน ป้าจะจับเวลาจับก้าวป้าจะเดินไม่ต่ำกว่าหมื่นก้าว ก็จะประมาณชั่วโมงกว่า เป็นการเดินแบบจริง ๆ จัง ๆ เลย เดินออกกำลังกายเลย บางคนเขาก็ถนัดที่จะเดินบนเครื่อง แต่ของป้าเวลาทำป้าไม่ได้เดินบนเครื่อง ป้าก็จะเดิน
ไปตามซอย เดินนู่นนี่ แต่ว่ามันอยู่บริเวณที่ไม่มีผู้คนมาก คือเราเป็นคนรักการออกกำลังกาย เพราะฉะนั้นไม่ใช่ว่าทำไรไม่ได้ก็จะไม่ทำเลย 

 

“อีกอันหนึ่งที่ป้าทำตลอด แต่ว่าเกิดโควิด-19 เสียก่อน นั่นก็คือการปั่นจักรยาน ป้าปั่นจักรยานและป้าจะปั่นเข้าไปตามสวน บ้านป้าจะอยู่ที่แถว ๆ ใกล้ ๆ กับสวนเมืองนนท์ 
เวลาปั่นมันดีมากเลย จิตใจสงบ สบายใจ เห็นวิถีชีวิตชาวบ้าน เวลาเราปั่นจักรยาน เราก็อยากเห็นแบบนี้ เลยอยากจะทำตลอด จริง ๆ เวลาที่เราออกกำลังกาย มันดีกับตัวเราเอง อย่าไปเป็นภาระกับใคร เราเจ็บไข้ได้ป่วย ทำให้จิตใจเราห่อเหี่ยวนะ ไปหาใครไปเจอใครตรงไหนก็ไม่มีใครอยากจะเจอความจริงเรื่องของศรัทธาในธรรมะป้าจิ๊ก็มีมานานแล้ว จึงสามารถสื่อสารออกมาได้อย่างน่าสนใจผสมผสานกับการสอนโยะคะได้อย่างน่าสนใจ และยังเผื่อแผ่ไปยังคนรอบข้าง

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

A post shared by Gee Paiboonsuvan (@gee_yoga) on


“ส่วนบ้านหลังใหม่ของป้าอยู่ที่ นครชัยศรี ป้าจะเปิดบ้านทุกเดือน และนิมนต์พระอาจารย์มา ก็จะถวายเพล และก็สวดมนต์ เวลาที่ทำบุญป้าไม่ได้ทำเฉพาะตัวป้า ก็จะมีคนในหมู่บ้านมาร่วมบุญด้วยและก็มีเด็กนักเรียนที่อยู่ตามละแวกบ้าน ครูก็จะพามาเพราะว่า ทุกปลายปีป้าจะมีการให้ทุนการศึกษา และก็จะมี Connection กับโรงเรียน ป้าให้ทุน
การศึกษามาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2532 ป้าทำมาโดยตลอดเลย 


“เด็กมาอย่างน้อยเด็กมาเจอพระ มาเห็นพระ เขายังไม่รู้อะไรเยอะหรอก แต่ว่าเขาอยากจะมา เพราะป้ามีของให้ มีอาหารให้ได้กินได้มาฟังพระและพระก็สอน เอาแค่ให้รู้ ศีล 5 ก็ดีแล้ว พื้นฐานของคนเราไม่ทำผิดศีล 5 ชีวิตก็จะดีถึงขนาดไหนแล้วก็ไม่รู้ 


“สมัยนี้ไม่มีการสอนธรรมมะในโรงเรียน วิชาศีลธรรมไม่มีแล้ว เมื่อก่อนนี้ทุกคนจะต้องได้สวดมนต์ตอนเย็นวันศุกร์ แต่ด้วยการศึกษาไม่ได้เอื้อด้วย สิ่งเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่ไปโน้มน้าวจิตใจเด็กให้อ่อนโยน ให้รู้สึกว่าเค้าพึ่งพาตนเองได้ ป้าก็จะทำทุกเดือน ตั้งแต่ โควิด-19 ทำไม่ได้เพราะว่าเราไม่ได้เปิดบ้าน เด็กมาทีหนึ่ง 30 - 50 คน ตอนนี้ก็เลย
จะเปลี่ยนใหม่ จะถวายเพลอย่างเดียว ส่วนของที่จะให้ก็จะจัดเป็นชุด ไม่ได้เป็นของสุก แต่เป็นของดิบ อย่างเช่น ข้าวสาร น้ำมัน

 


“โควิด-19 มันจะทำให้คนใส่ใจสุขภาพมากขึ้นว่าเดิมมาก ๆ ลองสังเกตก่อนนี้ว่าใครหวาดระแวงใครบ้าง ต่างคนต่างใส่หน้ากากอนามัย แล้วก็เวลาเราเดินใกล้ใคร คนนี้ไม่ใส่
อะไรเลยสักอย่าง หน้ากากก็ไม่ใส่ อะไรก็ไม่ใส่ แล้วเอาอะไรมาติดฉันบ้างไหมเนี่ย และอีกอย่างหนึ่งคือ คนหนึ่งจามแต่ละครั้ง ก็กระจายเป็นวงเลย ก็มองกันอย่างหวาดระแวง ว่ามันจะมีโรคไหมเนี่ย เพราะว่าฉะนั้นมันมี ความตระหนักเกิดขึ้นมา ทำให้เริ่มตระหนัก แต่เราก็ไม่ได้ตื่นเต้นอะไร 


“ฉะนั้นทุกคนจะต้องมีวินัยของตนเอง มาตรการต่าง ๆ ที่เค้าให้เราทำเนี่ย มันเพื่อตัวเราเอง เพราะฉะนั้นก้มหน้าก้มตาทำไป มันดีกับตัวเราเอง ไม่ไปติดโรคและไปติดกับคนที่บ้าน” 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

A post shared by Gee Paiboonsuvan (@gee_yoga) on

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

A post shared by Gee Paiboonsuvan (@gee_yoga) on


Khow Her 
•    นอกจากนี้แล้วป้าจิ๊ยังเป็นผู้พิพากษาสมทบ ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดปทุมธานี
•    สามารถติดตามป้าจิ๊ได้ที่ https://www.instagram.com/gee_yoga/?hl=th