Design : The Unfinish Business - Temple Expiatori de la Sagrada Família | Issue 164 : MiX Magazine It's man man's world!
Design : The Unfinish Business - Temple Expiatori de la Sagrada Família | Issue 164

ช่วงที่ผ่านมาผมได้เขียนบทความเกี่ยวกับงานออกแบบ ที่เป็น Concept Art หรืองานออกแบบที่ออกแบบเสร็จแล้วแต่ยังไม่สร้างหรือผลิต ออกมาจริง อยู่มากมายหลายบทความ ที่นำ Concept Art มาเขียนนำเสนอหลาย ๆ บทความนั้น เป็นเพราะเห็นว่าเป็นแนวคิดการออกแบบ ที่น่าสนใจ และมีความเป็นไปได้ในภาคธุรกิจ ในภายภาคหน้า เพราะในวงการการออกแบบนั้น มีการแข่งขันสูง และนักออกแบบน้อยคนนักที่จะได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มอุตสาหกรรมในร่วมทุนผลิตออกจำหน่าย

ที่กล่าวมาข้างต้นทั้งหมดทำให้เราได้ทราบว่า มีงาน Concept หลายงาน ที่ยังไม่ได้สร้าง แต่ครั้งนี้ ผมขอนำเสนองานออกแบบสถาปัตยกรรมที่ได้ “สร้างแล้วแต่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์” และกินเวลาในการสร้างยาวนานที่สุดให้กับผู้อ่านได้รับชมบ้างครับ

ครับสิ่งที่ผมกำลังพูดและกล่าวถึงนี้คือสถานที่แห่งหนึ่งที่มีชื่อว่า Temple Expiatori de la Sagrada Família หรือ มหาวิหาร “ซากราดา แฟมิลิอา” ในแคว้นกาตาลุญญา เมืองบาเซโลนา ประเทศสเปน ออกแบบโดย Antonio Gaudi (อันโทนิโอ เกาดี้) สถาปนิกชื่อก้องโลกชาวสเปนเช่นกัน

โบสถ์ ซากราดา แฟมิลิอา แห่งนี้ได้เริ่มสร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1882 เกาดี้สถาปนิกนักออกแบบได้กำหนดการออกแบบเอาไว้ในให้เป็นในแนว “มูดาร์นิซมา” ซึ่งเป็นงานศิลปะเฉพาะถิ่นและเป็นนวศิลป์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของกาตาลุญญา ซึ่งนวศิลป์ดังกล่าวนี้ก็ได้ ผสานแบบ Installation เข้ากับโครงสร้างของโบสถ์ที่มีขนาดใหญ่นั่นเอง ซึ่งโบสถ์ ซากราดา มีกำหนดการก่อสร้างหอคอยทั้งหมดถึง 18 หอคอย แต่ด้วยเป็นสถาปัตยกรรมที่มีขนาดใหญ่และมีความยากในการก่อสร้าง ที่ต้องมีความละเอียดในการคำนวณการรับน้ำหนักทุกขั้นตอน การก่อสร้างจึงกินระยะเวลามาอย่างเนิ่นนาน แม้กระทั่งผู้ออกแบบเองอย่าง เกาดี้ ก็ได้เสียชีวิตไปก่อน โดยเกาดี้ได้ใช้เวลาอยู่กับโครงการนี้ถึง 40 ปีจนกระทั่งเสียชีวิตจากการถูกรถรางชนในปี ค.ศ. 1926 ซึ่งศพของเขานั้นก็ถูกฝังอยู่ในโบสถ์แห่งนี้ด้วย

ภายหลังการเสียชีวิตของเขา ผู้ร่วมงานของเขาและสถาปนิกอื่น ๆ ยังคงสานต่อโครงการโดยอาศัยรูปถ่าย ภาพร่าง และแบบจำลอง ที่เกาดีทำไว้ แต่แล้วในปี ค.ศ. 1936  โครงการก็ต้องหยุดชะงักเพราะสงครามกลางเมืองในสเปน ห้องใต้ดินและแบบจำลองอย่างละเอียดได้ถูกเผาทำลายไปจนหมด

เมื่อสิ้นสุดสงครามทีมงานก็กลับมาทำงานกันต่อ โดยอาศัยภาพร่าง ภาพถ่ายและแบบจำลองอื่น ที่หลงแหลือและรอดพ้นจากการถูกทำลาย มาทำการก่อสร้างต่อ ซึ่งก็ไม่ใช่แบบจำลองที่สมบูรณ์เท่าใดนัก แต่กาลเวลามักอยู่เคียงข้างความพยายามเสมอ ภายหลังวิทยาการออกแบบเริ่มก้าวหน้าขึ้น มีการนำเอาการนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการสร้าง และจำลองงานออกแบบทำให้เกิดความง่ายในการสานต่อการก่อสร้างไปอย่างมาก

กาลเวลา แรงสมองและแรงกายของนักออกแบบจากรุ่นสู่รุ่น ได้ส่งต่อพลังใจในการสร้างมาเรื่อย ๆ จากแต่เดิม ที่มีกำหนดการก่อสร้าง  18 หอคอย ปัจจุบันสร้างแล้วเสร็จไป 8 การก่อสร้างดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้ว 50 % และยังคงเหลืองานที่ต้องสานต่ออีกมาก ซึ่งจากการคาดการณ์คาดว่าจะแล้วเสร็จสิ้นอย่างสมบูรณ์ในปี 2026 หรืออีก 6 ปี ข้างหน้า นับเวลาทั้งหมดของการก่อสร้างทั้งหมดจำนวน 144 ปี นับเป็นหนึ่งงานก่อสร้างที่กินระยะเวลายาวนานที่สุดในโลก

แม้ว่าจะเป็นงานออกแบบที่กินเวลายาวนาน และมีการออกแบบ ที่แปลกตา แต่มหาวิหารแห่งนี้ ได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศสเปน ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวกว่า 2.2 ล้านคน ให้เดินทางมายังเมืองแห่งนี้นั่นเอง