Trendy Corner : Mango Mojito | Issue 164 : MiX Magazine It's man man's world!
Trendy Corner : Mango Mojito | Issue 164

สำหรับคุณสุภาพบุรุษการแต่งตัวให้ดูดีการเลือก MiX & Match เสื้อผ้าหน้าผมรองเท้าให้เข้ากัน ก่อนออกไปพบปะผู้คนถือเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เพราะลุคที่ดูดีย่อมสร้างความประทับใจ แรกพบให้กับผู้คนได้อยู่เสมอ และหากตอนนี้คุณมีเหตุให้มองหารองเท้าทรงคลาสสิกดี ๆ ไว้ใส่เข้าคู่กับชุดเก่ง คอลัมน์ Trendy Corner ขอแนะนำให้รู้จักกับ Mango Mojito แบรนด์รองเท้าสไตล์คลาสสิกสัญชาติไทยที่คุณไม่ควรพลาด

Mango Mojito ถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการในปี 2011 โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากการท่องเที่ยวของผู้บริหาร ที่ทำให้เห็นรองเท้าที่มีคุณภาพที่ดีทั่วโลกและมีไอเดียอยากที่จะสร้างแบรนด์รองเท้าคุณภาพเทียบเท่าต่างประเทศ เพื่อให้คนไทยมีโอกาส ได้สวมใสรองเท้าดี ๆ ในราคาที่จับต้องได้นั่นเอง

จุดเด่นของ Mango Mojito คือการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพ นำมาประกอบสร้างเป็นรองเท้าอย่างประณีตทุกขั้นตอนด้วยฝีมือช่างไทย ทำมือ คู่ต่อคู่หลังจากได้รับออเดอร์ โดยยังมีการใช้เทคนิคการเย็บพื้นรองเท้าแบบ Goodyear Welt หรือการเย็บสองชั้น เพื่อให้รองเท้ามีความ ทนทานสูง และใช้เทคนิคการแต่งสีรองเท้าแบบ Patina ที่นิยม ใช้กันในยุโรป ส่งผลให้รองเท้าของแบรนด์ มีคุณภาพสูง ทนทาน รูปลักษณ์หรูหราและคลาสสิก ในเวลาเดียวกัน

และสำหรับร้าน Mango Mojito ที่ทุกคนเห็น ในคอลัมน์นี้ คือสาขา Gaysorn Village ซึ่งสาขานี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของ The Artisans’ Royal Club หรือคลับสำหรับคุณสุภาพบุรุษ สถานที่ที่รวบรวมแบรนด์ที่มีความชำนาญในแต่ละด้านของสุภาพบุรุษ ประกอบด้วย Truefitt & Hill เป็นร้านตัดผมที่เก่าแก่ที่สุดในโลกเปิดมาตั้งแต่ในปี 1805, Selvedgework ความเชี่ยวชาญของการผลิตผ้ายีนส์มากกว่า 30 ปี, Notch กับความเชี่ยวชาญในต้นตระกูลของการเป็นช่างตัดสูทที่ส่งต่อกันมาจนถึงปัจจุบันกว่า 50 ปี และ Duke (Contemporary Art Space & Cigar Bar) ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านเครื่องดื่มทุกชนิดไม่ว่า จะเป็น ไวน์ และ วิสกี้ เป็นต้น

ซึ่งภายในคลับได้มีการตกแต่งให้ภาพรวมของแต่ละร้านดูมีความใกล้เคียงกันจากการใช้สีน้ำตาล สีกรมท่า เน้นใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้ ทำให้ภาพรวมของคลับมีดูคลาสสิกนั่นเอง

สำหรับพื้นที่ของ Mango Mojito ร้านมีพื้นที่ใช้สอยกว้างยาวเป็นรูปสี่เหลี่ยม มีการนำชั้นรองเท้ามาตั้งขนานผนังสองฝั่งยาวตรงไปถึงด้านใน มีโต๊ะไม้ตั้งอยู่พื้นที่ส่วนกลางร้านไว้จัดแสดงสินค้า ปิดท้ายด้วยเคาน์เตอร์บริการซึ่งตั้งอยู่ส่วนในสุดของร้าน

หากพูดถึง Mango Mojito แน่นอนว่าสิ่งแรก ที่ทุกคนนึกถึงก็คือรองเท้า โดยรองเท้าที่เรานำมาให้รู้จักกันก็คือรุ่น Masterpiece Penny Loafer และ Masterpiece Captoe Oxford รองเท้าทรงคลาสสิกคุณภาพสูง โดยมีวัตถุดิบหลักเป็นหนังลูกวัว ส่งผลให้รองเท้าทั้งสองคู่นี้มีความยืดหยุ่น สบายเท้า สามารถ MiX & Match สวมใส่ได้ในทุกสถานการณ์ ทั้งลุคชิลล์หรือทางการ หล่อเท่ได้อย่างไม่มีปัญหา

และปิดท้ายกันที่รุ่น Sustainable Slippe จุดเด่นของคู่นี้คือการนำเส้นใยรีไซเคิลที่เหลือใช้ในอุตสาหกรรมแฟชั่น นำไปย้อมสีธรรมชาติที่ชุมชนแห่งหนึ่งในจังหวัดสกลนคร ถักทอเส้นใยออกมาเป็นผ้าลายน้ำไหลผืนใหญ่ ก่อนนำมาตัดเย็บเป็นรองเท้า ซึ่งถือเป็นการเปิดโอกาสและกระจายรายได้ให้กับชุมชนต่างจังหวัด ลดการสร้างขยะจากอุตสาหกรรมแฟชั่น และช่วยสืบสานภูมิปัญญาไทยให้คงอยู่คู่สังคมยุค 4G

นอกจากทั้งหมดที่กล่าวมา Mango Mojito ยังมี Sneaker และสินค้าอื่น ๆ ได้แก่ เข็มขัด กระเป๋าสตางค์ ให้ลูกค้าได้เลือกสรรด้วยเช่นกัน

และเนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทางแบรนด์ได้พัฒนาช่องทางการซื้อขาย ออนไลน์เพื่อรองรับลูกค้าที่ต้องการซื้อสินค้า แต่ไม่สะดวกเข้ามาที่หน้าร้าน สำหรับลูกค้าที่อยู่ห่างจากหน้าร้านสาขาต่าง ๆ ไม่เกิน 15 กิโลเมตร จะมีบริการส่งเจ้าหน้าที่ไปวัดขนาดเท้าเพื่อหาไซส์ที่เหมาะสม โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย หากเกินจากนั้นหรือเป็นลูกค้าที่อยู่ต่างจังหวัด ทางแบรนด์ยินดีส่งรองเท้าจำนวนสามไซส์ไปให้ลูกค้าได้ลองสวมใส่ โดยมีค่ามัดจำสินค้าเต็มจำนวนทั้งสามคู่และพร้อมคืนเต็มจำนวนหลังจากลูกค้าส่งรองเท้าคืนกลับมา

นอกจากนี้ทางแบรนด์กำลังมีโปรเจ็กต์ที่จะเกิดขึ้นในเดือนกันยายนนี้ คือ Just Swap & Rent สำหรับคนที่อยากเทิร์นรองเท้าคู่เก่า หากรองเท้าของคุณ มีสภาพที่ดีสามารถนำมาแลกเปลี่ยนเป็นส่วนลด ในการซื้อคู่ใหม่ได้ และในเดือนตุลาคม ทางแบรนด์กำลังจะเปิดบริการให้ลูกค้าได้เช่ารองเท้าไปสวมใส่ชั่วคราวอีกด้วยครับ

How to go
Mango Mojito สาขาห้างสรรพสินค้า Gaysorn Village ชั้น 1 เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00 น. ถึง 19.00 น. โทร. : 0-2252-7262  เว็บไซต์ : mango-mojito.com หรือ Facebook : MANGO MOJITO นอกจากนี้ทางแบรนด์ยังมีร้านอยู่ที่ สยามสแควร์ ซอย 2 เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 12.00 น. ถึง 21.00 น. : 0-2658-1435 และ Siam Paragon ชั้น 2

Photo : Satchaphon Rungwichitsin