The Future of The Automobile : รถยนต์ราคาเป็นมิตรในปี 2020 แถมประหยัดน้ำมันจนเราต้องแนะนำ Issue 161 : MiX Magazine It's man man's world!
The Future of The Automobile : รถยนต์ราคาเป็นมิตรในปี 2020 แถมประหยัดน้ำมันจนเราต้องแนะนำ Issue 161

2020 Value Car of The Year : รถยนต์ราคาเป็นมิตรในปี 2020 แถมประหยัดน้ำมันจนเราต้องแนะนำ โดยขอไล่เรียงจากราคา ไม่ใช่การจัดอันดับ

Mitsubishi Mirage รุ่น GLS-LTD CVT
เครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบเรียง ขนาด 1.2 ลิตร MIVEC ให้กำลังสูงสุด 78 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 100 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อมระบบช่วยดับเครื่องยนต์ขณะติดไฟแดง Auto Stop & Go ไมเนอร์เชนจ์ด้านหน้าใหม่ทรง Dynamic Shield, ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ Bi-LED ดีไซน์ใหม่ พร้อมไฟ DRL LED, กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ตกแต่งด้วยแถบสีแดง, กันชนหน้าใหม่ และไฟท้ายใหม่แบบ LED ที่ตกแต่งให้เป็นรูปตัว L, กันชนท้ายใหม่ และล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 15 นิ้ว ใส่มาตรวัดการขับขี่แบบ High Contrast 
มีระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมช่วยชะลอความเร็ว, ระบบป้องกันการเหยียบคันเร่งโดยไม่ตั้งใจ, ไฟ Welcome Light และ Coming Home Light, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบควบคุมการทรงตัว ASC, ระบบเบรก ABS/EBD/BA, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA และระบบไฟกระพริบฉุกเฉินอัตโนมัติ ESS
ราคา: 619,000 บาท

Nissan Almera VL 
เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 3 สูบ รหัส HRA0 ความจุ 1.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 100 แรงม้า ที่ 5,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 152 นิวตัน-เมตร ที่ 2,400-4,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ Xtronic CVT พร้อม D-Step Logic และเติมน้ำมันได้สูงสุดถึง E20 โดยรุ่นสูงสุด VL กลายเป็นอีโคคาร์รุ่นท็อปราคาดีที่จัดเต็มเรื่องออปชั่น เริ่มจากไฟหน้า LED พร้อม Signature Light, ไฟตัดหมอกคู่หน้า LED, กระจังหน้าทรง V-Motion, ไฟท้ายแบบ Signature Light พร้อมไฟเบรก LED, กระจกมองข้างปรับ-พับด้วยไฟฟ้า, ที่ปัดน้ำฝนแบบตั้งเวลาหน่วง และล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติ และมาตรวัดเรืองแสง Fine Vision Meter แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว พร้อมมาตรวัดแบบ Analogue มีระบบเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์ด้านหน้า, ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ, ระบบเตือนจุดอับสายตา, ระบบเทคโนโลยีตรวจจับวัตถุด้านหลังรถขณะถอย และกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง 
ราคา: 639,000 บาท

Toyota Yaris, Yaris Ativ High 
เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.2 ลิตร รหัส 3NR-FKE ใหม่ ให้กำลังสูงสุด 92 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที (เพิ่มขึ้นจากเดิม 6 แรงม้า) แรงบิดสูงสุด 109 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบต่อนาที (เพิ่มขึ้นจากเดิม 1 นิวตัน-เมตร) ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i พร้อม S-Mode กับระบบดับเครื่องยนต์อัตโนมัติขณะติดไฟแดง Stop & Start System โดยรุ่นใหม่มีไฟหน้าโปรเจคเตอร์ พร้อม LED Light Guiding เปิด-ปิดอัตโนมัติ พร้อมระบบ Follow-Me-Home, ไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED, ไฟตัดหมอกหน้า เพิ่มแถบโครเมียม ตกแต่งกระจังหน้ากับกันชนหน้า เบาะนั่งแบบสปอร์ตหุ้มหนังตกแต่งด้วยตะเข็บสีแดง,​ พวงมาลัยและหัวเกียร์หุ้มหนัง, แผงคอนโซลตกแต่งด้วยสีดำ Piano Black ชุดมาตรวัดกับจอแสดงข้อมูลการขับขี่ MID แบบสี TFT ขนาด 4.2 นิ้ว เบาะนั่งด้านหลังปรับพับแยก 60:40 ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง, ระบบควบคุมการทรงตัว VSC, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบเสริมแรงเบรก BA และระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC
ราคา: 649,000 บาท

Honda City Turbo RS 
เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 3 สูบ VTEC TURBO ความจุ 1.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้า (PS) ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 173 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000-4,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT และรองรับเชื้อเพลิงทางเลือก E20 มาพร้อมกับไฟหน้าแบบ LED, กระจังหน้าสีดำ Gloss Black พร้อมสัญลักษณ์ RS, ไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED 
ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว กับกระจกมองข้างปรับ-พับด้วยไฟฟ้าครอบสีดำ, ระบบปัดน้ำฝนแบบหน่วงเวลา รวมถึงเสาอากาศครีบฉลาม ภายในห้องโดยสารเบาะนั่งหุ้มหนังสลับผ้าเย็บด้วยด้ายสีแดง ถุงลมนิรภัยรอบคัน 6 ตำแหน่ง ระบบควบคุมการทรงตัว VSA, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA, สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติ ESS, กล้องมองภาพขณะถอยหลังปรับได้ 3 ระดับ และระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยคู่หน้า
ราคา: 739,000 บาท

Suzuki Ciaz RS 
เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ รหัส K12B ความจุ 1.2 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 91 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 118 นิวตัน-เมตร ที่ 4,800 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT ในรุ่น RS และเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ ในรุ่น GL เป็นการปรับไมเนอร์เชนจ์ในรอบหลายปีของ Suzuki Ciaz RS เพิ่มเติมความหรูหรามากขึ้น ด้วยกันชนหน้า-หลัง กับกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ LED พร้อมไฟหรี่ LED รวมถึงชุดแต่งสปอร์ตอันประกอบด้วยสเกิร์ตหน้า ข้าง หลัง และสปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรก เพิ่มเบาะหุ้มหนัง กับหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay กับ Android Auto และระบบนำทาง, กล้องมองภาพขณะถอยหลัง, พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นหุ้มหนัง, ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ, ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง และกุญแจ Keyless Entry พร้อมปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์
ระบบความปลอดภัยบน Ciaz มีถุงลมนิรภัยคู่หน้า ระบบเบรก ABS/EBD เซ็นเซอร์ถอยหลัง และกล้องมองหลัง ซึ่งน้อยกว่าคู่แข่งทุกคันในกลุ่ม ข้อนี้ใครที่ซีเรียสคงไม่ค่อยถูกใจเท่าไหร่นัก
ราคา: 675,000 บาท

Mazda 2 XDL-XDL Sport 
เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 105 แรงม้า (PS) ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 250 นิวตัน-เมตร ที่ 1,500-2,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดเช่นกัน และใส่ระบบ GVC Plus เพื่อช่วยให้การขับขี่มั่นใจในทุกเส้นทาง
เพิ่งไมเนอร์เชนจ์ปรับหน้าตาภายนอกภายในใหม่ ซึ่งในรุ่น XDL ซีดาน กับ XDL Sport แฮทช์แบ็ค มอบไฟหน้าโปรเจคเตอร์ LED ปรับระดับอัตโนมัติ ไฟท้าย กันชนหน้า-หลัง และล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว ทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นดีไซน์ใหม่ทั้งหมด
ภายในห้องโดยสารเน้นความหรูหรามากขึ้น ระบบความปลอดภัยติดตั้ง i-ACTIVSENSE ให้ครบถ้วนในรุ่นท็อปสองตัวถัง ได้แก่ ระบบแจ้งเตือนรถในมุมอับสายตา, ระบบเตือนรถในมุมอับขณะถอยหลัง, กล้องมองภาพรอบคัน พร้อมเซ็นเซอร์กะระยะหน้า-หลัง ส่วนถุงลมนิรภัยมีเพียงคู่หน้าเท่านั้น และระบบเบรกต่างๆ รวมถึงออปชั่นระบบควบคุมการทรงตัวกับป้องกันล้อหมุนฟรีมีเป็นมาตรฐาน
ราคา: 799,000 บาท

MG HS
เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบขนาด 1.5 ลิตร ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ TST (Twin Clutch Sportronic Transmission) แบบ 7 สปีด ให้พละกำลังสูงสุดถึง 162 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดที่ 250 นิวตัน-เมตร ในรอบที่ต่ำเพียง 1,700 รอบต่อนาที โดยสามารถทำความเร็ว 0 ถึง 100 ได้ในเวลาไม่ถึง 10 วินาที พร้อมรองรับน้ำมัน E85 โดยรุ่น X มาพร้อมปุ่มปรับโหมดการขับขี่ที่สามารถปรับรูปแบบการขับขี่ได้ถึง 4 โหมด คือ โหมด Normal สำหรับการขับขี่แบบทั่วไป โหมด Eco เพื่อการประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น โหมด Sport เพื่อเพิ่มความสนุกในการขับขี่ และโหมด Custom ที่สามารถเลือกรูปแบบการขับขี่ได้ตามต้องการ
มีระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ Advanced Driver Assistance Systems (ADAS) มากถึง 7 ระบบประกอบด้วย ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ IHC (Intelligent High-Beam Control) ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์คันหน้าในขณะขับขี่ FCW (Forward Collision Warning) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC (Adaptive Cruise Control) ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning) ระบบช่วยควบคุมรถเมื่อรถจะออกนอกเลน LDP (Lane Departure Prevention) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LKA (Lane Keep Assist) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ TJA (Traffic Jam Assist) 
ราคา: รุ่น C 919,000 บาท รุ่น D 1,019,000 บาท


อ่าน Scoop : The Future of The Automobile เพิ่มเติม 

- The Future of The Automobile : Intro

- Are We Running Out of Oil? : หรือพลังงานจะหมดโลก / การค้นพบปิโตรเลียม (น้ำมันเชื้อเพลิง)

Alternative Energy : พลังงานทดแทนในรูปแบบต่าง ๆ

- Showroom Distancing : ปรับกลยุทธ์ฝ่าวิกฤต / โปรโมชั่นจากค่ายรถ ข้อเสนอเดียวกับ Motor Show 2020‎

- บทสัมภาษณ์ ชายผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ MG : พงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์

5 สุดยอดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่จะออกมาอวดโฉมในปี 2020

รถยนต์พลังงานไฟฟ้า EV 100% ที่น่าสนใจ และมีจำหน่ายในประเทศไทย