นิสสัน | Go Anywhere | ตะลุยมาเลเซีย ลุยโหด ครบรส ไปได้ทุกที่ : MiX Magazine It's man man's world!
นิสสัน | Go Anywhere | ตะลุยมาเลเซีย ลุยโหด ครบรส ไปได้ทุกที่

นิสสัน ประเทศไทย พร้อมสื่อมวลชน 78 คนจากทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมผจญภัย เป็นเวลา 8 วัน 7 คืน มีระยะทางรวมกว่า 2,000 กิโลเมตร ตะลุยรอบประเทศมาเลเซีย

การทดสอบขับภายใต้ธีม “Go Anywhere” หรือ “ลุยได้ทุกที่” ของนิสสัน ผ่านภูมิประเทศที่หลากหลายของมาเลเซียจัดขึ้นเพื่อทดสอบรถยนต์นิสสันที่ผลิตขึ้นจากฐานการผลิตในประเทศไทย โดยเส้นทางรอบประเทศมาเลเซียสามารถพิสูจน์สมรรถนะ ความสะดวกสบายในการขับขี่ และเทคโนโลยีอัจฉริยะจากการใช้งานจริง ของนิสสัน เทอร์ร่า นิสสัน นาวารา และนิสสัน เอ็กซ์เทรล สภาพเส้นทางที่ผสมผสานถนนลาดยาง ถนนโค้งบนภูเขา หรือการผจญภัยแบบออฟโรด

เราออกเดินทางจากกรุงเทพฯไปยังมาเลเซีย ช่วงวันที่ 26-28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ มายังท่าอากศยานนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ เป็นช่วงที่ทั่วโลกกำลังตื่นตัวในโรคระบาดโควิด-19 ทางทีมงานทิสสันประเทศไทยก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ มีมาตรการรักษาความปลอดภัยด้วยการมอบแมสปิดจมูก และเจลแอลกอฮอล์ล้างมือให้กับสื่อมวลชนตลอดทั้งทริป เมื่อถึงสนามบินนานาชาติกัวลาลัมเปอร์การทดสอบก็เริ่มขึ้นทันที

กิจกรรมทดสอบในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อพิสูจน์สมรรถนะของรถยนต์นิสสันในแต่ละรุ่น ไปตามจุดหมายปลายทางที่น่าตื่นเต้นเร้าใจสำหรับการเดินทางที่เต็มไปด้วยความท้าทาย เส้นทางและสภาพการขับขี่ที่มีเอกลักษณ์ตามลักษณะภูมิประเทศ เขตเมืองสำคัญมีการจราจรหนาแน่นในช่วงเช้าและบ่าย การเดินทางรอบประเทศมาเลเซียจึงเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมาก

ทริปนี้เป็นการเดินทางไปทดสอบสมรรถภาพของรถยนต์ครั้งแรกของผู้เขียนเอง แล้วยังเป็นทริปในต่างประเทศ ซึ่งเป็นทริปที่เร้าใจและน่าตื่นเต้น แต่ก็ใจชื้นนิดนึงเมื่อการจราจรที่ประเทศมาเลเซียเป็นแบบพวงมาลัยขวาและขับรถชิดทางด้านซ้ายเช่นเดียวกับประเทศไทย

การทดสอบในวันแรกเราได้ขับนิสสัน เทอร์ร่า รถอเนกประสงค์อัจฉริยะแบบตัวถังบนแชสซีส์รุ่นใหม่จากนิสสัน ที่รวมสุดยอดสมรรถนะการขับขี่ เข้ากับเทคโนโลยีขั้นสูง ถูกออกแบบและพัฒนาให้สามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 7 คน ด้วยเบาะนั่งแถวที่สองที่สามารถพับเก็บได้ และด้วยแนวคิด นิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี (Nissan Intelligent Mobility) สุดยอดเทคโนโลยีทันสมัยที่ช่วยเสริมความปลอดภัยให้แก่ผู้โดยสารทุกคน และด้วยระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ 7 สปีด ที่มาพร้อมโหมดขับขี่แบบแมนนวล (M mode) ที่โดดเด่นด้านพละกำลัง ทำให้การขับขี่ในเมืองกัวลาลัมเปอร์เป็นไปอย่างไหลลื่น ทั้งการออกตัวเมื่อติดไฟแดงก็สามารถเร่งแซงมุดได้ดั่งใจ

คาราวานของเรายังได้ทดสอบสมรรถนะความเร็วบนทางด่วนของมาเลเซีย จากกัวลาลัมเปอร์มุ่งหน้าสู่เมืองหลวงใหม่ปุตราจายา จุดหมายปลายทางที่เมืองมะละกา ด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล YS23DDTT ทวินเทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์ DOHC ขนาด 2,298 ซีซี มาพร้อมหัวฉีดเชื้อเพลิงระบบไดเร็คอินเจคชัน ให้พละกำลังสูงสุด 190 แรงม้า และมีแรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร  รู้สึกว่าให้อัตราเร่งดีมากๆ เมื่อต้องการความเร็วก็สามารถแตะคันเร่งเพียงนิดเดียวก็สามารถทำความเร็วได้เป็นอย่างดี ทั้งเวลาเข้าโค้งก็หนึบมาก เมื่อชินกับรถแล้วทำให้เวลาเข้าโค้งไม่ต้องแตะเบรคใดๆ เพียงแค่ชะลอความเร็วเท่านั้น

โดยรวมแล้วเป็นรถที่ชอบเลยทีเดียวทั้งรูปลักษณ์ที่ดูดี มีระดับ รวมถึงความเร็วของรถ ถึงแม้จะเดินทางไกลถึง 200 กิโลเมตร ก็ยังมีเทคโนโลยีเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทางอัจฉริยะ หรือ Intelligent Lane Intervention (ILDW) เทคโนโลยีนี้จะแจ้งเตือนด้วย สัญญาณภาพและเสียงเมื่อรถเคลื่อนที่ออกนอกช่องทาง โดยระบบจะทำงานเมื่อมีการขับเคลื่อนด้วยความเร็วมากกว่า 70 กิโลเมตร/ชั่วโมง ครบทุกฟังก์ชั่นจริงๆ ค่ะ

สิ่งที่น่าประทับใจในคันนี้คือระบบเทคโนโลยีตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนวัตถุ และบุคคลที่เคลื่อนไหวจากกล้องรอบคัน หรือ Moving Object Detection (MOD) เทคโนโลยี MOD จะตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนทุกครั้งเมื่อมีวัตถุหรือบุคคลที่เคลื่อนไหวอยู่ใกล้ตัวรถ โดยจับการเคลื่อนไหวจากภาพของกล้องที่อยู่รอบๆ ในยามที่ต้องการจอดรถ หรือ การเคลื่อนตัวช้า ๆ เมื่อมีสิ่งเคลื่อนไหว ระบบจะส่งทั้งภาพและเสียงเตือนผู้ขับ ทั้งนี้กล้องทั้งสี่ตัวรอบคันรถ สามารถแจ้งเตือนผู้ขับได้ใน 3 สถานการณ์ คือ เมื่อรถจอดหรือหยุดนิ่ง เมื่อรถเคลื่อนตัวไปข้างหน้า หรือเมื่อเคลื่อนถอยหลัง

ในวันต่อมาคาราวานนิสสันไทยแลนด์ ได้มีการปรับเปลี่ยนให้สื่อทุกท่านสื่อสลับกันขับรถยนต์นิสสันในแต่ละรุ่น เราได้ขับรถยนต์นิสสัน นาวารา ปิคอัพ 4 ประตูยกสูง มาพร้อมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด ออกเดินทางจากเมืองมะละกามุ่งหน้าไปยัง Pinto Café, Janda Baik ในหุบเขาเพื่อทดสอบสมรรถภาพบนเส้นทางแบบออฟโรด ถือได้ว่าเป็นไฮต์ไลท์ของเราในทริปนี้ เพราะเป็นการขับรถกระบะ แถมยังขับในภูเขาเส้นทางคดเคี้ยว และเส้นทางแบบออฟโรดเป็นครั้งแรก

การขับขี่ในวันนี้เป็นอีกวันที่เราได้ขับไปกับพี่อัน ตัวแทนจากสื่อ  Vacationist ที่ใจดีมากๆ ให้เราได้ทดลองขับในทุกเส้นทาง พร้อมทั้งแนะนำการขับขี่ในตลอดเส้นทางออฟโรด สำหรับนาวารา (รุ่น VL-4WD) มาพร้อมกับระบบปรับการขับเคลื่อน 2 ล้อ นอกจากนี้เรายังปรับมาขับในโหมดการขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อที่ความเร็วต่ำ (4LO) ที่ช่วยให้เราตะลุยกับโคลนที่ลึก การเดินทางข้ามแหล่งน้ำ รวมถึงการขับขึ้นโขดหิน ขึ้นและลงจากเนินสูง ที่ช่วยควบคุมขณะรถยนต์กำลังเคลื่อนที่ แต่เราไม่ค่อยชินเท่าไหร่เลยต้องกลับมาเปลี่ยนเป็นขับแบบ 2 ล้อ

หลังออกจากเขากลับมาในเส้นทางปกตินิสสันนาวาราก็ทำได้ดีเช่นกันเพราะในการเดินทางบนทางหลวงเป็นระยะทางไกลๆ ที่เรามุ่งหน้าไปยังเมืองกวนตัน ระยะทางถึง 430 กิโลเมตร นิสสันนาวารายังมีเทคโนโลยีควบคุมความเร็วอัตโนมัติอัจฉริยะ (Intelligent Cruise Control – ICC) ซึ่งจะรักษาระยะห่างตามความเร็วของรถคันหน้าตามที่ตั้งค่าไว้โดยอัตโนมัติ เทคโนโลยีช่วยลดความเร็วอัตโนมัติ (Intelligent Engine Brake) จะทางหลวง ทางด่วน หรือในสภาพการจราจรที่หนาแน่น นาวาราก็เอาอยู่

ปิดท้ายด้วยกิจกรรมและฉลองความสำเร็จด้วยปาร์ตี้ริมหาด ที่โรงแรม Hyatt Regency Kuantan Resort ดื่มด่ำกับอาหารทะเลนานาชนิด และเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างสื่อ และในเช้าวันต่อมาเราก็มุ่งหน้าไปยังสนามบินกวนตันเพื่อนั่งเครื่องบินไปยังสนามบินกัวลาลัมเปอร์ ก่อนเปลี่ยนเครื่องและเดินทางกลับไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ เป็นอันจบการเดินทางที่สนุกที่สุดทริปหนึ่งเลยทีเดียว

Photo : Nissan Thailand