RUST JAM : Back to Rock ‘N’ Roll | Issue 155 : MiX Magazine It's man man's world!
RUST JAM : Back to Rock ‘N’ Roll | Issue 155

จากความชอบ ความหลงใหล ในเสน่ห์ที่คลาสสิกของรถโฟล์ค นั่นคือเหตุผลที่นำพาให้หนุ่มนักดนตรีทั้งสามคน ประกอบด้วย จ็อก สมบัติ เจริญมาก, วิท ปฏิมากรณ์ พรมมา และ แบงค์ อรรถพล พลาพล โคจรมาพบกัน ด้วยไลฟ์สไตล์ รสนิยม และเคมีที่เข้ากันดีของพวกเขาทั้งสามนำไปสู่การก่อตั้ง Rust Jam กับแนวทางที่ชัดเจน มาพร้อมกับซาวด์ดนตรีที่ดิบ ๆ กระแทกกระทั้นตามแบบฉบับวงดนตรีร็อกแอนด์โรล

ตามที่ได้กล่าวไว้ข้างตน ทั้งสามคนโคจรมาเจอกันเพราะรถโฟล์คเป็นเหตุ โดยคุณจ็อกเป็นผู้ก่อตั้งชมรมกลุ่มคนขับรถโฟล์ค ชมรมที่ประกอบด้วยสมาชิกมากมาย โดยที่สมาชิกมักจะพบปะสังสรรค์ มีกิจกรรม และเล่นดนตรีด้วยกันอยู่บ่อยครั้ง และเนื่องด้วยกลุ่มคนรักรถโฟล์คจากทั่วประเทศมักนัดรวมตัวและจัดกิจกรรมใหญ่ประจำปีอยู่เป็นประจำ ทางชมรมคุณจ็อกก็ได้เข้าร่วมกิจกรรมนี้ด้วยเช่นกัน

 

อยู่มาปีหนึ่ง คุณจ็อกเห็นว่าเพื่อนสมาชิกภายในชมรมสามารถเล่นดนตรีได้ จึงเกิดไอเดียตั้งวงดนตรี เล่นดนตรีกันอย่างจริงจังภายในงานนั้น หลังเสร็จสิ้นงาน เนื่องด้วยตารางชีวิตที่ว่างไม่ค่อยตรงกัน สมาชิกภายในวงเริ่มสับเปลี่ยนกันไปเรื่อยจนมาลงตัวที่เขาทั้งสามคน คุณจ็อก รับหน้าที่ร้องนำและกีต้าร์, คุณวิท รับหน้าที่กลอง และ คุณแบงค์ รับหน้าที่เบส

จ็อก : ผมเริ่มเล่นดนตรีมาตั้งแต่ช่วงมัธยมครับ สำหรับ Rust Jam ผมรับหน้าที่เป็นนักร้องนำและกีต้าร์ แต่ความจริงผมเป็นมือเบส มีอาชีพเป็นมือเบสฟรีแลนซ์ ก่อนหน้านี้เคยเป็นมือเบสให้กับวงสินเจริญบราเธอร์ส 9 ปี ปัจจุบันเล่นเบสอิสระ และผมมีอาชีพเป็นช่างทำสีกีตาร์ ใครอยากมีกีตาร์ที่มีเอกลักษณ์ส่วนตัว เข้ามาคุยกันได้ครับ

แบงค์ : ผมเริ่มเล่นดนตรีมาตั้งแต่มัธยมเหมือนกันครับ ปัจจุบันผมเล่นดนตรีตามผับบ้าง เล่นแนวโฟล์คกับเพื่อน ๆ บ้าง เล่นแถวย่านลาดกระบัง ศรีนครินทร์ ใกล้ ๆ บ้านประมาณนี้ครับ

วิท : ผมเองเล่นดนตรีมาตลอด แต่ว่าไม่ได้เล่นเป็นอาชีพ คือมีธุรกิจส่วนตัว เกี่ยวกับงานอิงค์เจ็ท งานโฆษณา ทำงานเหมือนกรรมกรกราฟิก พอมีเวลาว่างก็มักจะออกมาเล่นดนตรีกับเพื่อน ๆ ชอบดนตรีครับ เล่นเพราะใจรัก

จากวงดนตรีที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อเล่นกันในงานโชว์ความสามารถ นำพวกเขาไปสู่ทางเดินที่ไกลกว่าที่คาดคิด เริ่มมีผลงานเพลงเป็นของตัวเอง เริ่มมีงานจ้าง จนนำไปสู่การเป็นศิลปินภายใต้สังกัด ใบชา Song ค่ายเพลงคุณภาพขนาดเล็ก ที่อุดมไปด้วยความตั้งใจในการผลิตผลงานเพลงคุณภาพ เป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนให้วงการเพลงไทยยังคงอยู่และเดินหน้าต่อไป

จ็อก : ผมกับพี่บรรณ สุวรรณโณชิน รู้จักกันมานานแล้วครับ ตั้งแต่สมัยเป็นมือเบสให้กับสินเจริญ เขาคอยเรียกใช้บริการผมในการอัดเบสอยู่เรื่อย ๆ ช่วงราว 2 ปีก่อนค่ายใบชา Song  มีอัลบั้มพิเศษ ซึ่งพี่บรรณเป็นคนแต่งเพลงให้กับพ่อ (ในหลวงรัชกาลที่เก้า) เขาก็ได้เรียกใช้ผมไปอัดเบสให้ ผมเลยนำเพลงที่ผมแต่งไว้เอาไปเสนอ นี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้พี่บรรณเห็นว่าผมร้องแนวประมาณนี้ และเราก็มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันเรื่อยมาจนเพลงล่าสุดของ Rust Jam วงก็ได้ออกผลงานกับทางค่ายใบชา Song

วิท : ตอนนี้ Rust Jam มีผลงานด้วยกันทั้งหมด 3 เพลง เพลงแรก ฝันกลางแดด เพลงที่สอง Route 21 ซึ่งเพลงนี้มีสองเวอร์ชั่น ภาษาไทยกับภาษาอังกฤษ และเพลงล่าสุด นี่ทานก่อนนอน

จ็อก : พูดถึงเพลงของ Rust Jam เพลงฝันกลางแดด จะเป็นเพลงรัก ฟังง่าย ๆ สบาย ๆ ในสไตล์ของพวกเรา เพลง Route 21 มีที่มาจากถนนหลวงหมายเลข 21 ซึ่งเป็นทางกลับบ้านของผม ผมเป็นคนลพบุรีครับ เลยอยากให้เพลงพูดถึงบ้านเกิด ให้อารมณ์แบบคันทรี่บ้าง และล่าสุด นี่ทานก่อนหน้า เป็นเพลงที่พี่บรรณเขียนไว้นานแล้ว เก่าแล้ว พอพวกเราได้เห็นก็รู้สึกชอบ ผมว่าเพลงนี้มันเข้าถึงได้กับทุกคน เวลาคนเป็นแฟนกันได้ฟังเพลงนี้มันจะมีจังหวะแบบทำให้คู่เขายิ้มมุมปาก พูดคุยหยอกล้อ อะไรประมาณนี้ มันเป็นเพลงที่ทำหน้าที่ส่งความสุขให้กับคนฟังได้ดีครับ

 

ท่ามกลางกระแสเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จากแนวเพลงที่เคยฮิต กราฟความนิยมก็คงที จากแนวเพลงเฉพาะกลุ่ม กราฟความนิยมก็เริ่มสูงขึ้น ถือเป็นสัจธรรมอย่างหนึ่ง แม้ว่าในวันวานกราฟความนิยมของร็อกแอนด์โรลจะพุ่งสูง ปัจจุบันแนวเพลงนี้กลายเป็นแนวทางเลือกสลับกันไป ถึงอย่างนั้น ร็อกแอนด์โรลก็ยังคงเป็นตัวตนที่ชัดเจนของ Rust Jam เพราะมันคือสิ่งที่พวกเขาทั้ง 3 คนชื่นชอบ หลงใหล และเสพอย่างจริงจัง และนั่นจึงทำให้ Rust Jam มีเอกลักษณ์ที่ชัดเจน

จ็อก : ถามว่าทำไมถึงวงของเราถึงเป็นร็อกแอนด์โรล คงเพราะว่าไลฟ์สไตล์ของพวกเราครับ เราชอบความคลาสสิก ความเป็นยุค 70s นั่นคือคำตอบ วง Creedence Clearwater Revival หรือ CCR คือวงที่ส่งอิทธิพลด้านดนตรีต่อผมเป็นอย่างมาก ชอบวงนี้จนเข้าไส้เลยส่วนมือเบสผู้มีอิทธิพล ผมยกให้ บิลลี่ ชีแฮน ถ้าเป็นวงดนตรีเมืองไทย คือ คาราบาว จริง ๆ แล้วคงจะมีอีกหลายคน หลายวง ที่ส่งอิทธิพลต่อผม แต่ที่นึกออกตอนนี้มีเท่านี้ครับ

วิท : แน่นอนอยู่แล้วครับว่าต้องเป็น CCR เป็นหลัก แต่ถ้าเป็นเมืองไทย สำหรับผมคือวง โมเดิร์นด็อก ประมาณนั้นครับ

แบงค์ : ผมเองก็ชอบ CCR เหมือนกัน นอกจากนี้ก็มี The Eagles เมืองไทยก็ คาราบาว กับ พงษ์สิทธิ์ คําภีร์ ด้านไอดอลมือเบสนี่ก็มีหลายคนเลย สายเบสฮีโร่ครับ

จ็อก : เรื่องรสนิยมกับเอกลักษณ์นี่เป็นสิ่งสำคัญ สำคัญมากนะในความคิดของผม อย่างรสนิยมก็คือสิ่งที่เราเสพ เอกลักษณ์ก็คือสิ่งที่เราสื่อสารออกมา สื่อสารผ่านผลงานเพลง คือขั้นตอนมันเป็นอย่างนี้ ความคิดมันเป็นจินตนาการ เรานำความคิดมาถ่ายทอดเป็นเพลง พอกลายเป็นเพลงมันก็เป็นรูปธรรม หน้าที่ของเพลงคือสื่อสารความคิดของเราให้คนฟังรับรู้ ถ้าคนฟังเขาเห็นเอกลักษณ์ของเราผ่านเพลง เห็นความคมชัดของมัน เห็นสัก 2-3 คน ค่อย ๆ เห็นไปเรื่อย ๆ นั่นแปลว่าผลงานของเรามันตอบโจทย์และชัดเจน ผมคิดอย่างนี้ครับ