โตโยต้าแถลงยอดขายรถยนต์ปี 2562 และคาดการณ์ตลาดรวมในประเทศปี 2563 : MiX Magazine It's man man's world!
โตโยต้าแถลงยอดขายรถยนต์ปี 2562 และคาดการณ์ตลาดรวมในประเทศปี 2563

คาดการณ์ตลาดรวมในประเทศปี 2563 อยู่ที่ 940,000 คัน และตั้งเป้าหมายการขายโตโยต้าที่ 310,000 คัน

มร.มิจิโนบุ ซึงาตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แถลงสถิติการจำหน่ายรถยนต์ปี 2562 พร้อมคาดการณ์ตลาดรถยนต์ไทยปี 2563

มร.ซึงาตะ กล่าวว่า “ยอดขายรถยนต์รวมในประเทศไทยปี 2562 ลดลง 3% โดยมียอดขายอยู่ที่ 1,007,552 คัน แต่อย่างไรก็ตามครั้งนี้ยังถือได้ว่าเป็นครั้งที่สี่ในประวัติศาสตร์ของตลาดรถยนต์ไทยที่มียอดขายถึงระดับหนึ่งล้านคัน ถึงแม้ว่าตลาดรถยนต์มีการหดตัวอย่างเห็นได้ชัดในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งนับตั้งแต่เดือนกันยายนผ่านมา”

สถิติการขายรถยนต์ในประเทศปี 2562

 ยอดขายปี 2562เปลี่ยนแปลงเทียบกับปี 2561
  • ปริมาณการขายรวม
  1,007,552 คัน  -3.3%
  • รถยนต์นั่ง
    398,386 คัน  -0.3%
  • รถเพื่อการพาณิชย์
    609,166 คัน  -5.1%
  • รถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง)
    492,129 คัน  -3.8%
  • รถกระบะ 1 ตัน (ไม่รวมรถกระบะดัดแปลง)
    431,677 คัน  -3.4%

สำหรับแนวโน้มตลาดรถยนต์ของปี 2563 มร.ซึงาตะ คาดการณ์ว่า“ปีนี้นับเป็นปีที่ท้าทายอีกปีหนึ่งสำหรับตลาดรถยนต์ไทย เนื่องจากตลาดรถยนต์ยังคงเผชิญกับหลายปัจจัย จากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อภาวะเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอนและมาตรการควบคุมสินเชื่อรถยนต์ที่มีความเข้มงวดมากขึ้น ดังนั้นเราจึงคาดการณ์ว่าตลาดรถยนต์รวมในประเทศจะอยู่ที่ 940,000 คัน ลดลงประมาณ 7% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา”

ประมาณการยอดขายรถยนต์ในประเทศปี 2563

 ยอดขาย
ประมาณการปี 2563
เปลี่ยนแปลง
เทียบกับปี 2562
ปริมาณการขายรวม940,000 คัน-6.7%
รถยนต์นั่ง358,500 คัน-10.0%
รถเพื่อการพาณิชย์581,500 คัน-4.5%

มร.ซึงาตะ กล่าวว่า “สำหรับยอดขายโตโยต้าในปี 2562 สามารถสร้างยอดขายเพิ่มขึ้นสวนทางกับ  สถานการณ์ตลาดที่หดตัวลง โดยโตโยต้ามียอดขายอยู่ที่ 332,380 คัน เพิ่มขึ้นประมาณ 6% ครองส่วนแบ่งการตลาด 33.0% เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 2.8 จุด โดยปัจจัยหลักมาจากการตอบรับที่ดีของลูกค้าและจากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่และรุ่นปรับปรุงใหม่ของรถยนต์นั่งอย่าง New Camry และ New Corolla Altis รวมไปถึงกิจกรรมส่งเสริมการขายของ Yaris และ ATIV ตลอดจนรถเพื่อการพาณิชย์ อย่าง Hilux Revo Z Edition, Commuter และ Majesty”

สถิติการขายรถยนต์ของโตโยต้าในปี 2562

 ยอดขายปีเปลี่ยนแปลง
เทียบกับปี 2561
ส่วนแบ่งตลาดส่วนแบ่งตลาด
เติบโต (จุด)
ปริมาณการขายโตโยต้า332,380 คัน+5.5%33.0%+2.8
รถยนต์นั่ง117,708 คัน+4.7%29.5%+1.4
รถเพื่อการพาณิชย์214,672 คัน+5.9%35.2%+3.6
รถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง)191,669 คัน+8.3%38.9%+4.3
รถกระบะ 1 ตัน (ไม่รวมรถกระบะดัดแปลง)165,452 คัน+9.6%38.3%+4.5

มร.ซึงาตะ กล่าวเพิ่มเติมว่า “สำหรับเป้าหมายของโตโยต้าในปี 2563 โตโยต้ามีเป้าหมายการขายที่  310,000 คัน ด้วยส่วนแบ่งการตลาดที่ 33.0% ลดลงประมาณ 7% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และเพื่อบรรลุเป้าหมายนี้เราจะเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้วยการเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น พร้อมยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์โตโยต้าด้วยการดูแลเอาใจใส่ลูกค้านับตั้งแต่วันแรกที่ซื้อรถยนต์ ตลอดจนวันสุดท้ายของการใช้งาน”

ประมาณการขายรถยนต์ของโตโยต้าในปี 2563

 ยอดขายเปลี่ยนแปลง
ประมาณการปี 2563
ส่วนแบ่งตลาด
เทียบกับปี 2562
ปริมาณการขายรวม310,000 คัน-6.7%33.0%
รถยนต์นั่ง103,000 คัน-12.5%28.7%
รถเพื่อการพาณิชย์207,000 คัน-3.6%35.6%

ด้านการส่งออกในปี 2562 โตโยต้าได้ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปจำนวน 264,775 คัน ลดลง 10% ทั้งนี้ปริมาณการผลิตสำหรับการขายภายในประเทศและการส่งออกมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 570,850 คัน ลดลง 3% สืบเนื่องจากสภาวะทางเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวยในหลายภูมิภาค เช่น โอเชียเนีย อเมริกากลางและอเมริกาใต้

ปริมาณการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปและการผลิตของโตโยต้าปี 2562

 ปริมาณ
ปี 2562
เปลี่ยนแปลง
เทียบกับปี 2561
ปริมาณการส่งออก264,775 คัน-10%
ยอดผลิตรวมทั้งส่งออกและการขายในประเทศ570,850 คัน-3%

สำหรับเป้าหมายการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปของโตโยต้าในปีนี้ คาดการณ์ไว้ว่าปริมาณการส่งออกจะอยู่ที่ 263,000 คัน ลดลงจากปีที่ผ่านมา 1% อันเนื่องมาจากสถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศคู่ค้ายังไม่คลี่คลาย นอกจากนี้แผนการผลิตสำหรับการขายภายในประเทศและการส่งออกจะอยู่ที่ 556,000 คัน ลดลง 3%

เป้าหมายการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปและการผลิตของโตโยต้าปี 2563

 ปริมาณ
ปี 2563
เปลี่ยนแปลง
เทียบกับปี 2562
ปริมาณการส่งออก263,000 คัน-1%
ยอดผลิตรวมทั้งส่งออกและการขายในประเทศ556,000 คัน-3%

มร.ซึงาตะ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ปัจจุบันอุตสาหกรรมยานยนต์ได้ก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการปฏิรูปในรอบศตวรรษ โดยโตโยต้ามุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงองค์กรจากเดิมที่เป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ สู่การเป็น “องค์กรแห่งการขับเคลื่อน” (Mobility Company) ซึ่งหมายความว่าเราจะมุ่งเดินหน้าพัฒนาการบริการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้คนในสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ตลอดระยะเวลากว่า 57 ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย โตโยต้ามีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะเดินหน้าพัฒนาให้เกิด “สังคมที่ดียิ่งขึ้น” (Ever-Better Society)  ผ่านโครงการต่างๆ อาทิ โครงการพัฒนาเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมผ่านการแนะนำรถยนต์ไฮบริดในหลากหลายรุ่น รวมไปถึงการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฮบริดในประเทศไทย และการพัฒนาไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 4 ไม่เพียงเท่านี้ โตโยต้ายังพัฒนาระบบการจัดการแบตเตอรี่ไฮบริดแบบครบวงจร ซึ่งเราเชื่อว่าความพยายามทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำการสร้างสรรค์สังคมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง 

นอกจากนี้โตโยต้ายังเน้นย้ำต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยในด้านต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากโครงการที่มีมากกว่า 30 ปี นั่นคือ“โตโยต้า ถนนสีขาว” โครงการที่มุ่งมั่นในการส่งเสริมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เพื่อนำไปสู่การสร้าง “สังคมคนขับรถดี” (Good Driver Society) โดยเฉพาะในปีที่ผ่านมากับ “หลักสูตรการขับขี่ปลอดภัย ประหยัดพลังงาน และรักษาสิ่งแวดล้อม” (Safe Eco Driving) ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้แทนจำหน่าย ประชาชน นักศึกษาและผู้ขับขี่รถสาธารณะ โดยปัจจุบันมีผู้เข้าร่วมโครงการมากกว่า 70,000 คน ซึ่งเป็นความตั้งใจของโตโยต้าในการที่จะมีบทบาทสำคัญในการสร้าง “สังคมคนขับรถดี(Good Driver Society) 

สำหรับโครงการด้านสิ่งแวดล้อม โตโยต้ามีอีกหนึ่งกิจกรรมที่สำคัญคือ “โตโยต้า ปลูกป่าชายเลน” (Toyota Mangrove Reforestation) ซึ่งเราดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องภายใต้ชื่อ “โตโยต้า เมืองสีเขียว” (Toyota Green Town) โดยในปีนี้โตโยต้าวางแผนที่จะปลูกป่าชายเลนเพิ่มขึ้นอีก 50,000 ต้น ส่งผลให้จำนวนต้นไม้ที่เราปลูกนับตั้งแต่เริ่มต้นโครงการในปี 2547 มีรวมทั้งหมดถึง 692,000 ต้น  

นอกจากนี้ เรายังเดินหน้าจัดกิจกรรมเก็บขยะชายเลน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยเรามีเป้าหมายเก็บขยะให้ได้ 20 ตันในปีนี้ ซึ่งเมื่อรวมกันทั้งหมดแล้วนับได้ว่าเราจะสามารถช่วยให้มีการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้กว่า 9,100 ตัน ในขณะเดียวกัน ด้วยความมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์สังคมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน  เราได้ตั้งเป้าหมายที่จะถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมให้กับชุมชนในท้องถิ่นต่างๆ ผ่านศูนย์การเรียนรู้ 2 แห่งของเรา ได้แก่ “โตโยต้าไบโอโทป” (Toyota Biotope) ที่โรงงานประกอบรถยนต์โตโยต้า บ้านโพธิ์ และ “โตโยต้า เมืองสีเขียว อยุธยา” (Toyota Green Town Ayutthaya) ซึ่งประชาชนได้ให้ความสนใจศูนย์การเรียนรู้ทั้ง 2 แห่งนี้เป็นอย่างดี โดยมีจำนวนผู้เข้าเยี่ยมชมรวมตั้งแต่เปิดศูนย์ฯ กว่า 77,000 คน

และอีกหนึ่งความมุ่งมั่นในการส่งเสริมเศรษฐกิจที่ยั่งยืน โดยเรามีโครงการ “โตโยต้าธุรกิจชุมชนพัฒน์” (Toyota Social Innovation) เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการบริหารธุรกิจและหลักปฏิบัติของโตโยต้าให้ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมสามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มผลกำไรและพัฒนาเศรษฐกิจในชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่ผ่านมาเราได้ถ่ายทอดองค์ความรู้แก่ธุรกิจชุมชน 19 แห่งทั่วประเทศ และในปีนี้เราวางแผนที่จะขยายการดำเนินการเพิ่มเติมอีก 13 แห่ง ผมเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการนี้ จะเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืนได้ในท้ายที่สุด”

มร.ซึงาตะ กล่าวปิดท้ายว่า “อย่างที่ทุกท่านทราบ โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ได้เป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิก ภายใต้แนวคิดเพื่อทำในสิ่งที่คิดว่าเป็นไปไม่ได้…ให้เป็นไปได้ (Start Your Impossible) โดยมีฐานะเป็นผู้สนับสนุนด้านการขับเคลื่อนในระหว่างช่วงการแข่งขัน ซึ่งโตโยต้าไม่เพียงแต่จะสนับสนุนยานพาหนะในการสัญจรไปมาเท่านั้น แต่จะยังมอบการบริการอื่นๆ   ที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อน ตลอดจนผลิตภัณฑ์ที่สนับสนุนการขับเคลื่อน ซึ่งรวมไปถึงหุ่นยนต์ด้วย ทั้งนี้การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกจะจัดขึ้นในวันที่ 24 กรกฎาคม – 9 สิงหาคมนี้ ตามมาด้วยกีฬาพาราลิมปิกซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 25 สิงหาคม – 6 กันยายนนี้ 

สำหรับโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ได้ผนึกกำลังร่วมกับกลุ่มพันธมิตรภายใต้โครงการ “The Power of Unity” เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมปีที่ผ่านมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการเตรียมความพร้อมให้กับนักกีฬาชาวไทยก่อนการแข่งขัน พร้อมส่งกำลังใจให้ทัพนักกีฬาไทยสู้ศึกโอลิมปิกและพาราลิมปิกที่กำลังจะมาถึง ตลอดจนเฉลิมฉลองความสำเร็จของฮีโร่ชาวไทยผู้นำชื่อเสียงกลับมาสู่ประเทศ  ซึ่งในขณะนี้การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกและ พาราลิมปิกเริ่มใกล้เข้ามาแล้ว และเรากำลังอยู่ในช่วงของการคัดเลือกตัวนักกีฬา ผมขอให้ทุกท่านมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสู่ความสำเร็จในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิก 2020 ด้วยการส่งแรงเชียร์และกำลังใจให้กับบรรดานักกีฬาชาวไทยทุกคน

นอกจากนี้ โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ยังได้ให้การสนับสนุนรถโตโยต้า คอมมิวเตอร์ รุ่นใหม่ล่าสุดสำหรับนักกีฬาโอลิมปิก และรถโตโยต้า คอมมิวเตอร์ เวลแค็บ ที่มีการปรับแต่งพิเศษสำหรับนักกีฬาพาราลิมปิก ยิ่งไปกว่านั้น จากการที่โตโยต้ามีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเทคโนโลยีการขับเคลื่อน เราจึงตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้ความสามารถที่มีในการช่วยพัฒนาอุปกรณ์ในการฝึกซ้อมของนักกีฬาพาราลิมปิก ที่สำคัญเรามีความยินดีที่จะมอบโอกาสให้นักกีฬาพาราลิมปิกเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวโตโยต้า เริ่มต้นด้วยการรับนักกีฬาพาราลิมปิก 4 คนเข้ามาเป็นพนักงานของบริษัทฯ 

ทั้งหมดนี้คือความภาคภูมิใจของเราที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนเคียงข้างสังคมไทย” 

 

  • ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์ เดือนธันวาคม 25621. ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 89,285 คัน ลดลง 21.4%
     
อันดับที่ 1 โตโยต้า29,487 คันลดลง5.3%ส่วนแบ่งตลาด 33.0%
อันดับที่ 2 อีซูซุ15,767 คันลดลง28.1%ส่วนแบ่งตลาด 17.7%
อันดับที่ 3 ฮอนด้า9,537 คันลดลง28.2%ส่วนแบ่งตลาด 10.7%

2. ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 32,766 คัน ลดลง 18.7%

อันดับที่ 1 โตโยต้า10,080 คันเพิ่มขึ้น9.4%ส่วนแบ่งตลาด 30.8%
อันดับที่ 2 ฮอนด้า6,843 คันลดลง26.1%ส่วนแบ่งตลาด 20.9%
อันดับที่ 3 มาสด้า3,369 คันลดลง27.7%ส่วนแบ่งตลาด 10.3%

3. ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 56,519 คัน ลดลง 22.9%

อันดับที่ 1 โตโยต้า19,407 คันลดลง11.5%ส่วนแบ่งตลาด 34.3%
อันดับที่ 2 อีซูซุ15,767 คันลดลง28.1%ส่วนแบ่งตลาด 27.9%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ4,623 คันลดลง22.8%ส่วนแบ่งตลาด 8.2%

4. ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV) ปริมาณการขาย 45,025 คัน ลดลง 23.3%

อันดับที่ 1 โตโยต้า17,128 คันลดลง11.8%ส่วนแบ่งตลาด 38.0%
อันดับที่ 2 อีซูซุ14,677 คันลดลง27.2%ส่วนแบ่งตลาด 32.6%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ4,623 คันลดลง22.8%ส่วนแบ่งตลาด 10.3%

ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน: 5,432 คัน โตโยต้า 2,164 คัน – มิตซูบิชิ 1,355 คัน – อีซูซุ 768 คัน – ฟอร์ด 703 คัน – เชฟโรเลต 298 คัน – นิสสัน 144 คัน

5. ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 39,593 คัน ลดลง 23.2%

อันดับที่ 1 โตโยต้า14,964 คันลดลง12.5%ส่วนแบ่งตลาด 37.8%
อันดับที่ 2 อีซูซุ13,909 คันลดลง25.9%ส่วนแบ่งตลาด 35.1%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด3,890 คันลดลง21.2%ส่วนแบ่งตลาด 9.8%

สถิติการจำหน่ายรถยนต์ เดือนมกราคม – ธันวาคม 2562

1. ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 1,007,552 คัน ลดลง 3.3%

อันดับที่ 1 โตโยต้า332,380 คันเพิ่มขึ้น5.5%ส่วนแบ่งตลาด 33.0%
อันดับที่ 2 อีซูซุ168,215 คันลดลง5.4%ส่วนแบ่งตลาด 16.7%
อันดับที่ 3 ฮอนด้า125,833 คันลดลง1.9%ส่วนแบ่งตลาด 12.5%

2. ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 398,386 คัน ลดลง 0.3%

อันดับที่ 1 โตโยต้า117,708 คันเพิ่มขึ้น4.7%ส่วนแบ่งตลาด 29.5%
อันดับที่ 2 ฮอนด้า96,154 คันเพิ่มขึ้น0.4%ส่วนแบ่งตลาด 24.1%
อันดับที่ 3 มาสด้า96,154 คันลดลง8.8%ส่วนแบ่งตลาด 11.7%

3. ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 609,166 คัน ลดลง 5.1%

อันดับที่ 1 โตโยต้า214,672 คันเพิ่มขึ้น5.9%ส่วนแบ่งตลาด 35.2%
อันดับที่ 2 อีซูซุ168,215 คันลดลง5.4%ส่วนแบ่งตลาด 27.6%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด49,842 คันลดลง24.3%ส่วนแบ่งตลาด 8.2%

4. ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV) ปริมาณการขาย 492,129 คัน ลดลง 3.8%

อันดับที่ 1 โตโยต้า191,669 คันเพิ่มขึ้น8.3%ส่วนแบ่งตลาด 38.9%
อันดับที่ 2 อีซูซุ153,170 คันลดลง5.5%ส่วนแบ่งตลาด 31.1%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด49,841 คันลดลง23.5%ส่วนแบ่งตลาด 10.1%

ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน : 60,452 คัน โตโยต้า 26,217 คัน – มิตซูบิชิ 13,558 คัน – อีซูซุ 9,477 คัน – ฟอร์ด 6,355 คัน – เชฟโรเลต 3,091 คัน – นิสสัน 1,754 คัน

5. ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 431,677 คัน ลดลง 3.4%

อันดับที่ 1 โตโยต้า165,452 คันเพิ่มขึ้น9.6%ส่วนแบ่งตลาด 38.3%
อันดับที่ 2 อีซูซุ143,693 คันลดลง3.9%ส่วนแบ่งตลาด 33.3%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด43,486 คันลดลง21.7%ส่วนแบ่งตลาด 10.1%