โตโยต้าแถลงยอดขายรถยนต์ปี 2562 และคาดการณ์ตลาดรวมในประเทศปี 2563

society

คาดการณ์ตลาดรวมในประเทศปี 2563 อยู่ที่ 940,000 คัน และตั้งเป้าหมายการขายโตโยต้าที่ 310,000 คัน

มร.มิจิโนบุ ซึงาตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แถลงสถิติการจำหน่ายรถยนต์ปี 2562 พร้อมคาดการณ์ตลาดรถยนต์ไทยปี 2563

มร.ซึงาตะ กล่าวว่า “ยอดขายรถยนต์รวมในประเทศไทยปี 2562 ลดลง 3% โดยมียอดขายอยู่ที่ 1,007,552 คัน แต่อย่างไรก็ตามครั้งนี้ยังถือได้ว่าเป็นครั้งที่สี่ในประวัติศาสตร์ของตลาดรถยนต์ไทยที่มียอดขายถึงระดับหนึ่งล้านคัน ถึงแม้ว่าตลาดรถยนต์มีการหดตัวอย่างเห็นได้ชัดในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งนับตั้งแต่เดือนกันยายนผ่านมา”

สถิติการขายรถยนต์ในประเทศปี 2562

 ยอดขายปี 2562เปลี่ยนแปลงเทียบกับปี 2561
  • ปริมาณการขายรวม
  1,007,552 คัน  -3.3%
  • รถยนต์นั่ง
    398,386 คัน  -0.3%
  • รถเพื่อการพาณิชย์
    609,166 คัน  -5.1%
  • รถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง)
    492,129 คัน  -3.8%
  • รถกระบะ 1 ตัน (ไม่รวมรถกระบะดัดแปลง)
    431,677 คัน  -3.4%

สำหรับแนวโน้มตลาดรถยนต์ของปี 2563 มร.ซึงาตะ คาดการณ์ว่า“ปีนี้นับเป็นปีที่ท้าทายอีกปีหนึ่งสำหรับตลาดรถยนต์ไทย เนื่องจากตลาดรถยนต์ยังคงเผชิญกับหลายปัจจัย จากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อภาวะเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอนและมาตรการควบคุมสินเชื่อรถยนต์ที่มีความเข้มงวดมากขึ้น ดังนั้นเราจึงคาดการณ์ว่าตลาดรถยนต์รวมในประเทศจะอยู่ที่ 940,000 คัน ลดลงประมาณ 7% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา”

ประมาณการยอดขายรถยนต์ในประเทศปี 2563

 ยอดขาย
ประมาณการปี 2563
เปลี่ยนแปลง
เทียบกับปี 2562
ปริมาณการขายรวม940,000 คัน-6.7%
รถยนต์นั่ง358,500 คัน-10.0%
รถเพื่อการพาณิชย์581,500 คัน-4.5%

มร.ซึงาตะ กล่าวว่า “สำหรับยอดขายโตโยต้าในปี 2562 สามารถสร้างยอดขายเพิ่มขึ้นสวนทางกับ  สถานการณ์ตลาดที่หดตัวลง โดยโตโยต้ามียอดขายอยู่ที่ 332,380 คัน เพิ่มขึ้นประมาณ 6% ครองส่วนแบ่งการตลาด 33.0% เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 2.8 จุด โดยปัจจัยหลักมาจากการตอบรับที่ดีของลูกค้าและจากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่และรุ่นปรับปรุงใหม่ของรถยนต์นั่งอย่าง New Camry และ New Corolla Altis รวมไปถึงกิจกรรมส่งเสริมการขายของ Yaris และ ATIV ตลอดจนรถเพื่อการพาณิชย์ อย่าง Hilux Revo Z Edition, Commuter และ Majesty”

สถิติการขายรถยนต์ของโตโยต้าในปี 2562

 ยอดขายปีเปลี่ยนแปลง
เทียบกับปี 2561
ส่วนแบ่งตลาดส่วนแบ่งตลาด
เติบโต (จุด)
ปริมาณการขายโตโยต้า332,380 คัน+5.5%33.0%+2.8
รถยนต์นั่ง117,708 คัน+4.7%29.5%+1.4
รถเพื่อการพาณิชย์214,672 คัน+5.9%35.2%+3.6
รถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง)191,669 คัน+8.3%38.9%+4.3
รถกระบะ 1 ตัน (ไม่รวมรถกระบะดัดแปลง)165,452 คัน+9.6%38.3%+4.5

มร.ซึงาตะ กล่าวเพิ่มเติมว่า “สำหรับเป้าหมายของโตโยต้าในปี 2563 โตโยต้ามีเป้าหมายการขายที่  310,000 คัน ด้วยส่วนแบ่งการตลาดที่ 33.0% ลดลงประมาณ 7% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และเพื่อบรรลุเป้าหมายนี้เราจะเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้วยการเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น พร้อมยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์โตโยต้าด้วยการดูแลเอาใจใส่ลูกค้านับตั้งแต่วันแรกที่ซื้อรถยนต์ ตลอดจนวันสุดท้ายของการใช้งาน”

ประมาณการขายรถยนต์ของโตโยต้าในปี 2563

 ยอดขายเปลี่ยนแปลง
ประมาณการปี 2563
ส่วนแบ่งตลาด
เทียบกับปี 2562
ปริมาณการขายรวม310,000 คัน-6.7%33.0%
รถยนต์นั่ง103,000 คัน-12.5%28.7%
รถเพื่อการพาณิชย์207,000 คัน-3.6%35.6%

ด้านการส่งออกในปี 2562 โตโยต้าได้ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปจำนวน 264,775 คัน ลดลง 10% ทั้งนี้ปริมาณการผลิตสำหรับการขายภายในประเทศและการส่งออกมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 570,850 คัน ลดลง 3% สืบเนื่องจากสภาวะทางเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวยในหลายภูมิภาค เช่น โอเชียเนีย อเมริกากลางและอเมริกาใต้

ปริมาณการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปและการผลิตของโตโยต้าปี 2562

 ปริมาณ
ปี 2562
เปลี่ยนแปลง
เทียบกับปี 2561
ปริมาณการส่งออก264,775 คัน-10%
ยอดผลิตรวมทั้งส่งออกและการขายในประเทศ570,850 คัน-3%

สำหรับเป้าหมายการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปของโตโยต้าในปีนี้ คาดการณ์ไว้ว่าปริมาณการส่งออกจะอยู่ที่ 263,000 คัน ลดลงจากปีที่ผ่านมา 1% อันเนื่องมาจากสถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศคู่ค้ายังไม่คลี่คลาย นอกจากนี้แผนการผลิตสำหรับการขายภายในประเทศและการส่งออกจะอยู่ที่ 556,000 คัน ลดลง 3%

เป้าหมายการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปและการผลิตของโตโยต้าปี 2563

 ปริมาณ
ปี 2563
เปลี่ยนแปลง
เทียบกับปี 2562
ปริมาณการส่งออก263,000 คัน-1%
ยอดผลิตรวมทั้งส่งออกและการขายในประเทศ556,000 คัน-3%

มร.ซึงาตะ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ปัจจุบันอุตสาหกรรมยานยนต์ได้ก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการปฏิรูปในรอบศตวรรษ โดยโตโยต้ามุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงองค์กรจากเดิมที่เป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ สู่การเป็น “องค์กรแห่งการขับเคลื่อน” (Mobility Company) ซึ่งหมายความว่าเราจะมุ่งเดินหน้าพัฒนาการบริการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้คนในสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ตลอดระยะเวลากว่า 57 ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย โตโยต้ามีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะเดินหน้าพัฒนาให้เกิด “สังคมที่ดียิ่งขึ้น” (Ever-Better Society)  ผ่านโครงการต่างๆ อาทิ โครงการพัฒนาเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมผ่านการแนะนำรถยนต์ไฮบริดในหลากหลายรุ่น รวมไปถึงการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฮบริดในประเทศไทย และการพัฒนาไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 4 ไม่เพียงเท่านี้ โตโยต้ายังพัฒนาระบบการจัดการแบตเตอรี่ไฮบริดแบบครบวงจร ซึ่งเราเชื่อว่าความพยายามทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำการสร้างสรรค์สังคมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง 

นอกจากนี้โตโยต้ายังเน้นย้ำต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยในด้านต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากโครงการที่มีมากกว่า 30 ปี นั่นคือ“โตโยต้า ถนนสีขาว” โครงการที่มุ่งมั่นในการส่งเสริมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เพื่อนำไปสู่การสร้าง “สังคมคนขับรถดี” (Good Driver Society) โดยเฉพาะในปีที่ผ่านมากับ “หลักสูตรการขับขี่ปลอดภัย ประหยัดพลังงาน และรักษาสิ่งแวดล้อม” (Safe Eco Driving) ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้แทนจำหน่าย ประชาชน นักศึกษาและผู้ขับขี่รถสาธารณะ โดยปัจจุบันมีผู้เข้าร่วมโครงการมากกว่า 70,000 คน ซึ่งเป็นความตั้งใจของโตโยต้าในการที่จะมีบทบาทสำคัญในการสร้าง “สังคมคนขับรถดี(Good Driver Society) 

สำหรับโครงการด้านสิ่งแวดล้อม โตโยต้ามีอีกหนึ่งกิจกรรมที่สำคัญคือ “โตโยต้า ปลูกป่าชายเลน” (Toyota Mangrove Reforestation) ซึ่งเราดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องภายใต้ชื่อ “โตโยต้า เมืองสีเขียว” (Toyota Green Town) โดยในปีนี้โตโยต้าวางแผนที่จะปลูกป่าชายเลนเพิ่มขึ้นอีก 50,000 ต้น ส่งผลให้จำนวนต้นไม้ที่เราปลูกนับตั้งแต่เริ่มต้นโครงการในปี 2547 มีรวมทั้งหมดถึง 692,000 ต้น  

นอกจากนี้ เรายังเดินหน้าจัดกิจกรรมเก็บขยะชายเลน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยเรามีเป้าหมายเก็บขยะให้ได้ 20 ตันในปีนี้ ซึ่งเมื่อรวมกันทั้งหมดแล้วนับได้ว่าเราจะสามารถช่วยให้มีการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้กว่า 9,100 ตัน ในขณะเดียวกัน ด้วยความมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์สังคมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน  เราได้ตั้งเป้าหมายที่จะถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมให้กับชุมชนในท้องถิ่นต่างๆ ผ่านศูนย์การเรียนรู้ 2 แห่งของเรา ได้แก่ “โตโยต้าไบโอโทป” (Toyota Biotope) ที่โรงงานประกอบรถยนต์โตโยต้า บ้านโพธิ์ และ “โตโยต้า เมืองสีเขียว อยุธยา” (Toyota Green Town Ayutthaya) ซึ่งประชาชนได้ให้ความสนใจศูนย์การเรียนรู้ทั้ง 2 แห่งนี้เป็นอย่างดี โดยมีจำนวนผู้เข้าเยี่ยมชมรวมตั้งแต่เปิดศูนย์ฯ กว่า 77,000 คน

และอีกหนึ่งความมุ่งมั่นในการส่งเสริมเศรษฐกิจที่ยั่งยืน โดยเรามีโครงการ “โตโยต้าธุรกิจชุมชนพัฒน์” (Toyota Social Innovation) เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการบริหารธุรกิจและหลักปฏิบัติของโตโยต้าให้ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมสามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มผลกำไรและพัฒนาเศรษฐกิจในชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่ผ่านมาเราได้ถ่ายทอดองค์ความรู้แก่ธุรกิจชุมชน 19 แห่งทั่วประเทศ และในปีนี้เราวางแผนที่จะขยายการดำเนินการเพิ่มเติมอีก 13 แห่ง ผมเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการนี้ จะเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืนได้ในท้ายที่สุด”

มร.ซึงาตะ กล่าวปิดท้ายว่า “อย่างที่ทุกท่านทราบ โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ได้เป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิก ภายใต้แนวคิดเพื่อทำในสิ่งที่คิดว่าเป็นไปไม่ได้…ให้เป็นไปได้ (Start Your Impossible) โดยมีฐานะเป็นผู้สนับสนุนด้านการขับเคลื่อนในระหว่างช่วงการแข่งขัน ซึ่งโตโยต้าไม่เพียงแต่จะสนับสนุนยานพาหนะในการสัญจรไปมาเท่านั้น แต่จะยังมอบการบริการอื่นๆ   ที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อน ตลอดจนผลิตภัณฑ์ที่สนับสนุนการขับเคลื่อน ซึ่งรวมไปถึงหุ่นยนต์ด้วย ทั้งนี้การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกจะจัดขึ้นในวันที่ 24 กรกฎาคม – 9 สิงหาคมนี้ ตามมาด้วยกีฬาพาราลิมปิกซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 25 สิงหาคม – 6 กันยายนนี้ 

สำหรับโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ได้ผนึกกำลังร่วมกับกลุ่มพันธมิตรภายใต้โครงการ “The Power of Unity” เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมปีที่ผ่านมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการเตรียมความพร้อมให้กับนักกีฬาชาวไทยก่อนการแข่งขัน พร้อมส่งกำลังใจให้ทัพนักกีฬาไทยสู้ศึกโอลิมปิกและพาราลิมปิกที่กำลังจะมาถึง ตลอดจนเฉลิมฉลองความสำเร็จของฮีโร่ชาวไทยผู้นำชื่อเสียงกลับมาสู่ประเทศ  ซึ่งในขณะนี้การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกและ พาราลิมปิกเริ่มใกล้เข้ามาแล้ว และเรากำลังอยู่ในช่วงของการคัดเลือกตัวนักกีฬา ผมขอให้ทุกท่านมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสู่ความสำเร็จในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิก 2020 ด้วยการส่งแรงเชียร์และกำลังใจให้กับบรรดานักกีฬาชาวไทยทุกคน

นอกจากนี้ โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ยังได้ให้การสนับสนุนรถโตโยต้า คอมมิวเตอร์ รุ่นใหม่ล่าสุดสำหรับนักกีฬาโอลิมปิก และรถโตโยต้า คอมมิวเตอร์ เวลแค็บ ที่มีการปรับแต่งพิเศษสำหรับนักกีฬาพาราลิมปิก ยิ่งไปกว่านั้น จากการที่โตโยต้ามีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเทคโนโลยีการขับเคลื่อน เราจึงตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้ความสามารถที่มีในการช่วยพัฒนาอุปกรณ์ในการฝึกซ้อมของนักกีฬาพาราลิมปิก ที่สำคัญเรามีความยินดีที่จะมอบโอกาสให้นักกีฬาพาราลิมปิกเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวโตโยต้า เริ่มต้นด้วยการรับนักกีฬาพาราลิมปิก 4 คนเข้ามาเป็นพนักงานของบริษัทฯ 

ทั้งหมดนี้คือความภาคภูมิใจของเราที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนเคียงข้างสังคมไทย” 

 

  • ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์ เดือนธันวาคม 25621. ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 89,285 คัน ลดลง 21.4%
     
อันดับที่ 1 โตโยต้า29,487 คันลดลง5.3%ส่วนแบ่งตลาด 33.0%
อันดับที่ 2 อีซูซุ15,767 คันลดลง28.1%ส่วนแบ่งตลาด 17.7%
อันดับที่ 3 ฮอนด้า9,537 คันลดลง28.2%ส่วนแบ่งตลาด 10.7%

2. ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 32,766 คัน ลดลง 18.7%

อันดับที่ 1 โตโยต้า10,080 คันเพิ่มขึ้น9.4%ส่วนแบ่งตลาด 30.8%
อันดับที่ 2 ฮอนด้า6,843 คันลดลง26.1%ส่วนแบ่งตลาด 20.9%
อันดับที่ 3 มาสด้า3,369 คันลดลง27.7%ส่วนแบ่งตลาด 10.3%

3. ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 56,519 คัน ลดลง 22.9%

อันดับที่ 1 โตโยต้า19,407 คันลดลง11.5%ส่วนแบ่งตลาด 34.3%
อันดับที่ 2 อีซูซุ15,767 คันลดลง28.1%ส่วนแบ่งตลาด 27.9%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ4,623 คันลดลง22.8%ส่วนแบ่งตลาด 8.2%

4. ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV) ปริมาณการขาย 45,025 คัน ลดลง 23.3%

อันดับที่ 1 โตโยต้า17,128 คันลดลง11.8%ส่วนแบ่งตลาด 38.0%
อันดับที่ 2 อีซูซุ14,677 คันลดลง27.2%ส่วนแบ่งตลาด 32.6%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ4,623 คันลดลง22.8%ส่วนแบ่งตลาด 10.3%

ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน: 5,432 คัน โตโยต้า 2,164 คัน – มิตซูบิชิ 1,355 คัน – อีซูซุ 768 คัน – ฟอร์ด 703 คัน – เชฟโรเลต 298 คัน – นิสสัน 144 คัน

5. ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 39,593 คัน ลดลง 23.2%

อันดับที่ 1 โตโยต้า14,964 คันลดลง12.5%ส่วนแบ่งตลาด 37.8%
อันดับที่ 2 อีซูซุ13,909 คันลดลง25.9%ส่วนแบ่งตลาด 35.1%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด3,890 คันลดลง21.2%ส่วนแบ่งตลาด 9.8%

สถิติการจำหน่ายรถยนต์ เดือนมกราคม – ธันวาคม 2562

1. ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 1,007,552 คัน ลดลง 3.3%

อันดับที่ 1 โตโยต้า332,380 คันเพิ่มขึ้น5.5%ส่วนแบ่งตลาด 33.0%
อันดับที่ 2 อีซูซุ168,215 คันลดลง5.4%ส่วนแบ่งตลาด 16.7%
อันดับที่ 3 ฮอนด้า125,833 คันลดลง1.9%ส่วนแบ่งตลาด 12.5%

2. ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 398,386 คัน ลดลง 0.3%

อันดับที่ 1 โตโยต้า117,708 คันเพิ่มขึ้น4.7%ส่วนแบ่งตลาด 29.5%
อันดับที่ 2 ฮอนด้า96,154 คันเพิ่มขึ้น0.4%ส่วนแบ่งตลาด 24.1%
อันดับที่ 3 มาสด้า96,154 คันลดลง8.8%ส่วนแบ่งตลาด 11.7%

3. ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 609,166 คัน ลดลง 5.1%

อันดับที่ 1 โตโยต้า214,672 คันเพิ่มขึ้น5.9%ส่วนแบ่งตลาด 35.2%
อันดับที่ 2 อีซูซุ168,215 คันลดลง5.4%ส่วนแบ่งตลาด 27.6%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด49,842 คันลดลง24.3%ส่วนแบ่งตลาด 8.2%

4. ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV) ปริมาณการขาย 492,129 คัน ลดลง 3.8%

อันดับที่ 1 โตโยต้า191,669 คันเพิ่มขึ้น8.3%ส่วนแบ่งตลาด 38.9%
อันดับที่ 2 อีซูซุ153,170 คันลดลง5.5%ส่วนแบ่งตลาด 31.1%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด49,841 คันลดลง23.5%ส่วนแบ่งตลาด 10.1%

ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน : 60,452 คัน โตโยต้า 26,217 คัน – มิตซูบิชิ 13,558 คัน – อีซูซุ 9,477 คัน – ฟอร์ด 6,355 คัน – เชฟโรเลต 3,091 คัน – นิสสัน 1,754 คัน

5. ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 431,677 คัน ลดลง 3.4%

อันดับที่ 1 โตโยต้า165,452 คันเพิ่มขึ้น9.6%ส่วนแบ่งตลาด 38.3%
อันดับที่ 2 อีซูซุ143,693 คันลดลง3.9%ส่วนแบ่งตลาด 33.3%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด43,486 คันลดลง21.7%ส่วนแบ่งตลาด 10.1%
Back Issue