Tubtim Mallika & Pleum Surabot

Tubtim Mallika & Pleum Surabot

ในฐานะที่นี่เป็นครั้งแรกที่ MiX มีคู่รักขึ้นปก จะมีใครเหมาะสมไปกว่าคนคู่นี้ เราได้ยินชื่อเสียงคู่รักคนดังแห่งโลกอินเตอร์เน็ต อย่าง ทับทิม-มัลลิกา จงวัฒนา กับ ปลื้ม-สุรบถ หลีกภัย ที่โด่งดังกับรายการสุดจี๊ดโดนใจวัยรุ่นอย่าง VRZO มานานพอสมควร ความรักที่พวกเขามีให้กันนั้นช่างน่าติดตามเหมือนหนังรักเรื่องหนึ่งที่ทำเอาใครหลายคนรู้สึกดีไปด้วย นั่นเองที่ทำให้เราไม่พลาดที่จะชักชวนสองคนนี้มาร่วมงานกับเรา พวกเขาดูร่าเริงไม่ต่างกับการทำรายการของตัวเองเลย

ยินดีต้อนรับสู่ MiX ถ่ายแบบวันนี้รู้สึกยังไงบ้างที่มาแบบแพ็คคู่

ทับทิม: จริงๆ ทับทิมไม่ค่อยได้ถ่ายแบบเท่าไหร่นะคะ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ถ่ายปกร่วมกับพี่ปลื้มในงานแฟชั่น ก็ชอบค่ะ 

ปลื้ม: ปกติผมถ่ายแต่ภาพเคลื่อนไหว ส่วนภาพนิ่งผมจะมีปัญหาที่โพสไม่ค่อยไม่เก่งเท่าไหร่ครับ

คุณรู้รึเปล่าว่าคุณคือผู้ชายคนแรกที่ได้ขึ้นปก MiX

ปลื้ม : จริงเหรอครับ โอโห เป็นเกียรติแก่ตัวผมมากที่ผมเป็นผู้ชายแรกที่ได้ขึ้นปก MiX ผมจะเอาไปโม้ใน facebook Instagram ของผม

พวกคุณสองคนทำงานอะไรกันบ้าง 

ปลื้ม : ทำหลายอย่างครับ อย่างตอนนี้ผมก็มีโปรเจ็คท์ส่วนตัวเยอะ เป็นธุรกิจส่วนตัว อย่างเช่นร้านอาหาร แต่ที่เห็นกันบ่อยๆ ก็คือรายการ VRZO ตอนนี้ออกใน Youtube เราเน้นตรงส่วนนี้เป็นหลักเลย เพราะว่าวัยรุ่นยุคนี้อยู่หน้าคอม เรามองว่าเด็กจะอยู่กับสื่ออินเตอร์เน็ตเป็นหลัก ก็เลยอยากกระจายสิ่งที่เราอยากนำเสนอขึ้นมา

ทับทิม : แล้วตอนนี้ก็ทำรายการใหม่กันด้วยค่ะ ชื่อรายการ 555 เรทติ้งกำลังดีเลย

รายการ 555 ต่างจากรายการเดิมยังไง

ปลื้ม : รายการใหม่จะเน้นเล่นกับผู้ชมมากขึ้น ธีมก็คือว่าให้คุณส่งมุขตลกมา แล้วเราก็จะคัดมาแข่งกันในรายการ แล้วเอามาเล่นกัน ของใครที่ได้คะแนนเยอะที่สุด ก็จะได้เงินไป รายการนี้จะบอกว่าไม่ต้องเครียดกับชีวิต ผมคิดว่าความคิดสร้างสรรค์ที่ดีมันจะต่อยอดได้ทันที ผมจึงสนับสนุนความคิดสร้างสรรค์ต่อยอดไปทำอย่างอื่นได้ครับ

พูดถึงเรื่องส่วนตัวหน่อย ชีวิตหลังแต่งงานของพวกคุณเป็นอย่างไรบ้าง

ปลื้ม : แสนจะเรียบเรียบง่าย ความโรแมนติก 0% (หัวเราะ)

ทับทิม : รู้สึกว่าตัวเองทำงานหนักขึ้นค่ะ เหมือนกับว่าเรามีความรับผิดชอบมากขึ้น เพราะหลังแต่งงานแล้วก็อยากให้ครอบครัวมั่นคงมากขึ้น จากการทำงาน ทำธุรกิจ ตอนนี้จากที่ต้องดูแลตัวเองก็ต้องดูแลเขาด้วย อย่างจะหาอะไรกิน ก็ต้องหาเผื่อเขาด้วยทุกอย่าง

มีอะไรที่เปลี่ยนต่างไปจากเดิมบ้างรึเปล่า

ปลื้ม : ไม่มีเลยครับ เหมือนเดิมทุกประการ เพราะเราเริ่มมาจากเพื่อนร่วมงานก่อน แล้วคนที่ร่วมงานกันก็มักจะรู้กันอยู่แล้วว่านิสัยเสียเขาอยู่ตรงไหน ความพยายามเขาเป็นอย่างไร หลายอย่างมันจะแสดงออกมา ก่อนหน้าที่จะแต่งงาน ผมไม่เคยบอกกับทับทิมเลยว่าเรามาเป็นแฟนกันนะ คือเรารู้กันโดยปริยายว่ารักกัน พอผมเจอปัญหา เราจะรู้เลยว่าใครจะยื่นมือมาพยุงเรา หรือเวลาเขาล้ม เราจะไปช่วยเขา เราเป็นคู่รักที่บอกได้เลยว่าไม่หวาน เพราะเรามีความสุขจากการที่ได้ทำงาน เวลาเราคิดไอเดียใหม่ๆ ได้ มันก็จะสนุกร่วมกัน

ทับทิม : ส่วนทับทิม สิ่งที่เปลี่ยนแปลงก็คือเรื่องของความสบายใจมากขึ้น เพราะแต่งงานแล้ว

ทับทิมพูดเหมือนตอนแรกจะไม่มั่นใจปลื้มเท่าไหร่

ปลื้ม : ไม่หรอกครับ ต้องบอกโปรไฟล์ผมนิดนึง คือผมจะมีคนที่สนิทจริงๆ ที่คัดมาแล้วพันกว่าคนที่คบได้จริงใจ แล้วลองคิดดูสิครับว่า 1 ปีมี 365 วัน ผมต้องไปงานวันเกิดเพื่อนหนึ่งพันคน มันก็แทบจะทุกวันแล้ว ไหนจะมีเพื่อนที่เพิ่งเรียนจบ รุ่นน้องไปต่างประเทศ มีคนกลับมา งานศพญาติเพื่อน คือผมต้องออกทุกวัน ก็เลยอาจจะทำให้เขาไม่สบายใจได้

ทับทิม : จริงๆ ก็ไม่ได้กังวลอะไรนะคะ แต่ความกลัวเรื่องแบบนี้มันมาจากการที่ได้ทำรายการ VRZO เนื่องจากเราได้ไปสัมภาษณ์คน ทั้งชายและหญิง บางคนที่เขาตอบมาก็ทำให้เราต้องกลับมาคิดทบทวนเรื่องของเรา เพราะปลื้มเขาก็เป็นคนที่เฟรนด์ลี่พร่ำเพรื่อ (หัวเราะ)

ทุกวันนี้มีเวลาไปเที่ยวสังสรรค์กับเพื่อนบ้างไหม

ปลื้ม : ถ้ามีใครเห็นผมออกไปแบบนั้น บอกได้เลยว่าผมไปเพราะใครสักคนในนั้นที่ผมรู้จัก อาจจะด้วยงานวันเกิดหรือเลี้ยงอะไรสักอย่าง จนผมจะรณรงค์ให้เพื่อนๆ ผมจัดงานกันก่อน 6 โมงอยู่แล้วครับ

ทับทิม : เขาเรียกว่างานสังคมสงเคราะห์เฉพาะกิจ (หัวเราะ) ถ้าไม่ไปเพื่อนก็งอน เราเข้าใจ แต่พอไปอยู่ดึก อีกวันตอนเช้าเราต้องตื่นมาทำงาน เห็นเขาแล้วเหนื่อยแทน

ได้วางแผนครอบครัวบ้างรึยังว่าจะเป็นแนวไหน

ปลื้ม : คือผมแต่งงานเพราะอยากจะทำงานเต็มที่ ตอนนี้ก็ทำเพื่อตัวเองและทุกคนครับ

ทับทิม : จริงๆ การวางแผนครอบครัวมันไม่ใช่แค่เราสองคนค่ะ เราต้องมองถึงคุณพ่อคุณแม่ที่เราต้องดูแลแล้วก็ลูกน้อง เพื่อนฝูงที่ทำงานร่วมกัน ทับทิมก็อยากให้ทุกคนมั่นคงไปพร้อมๆ กัน

คำถามสุดท้าย ขอสามคำให้กันและกัน เพื่อการันตีความความรักของพวกคุณหน่อย

ปลื้ม : รักจุงเบย

ทับทิม : ให้สี่ห้อง (หัวเราะ)

We are so good together