FEVER : "ไอดอล+ศิลปินอินดี้" เพราะมากกว่า "กระแส" คือการเป็นที่ "จดจำ" | Issue 159 : MiX Magazine It's man man's world!
FEVER : "ไอดอล+ศิลปินอินดี้" เพราะมากกว่า "กระแส" คือการเป็นที่ "จดจำ" | Issue 159

Music Inspire 159 10

ไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่ชื่นชอบไอดอลหรือไม่ หากคุณเป็นนักฟังเพลง คงเคยได้ยินคำว่า "ไอดอล" ผ่านหูมาบ้างไม่มากก็น้อย และเมื่อพูดถึงวงไอดอลอันมากมายในบ้านเรา แน่นอนว่า FEVER คือหนึ่งในวงที่โดดเด่นขึ้นมา ด้วยภาพลักษณ์และแนวเพลงที่ชัดเจน แตกต่างจากวงไอดอลวงอื่นอย่างเห็นได้ชัด และนับตั้งแต่ปล่อยเพลง "Start Again" เรื่อยมาจนถึง "The Feeling" ความชัดเจนในแนวทางที่เลือกเดินของวงก็ยิ่งทำให้คำนิยามว่า "ไอดอล+ศิลปินอินดี้" ของ FEVER ชัดเจนยิ่งขึ้น

FEVER คือวงที่ยืนอยู่ในจุดกึ่งกลางระหว่างความเป็นไอดอลและศิลปินอินดี้ ประกอบด้วยสมาชิกทั้งสิ้น 12 คน โดยวง FEVER เกิดขึ้นจากแนวคิดของคุณปลั๊ก อธิปติ ไพรหิรัญ ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารค่าย Roamrun Entertainment กับไอเดียที่ต้องการสร้างความแตกต่างให้กับไอดอลในบ้านเราเหมือนที่เกิดขึ้นในประเทศอื่น ๆ ดังนั้นคอนเซ็ปต์ โปรดักชั่น และเพลง จึงเป็นสิ่งที่ค่ายให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเรื่องของเพลง

“ วงเราค่อนข้างมีสไตล์ที่ไม่เหมือนใคร เพลงของวงเราค่อนข้างแตกต่างจากวงอื่น เพราะถ้าพูดถึงไอดอลแล้ว ทุกคนก็จะแบบเพลงมันต้องเป็นแนวนั้นแนวนี้ เขาจะ Studio Type กันไปในแบบนั้น แต่จริง ๆ แล้วผลงานเพลงมันไม่ได้มีแค่อย่างเดียว อยากให้ทุกคนลองเปิดใจฟังเพลงของพวกเราก่อน เพราะทีมเพลงของเราฝีมือคุณภาพมาก ๆ บีมบีม

 

FEVER เปิดตัวด้วยซิงเกิลแรกด้วยเพลง Start Again, Ghost World และ Password ตามลำดับ กับแนวเพลงซินท์ป็อป-ซิตี้ป็อป ซึ่งทั้งสามเพลงล้วนได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากทั้งกลุ่มแฟนคลับ และเหล่านักฟังเพลงโดยเฉพาะสายเพลงอินดี้ สืบเนื่องมาจากทีมเพลงของวงที่ประกอบด้วยเหล่าคนดนตรีจากแวดวงอินดี้ อาทิ คุณเฉลิมพล สูงศักดิ์ จากวง Gym and Swim, คุณปกป้อง จิตดี จากวง Plastic Plastic เป็นต้น

“ ซิงเกิลแรกของพวกเรามี 3 เพลง เริ่มที่ Start Again พูดถึงการเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง Ghost World พูดถึงความเป็นตัวเองของวง FEVER ที่เพิ่มมากขึ้นจากเพลงแรก และ Password เพลงที่มีเนื้อหาให้กำลังใจ ส่วนซิงเกิลที่สอง Underground เป็นการบอกกับทุกคนว่าพวกเราจะไปในทางของตัวเองแล้วนะ ต่อมาคือ The Feeling เนื้อจะค่อนข้างสะเทือนใจนิดนึง แต่ก็เป็นการให้กำลังใจเหมือนกัน ถ้าถามว่าชอบเพลงไหนมากที่สุด คงเป็นเพลงที่ยังเป็นความลับอยู่ค่ะ (ยิ้ม) ฟอล์ย

และสำหรับ Music Inspire ในครั้งนี้ เพื่อให้ทุกคนได้ทำความรู้จัก FEVER เพิ่มมากขึ้น เรามานั่งพูดคุยกับตัวแทนของเมมเบอร์ทั้ง 6 คนของวงได้แก่ บีมบีม, บีม, ปาย, ซี, ป๊อป และ ฟอล์ย ถึงมุมมอง ทัศนคติ และเรื่องราวที่ผ่านมาของการเป็นเมมเบอร์ FEVER กันครับ

Music Inspire 159 7

เหตุผลในการสมัครเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ FEVER 
ป๊อป : จริง ๆ หนูชอบดูพวกนักร้องนักแสดงอยู่แล้ว แต่ว่าไม่เคยคิดว่าตัวเองจะทำได้ ด้วยบุคลิกที่เหมือนไม่ค่อยกล้าแสดงออกเท่าไหร่ ไม่ค่อยมีความมั่นใจ เลยอยากจะลองทำดู พิสูจน์ตัวเองว่าจะทำได้หรือเปล่า แล้วก็อยากจะเอาชนะตัวเองด้วย
ฟอล์ย : ชอบไอดอลอยู่แล้วค่ะ เป็นวงไอดอลญี่ปุ่นชื่อ Keyakizaka 46 ก็เลยอยากลองเป็นไอดอลดูบ้าง
ซี : มันเริ่มมาจากการที่ว่าซีรู้สึกว่าเรามีเวลาว่างตอนปี 3-4 เพราะดร็อปเรียน เลยอยากจะทำอะไรที่ตอบแทนกลับคืนสู่สังคมในช่วงเวลาที่ว่าง แล้วช่วงนั้นคำว่าไอดอลมันเริ่มเป็นกระแสขึ้นมา ซีรู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่สามารถเข้าไปอยู่ข้าง ๆ ใครสักคนได้เสมอ เป็นกำลังใจให้เขาได้ เลยตัดสินใจสมัครค่ะ
ปาย : เพราะว่าเราเล่นดนตรีมาก่อน พอเห็นชื่อทีมเพลง ก็เลยทำให้รู้สึกว่าอยากเข้ามาทำตรงนี้ค่ะ
บีม : เข้ามาด้วยเพราะว่าเห็นชื่อทีมเพลง เป็นเพลงแนวที่หนูชอบฟังอยู่แล้ว เลยตัดสินใจสมัครเข้าวงค่ะ
บีมบีม : การเป็นไอดอลมันคือความฝันที่ยังค้างคาของบีม ตอนแรกบีมเคยไปสมัครไอดอลวงหนึ่ง มันแบบกำลังจะก้าวขาเข้าไป แต่เราก็ไม่ได้ทำ หลังจากนั้นตอนทำงานเป็นแอร์โฮสเตสแล้ว บีมเห็นไอดอลหลาย ๆ วงเริ่มเปิดตัว เริ่มรู้สึกว่าอยากลองดูอีกครั้ง พอ FEVER เปิดรับสมัคร ก็สอบถามทีมงานไปว่าถ้าทำงานเป็นแอร์โฮสเตสไปด้วย สามารถเป็นเมมเบอร์ของวงได้ไหม เขาบอกว่าได้ ก็เลยทำทั้งสองควบคู่กัน 

คำว่า “ไอดอล” ในมุมมองของเรา
ป๊อป : หนูรู้สึกว่าไอดอลเป็นคนที่สร้าง Inspiration ให้คนอื่นได้ แล้วก็ค่อยให้กำลังใจ ให้ความสุขกับคนอื่น
ฟอล์ย : คำว่าไอดอลอารมณ์คงเหมือนเหมือนไอคอนมั้งคะ
ปาย : หนูคิดว่าไอดอลควรจะเป็นตัวของตัวเอง
บีมบีม : ไอดอลน่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับคนอื่น จริง ๆ แล้วบีมไม่มองว่าตัวเองเป็นไอดอลด้วยซ้ำ  คือเราก็ต้องมีมุมที่ไม่ได้ดีไปทุกอย่าง เป็นมนุษย์คนหนึ่งเหมือนกัน คำว่าไอดอลมันอาจสูงไปสำหรับคำจำกัดความของเรา บีมมองว่าตัวเองใกล้เคียงกับคำว่าศิลปินมากกว่า คำนี้มันดีกว่าจริง ๆ แล้วไม่อยากจะจำกัดความอะไรเลยด้วยซ้ำ เพราะรู้สึกว่ามันยาก
บีมบีมมองว่าไอดอลก็คือคนธรรมดา ไม่ได้พิเศษไปกว่าใคร ไม่ทำผิดจนติดคุก เป็นแบบอย่างที่ดีในแง่ใดแง่หนึ่ง
ซี : ไอดอลในความคิดของซีอาจเหมือนที่หลาย ๆ คนตอบไปนะคะ คือเป็นตัวอย่างแบบแผนให้ใครสักคนหนึ่งในด้านในด้านหนึ่งค่ะ

Music Inspire 159 8

โมเมนต์ในความทรงจำของการเป็นเมมเบอร์ FEVER 
ป๊อป : นึกถึงวันเดบิวต์สเตจค่ะ วันนั้นคือเราไม่รู้มาก่อนเลยว่าจะมีคนมาดูเยอะแค่ไหน พอขึ้นมาบนเวทีก็ได้เห็นคนมารอดูเราเยอะมาก
ปาย : วันเดบิวต์สเตจ ตอนขึ้นไปบนเวทีมันตื่นเต้นมากจริง ๆ ค่ะ และเป็นครั้งแรกที่ได้เจอกับแฟนคลับ ได้เห็นว่ามีคนมาเชียร์เราเยอะมาก
บีมบีม : นึกถึงตอนบูมก่อนขึ้นแสดง มันเป็นโมเมนต์ที่ทุกคนมารวมตัวกัน หันมามองหน้ากัน แล้วก็บูม “ FEVER! FEVER! FEEEEEEEEEEVER!” เป็นโมเมนต์ที่ดีในทุกการแสดงทุกคอนเสิร์ตเลยค่ะ
บีมนึกถึงโมเมนต์หลังแสดงเสร็จ แบบเรามารวมตัวให้กำลังใจกัน พุดคุยกันว่าวันนี้เราผิดพลาดอะไรบ้าง ให้คำแนะนำกัน แล้วค่อยเริ่มใหม่กันนะ
ฟอล์ย : เป็นทุกช่วงเวลาที่ได้ใช้ร่วมกับเมมเบอร์ค่ะ อย่างเช่นตอนซ้อม ตอนแสดง หรือตอนที่ไปเที่ยวด้วยกัน
ซี : สำหรับซีคือทุกครั้งที่ซ้อม มันจะมีโมเมนต์ที่เหนื่อยที่ท้อ แต่ในทุกครั้งเมมเบอร์ก็จะเดินเข้ามากอด เข้ามาปลอบ แบบไม่เป็นไรนะ เป็นกำลังใจให้นะ เป็นแบบนี้เสมอไม่ว่าจะเพลงไหน วันไหน เดือนไหน ปีไหนเลยค่ะ

ประสบการณ์ที่ได้รับจากการเป็น FEVER 
บีมบีม : บีมไม่เคยคิดเคยฝันมาก่อนเลยว่าจะได้ขึ้นเวที เหมือนที่บอกไว้ก่อนหน้านี้ว่าความฝันของเรามันค้างคา อาจจะไม่มีโอกาสแล้วด้วยซ้ำเพราะเราได้ทิ้งจุดนั้นไปแล้ว แต่กลายเป็นว่าเรามีโอกาสได้ทำ ได้ขึ้นบนเวที มันดีมากจริง ๆ การที่เราขึ้นไปร้องเพลงแล้วมีคนคอยเชียร์ให้กำลังใจ มันค่อนข้างมาไกลจากสิ่งที่เราฝันเหมือนกัน ที่สำคัญบีมค่อนข้างชอบเพลงของวงตัวเองมาก รู้สึกภูมิใจทุกครั้งที่ได้ร้องค่ะ
บีมทำให้เราโตขึ้นอีกขั้นหนึ่งในแง่ของการทำงาน ได้พบผู้คน ได้อยู่ในสังคมที่หลากหลาย ถ้าไม่ได้มาเป็นเมมเบอร์ก็คงแค่ทำงานธรรมดา
ซี : รู้สึกว่าซีแคร์คนอื่นมากขึ้น มองเห็นหลายอย่างมากขึ้น ได้เติบโตขึ้น ได้มีความรับผิดชอบต่อครอบครัว ต่อสังคม ต่ออะไรหลายอย่างมากขึ้นค่ะ
ฟอล์ย : ฟอล์ยเข้ามาอยู่ใน FEVER ในช่วงที่กำลังเป็นวัยรุ่นพอดี ประมาณมัธยม 4-5 ตอนนี้ก็กำลังจะเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว ถือเป็นช่วงเวลาที่มอบประสบการณ์ต่าง ๆ ให้หนูมากที่สุดเลยค่ะ
ปาย : ปกติหนูเป็นคนพูดเก่ง แต่แบบให้ออกไปพรีเซนต์หน้าห้องเรียนหนูจะทำไม่ได้ การเป็น FEVER มันทำให้หนูได้พบเจอผู้คน ได้ทำการแสดง ได้มีความกล้าที่จะยืนอยู่ข้างหน้ามากขึ้น
ป๊อป : หลายอย่างเลยค่ะ คือช่วยให้หนูได้ปลดปล่อยตัวเอง ได้พูดกับผู้คนมากขึ้น ได้ค้นพบตัวเองในด้านที่ไม่คิดเลยว่าจะมีมาก่อน ได้เพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเอง เพิ่มสกิลร้องเต้น และที่สำคัญคือได้เพื่อนดี ๆ ด้วยค่ะ

 

ฝากทิ้งท้ายถึงแฟนคลับและคนอ่าน ?
บีมขอบคุณทุกคนที่ติดตามกันมาตลอด ฝากติดตามกันไปเรื่อย ๆ นะคะ พวกเราก็จะพัฒนาต่อไป มีเรื่องอะไรก็สู้ ๆ
มาเล่าให้ฟังได้ค่ะ
ป๊อป : ขอบคุณนะคะที่คอยเป็นกำลังใจให้กับพวกเรา
ซี : ช่วงนี้ฝุ่น PM 2.5 เยอะมากเลย อยากให้ทุกคนรักษาสุขภาพกันด้วย และฝากติดตามพวกเรา FEVER ตอนนี้มีเพลงใหม่ชื่อว่า The Feeling มีพี่ซู (เมมเบอร์ FEVER) เป็นเซนเตอร์เพลงนี้ แล้วก็อย่าลืมรักพวกเรา FEVER นะคะ ขอบคุณค่ะ 

Music Inspire 159 1

Music Inspire 159 2

Music Inspire 159 3

Music Inspire 159 4

Music Inspire 159 5

Music Inspire 159 6

ขอบคุณ D Maniac Studio สำหรับสถานที่ 

Photo : Satchaphon Rungwichitsin