ไม่ได้ล้มเหลว แค่ค้นพบ 10,000 วิธีที่ทำให้มันไม่สำเร็จ

editorial note

“I have not failed. I’ve just found 10,000 ways that won’t work”

“ผมไม่ได้ล้มเหลว ผมแค่ค้นพบ 10,000 วิธีที่ทำให้มันไม่สำเร็จ”

คำคมจาก โทมัส อัลวา เอดิสัน นักประดิษฐ์ผู้เปลี่ยนโลกจากยุคเทียนไข สู่ยุคไฟฟ้า

หากไม่มีการประดิษฐ์หลอดไฟ และการนำไฟฟ้ามาใช้ คุณคิดว่าโลก จะเป็นอย่างไรครับ แน่นอนว่าไม่มีคำยุคดิจิทัลตามมาแน่ ๆ  ผมมีโอกาสได้ไปชมภาพยนตร์เรื่อง The Current War หนังที่ว่าด้วยเรื่อง สงครามทฤษฎีกระแสไฟฟ้าเปลี่ยนโลก อีกนัยหนึ่งก็คือหนังชีวประวัติ บางช่วงของ โทมัส เอดิสัน นั่นแหละ หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ดีครับ คือเรียกได้ว่า สาระบันเทิงเต็มปากเต็มคำ สาระค่อนข้างนำ บันเทิงนิดหน่อย ผมดู ในวันสุดท้ายก่อนหนังออกโรง


สิ่งที่ผมเห็นคือทั้งโรงมีคนดูแค่เพียง 10 คน ตอกย้ำคำว่าหนังดีไม่มีคนดู น่าเสียดายที่หนังต้องลาโรงไปเงียบ ๆ  หนังเรื่องนี้ทำให้รู้ที่มาที่ไปของการที่เรามีไฟฟ้าใช้ โทมัส อัลวา เอดิสัน กับ นิโคลา เทสลา กลายเป็นคู่ปรับคนสำคัญใน “สงครามกระแสไฟฟ้า” หรือ The Current War ในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1880-1890 ขณะที่เอดิสันเชื่อมั่นในไฟฟ้ากระแสตรง (DC) เทสลาคือผู้เปิดศักราชของไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) และจากการร่วมมีอกันระหว่าง เทสลา และนักประดิษฐ์และนักธุรกิจอย่าง จอร์จ เวสติงเฮาส์ ก็ทำให้โลกได้เห็นว่า ไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) นั้นมีต้นทุนที่ต่ำกว่า และไปได้ไกลกว่า และทุกบ้านก็ค่อย ๆ มีไฟฟ้าใช้รวมทั้งบ้านเราด้วย


ผมชื่นชมทัศนคติของทั้ง 3 ตัวละครหลักในเรื่องมาก  คำว่า Vision นั้นคือความเชื่ออย่างหนึ่ง ความเชื่อในการมองการณ์ไกล ความเชื่อมั่นที่เราจะก้าวไปสู่ความสำเร็จ และเมื่อเชื่อมั่น Believe ก็จะมีแรงผลักดันให้ทำมันได้จริง ๆ และก็พบความสำเร็จสมปรารถนา หากคุณกำลังท้อ หรือคิดว่าการงาน ธุรกิจ การดำเนินชีวิต เป้าหมาย กำลังถึงทางตัน ไม่ก้าวหน้า หมดไฟ ผมอยากให้คุณย้อนไปอ่านคำคมของโทมัส เอดิสัน ด้านบนอีกครั้งครับ

 

“I have not failed. I’ve just found 10,000 ways that won’t work”  
 

บรรณาธิการ 
พรเลิศ เลิศหิรัญรัตน์ (Aumlove)

Back Issue