ที่เขี่ยบุหรี่

ที่เขี่ยบุหรี่

เขาซื้อคนรักหรือที่เขี่ยบุหรี่อันนี้มาจากท่าปลา อุตรดิตถ์ เมื่อ 30 กว่าปีก่อน ตอนนั้นเขาก็อายุปาเข้าไป 40 กว่า ๆ แต่จำไม่ได้ว่าไปดูงานราชการ หรือไปธุระอันใดในละแวกนั้น 

จำได้แต่ว่าเห็นแวบแรกก็สะดุดใจที่เขี่ยบุหรี่แกะจากไม้ท่อนเดียว มีหญิงสาวผมยาวเปลือยกายแอ่นอกเต่งงามเต็มแน่นเอนท่าสบายหนีบเรียวขายาวระหงส์บังจุดซ่อนเร้น เหมือนกำลังหย่อนกายแช่อ่างอยู่ในนั้น

“ของเก่าแกะจากไม้ตะเคียน ถ้าพ่อครูฉลวยสนใจเดี๋ยวผมแถมคาถาให้ด้วย” คนขายว่า

“คาถาอะไรของเอ็ง ฉันจะซื้อไปเขี่ยบุหรี่” เขานึกขำบอกกับนายหมอดูชาวบ้านที่อุตส่าห์หอบเอามาขายเขาถึงเรือนพัก 

“เอาน่า พ่อครู ผมเห็นพ่อครูยังโสดอยู่นะถึงเอามาให้ ไอ้ผมถ้าไม่ติดว่ามีลูกมีเมียแล้ว ผมไม่ปล่อยจริง ๆ” 

“เลอะเทอะไปกันใหญ่แล้วเอ็ง เอ้า...ว่ามาราคากี่บาท ฉันซื้อ”

“ผมขายพ่อครู 500 ครับ” หมอดูว่า 

“ที่เขี่ยบุหรี่อะไรวะ 500” เขาส่ายหน้า ทั้งที่ใจอยากได้เขาหยิบขึ้นมามองพินิจพิเคราะห์ดูใกล้ ๆ ด้วยเห็นว่าเป็นงานฝีมือและเข้าใจว่าคนขายคงจะเก็งกำไรไว้กินเหล้า เขานิ่งคิดอยู่ไม่นานของสะสมแบบนี้คงหาไม่ได้ง่าย ๆ จึงหยิบเงินห้าร้อยส่งให้ แล้วกำชับ “ฉันซื้อแค่สามร้อย ส่วนอีกสองร้อยเอ็งรีบเอาไปซื้อเหล้า ซื้อกับแกล้มแล้วกลับมาหาฉันเดี๋ยวนี้ ถ้าตกลงก็เอา ถ้าไม่ก็ไม่” 

“ก็ได้พ่อครู แต่สามร้อยผมให้คาถาครึ่งเดียวนะ” หมอนั่นทำหน้ามีเหลี่ยม รับเงินจากเขา ขอกระดาษไปจดอะไรยุกยิก ๆ แล้วรีบออกไปซื้อเหล้ามาตามสั่ง 

“แล้ววันหนึ่งพ่อครูจะรู้สึกเสียดาย ที่ได้คาถาไปครึ่งเดียว” หมอดูหัวเราะเยาะหยันเขา ขณะเมามายได้ที่

… 

…แล้วเหตุการณ์ก็ผ่านไป หลังจากนั้นไม่กี่วันเขากลับมาอยู่บ้านที่นครปฐม ใช้ชีวิตทำงานตามปกติ คือไปสอนหนังสือ กลับบ้านมานั่งดื่มอยู่คนเดียวในบ้านพักครู หรือออกไปดื่มกับพรรคพวกแถวหัวตลาดบ้าง ซ้ำซากวนไปวนมาอยู่อย่างนั้น จนเขาอายุได้ 52 ปี วันหนึ่งขณะเก็บกวาดบ้าน เขาก็เจอกระดาษจดคาถาที่ซุก ๆ เอาไว้ด้วยความว่างและค่อนข้างครึ้มไปเสียหลายส่วนเพราะจิบเบียร์ไปด้วยนุ่งผ้าขาวม้าทำงานบ้านไปด้วย เขาจึงลองท่องคาถาไปตามนั้น จู่ ๆ ไฟในห้องก็กะพริบวิบวับ และหญิงสาวเปลือยกายในที่เขี่ยบุหรี่ก็กลายเป็นมีชีวิตชีวาลุกขึ้นมาทักทาย ทีแรกเขาก็ตกใจไปตามประสาแต่ว่าตกใจอยู่ไม่นานก็เริ่มคุ้นเคย เธอบอกเขาว่าเธอชื่อขนิษฐา 

หลังจากนั้นเขาก็เริ่มรักเธอ ซื้อเสื้อผ้าตุ๊กตามาให้เธอใส่ พูดคุยหยอกล้อใช้ชีวิตกับเธอราวกับสามีภรรยา เพียงแต่ไม่เคยร่วมหลับนอนกันเพราะเธอตัวเล็กแค่นั้น ถึงจะนอนเตียงเดียวกันทุกคืนแต่เขาก็ต้องคอยระวังเพราะกลัวกลิ้งไปทับเธอ และระหว่างนั้นในทุก ๆ วันหยุดเขาจะไปอุตรดิตถ์เกือบทุกอาทิตย์เพื่อตามหาอีตาหมอดูคนที่ขายเธอให้แก่เขา แต่ตามหาแทบพลิกแผ่นดินก็หาไม่พบ

“เห็นไหมล่ะ งกไม่เข้าเรื่องแค่สองร้อยเอง ถ้าพี่ท่องคาถาครบ ป่านนี้หนูก็ขยายร่างได้เป็นคนปกติ ไม่น่างกเลยจริง ๆ นะพี่นะ”  เธอบ่นกับเขาแบบนี้ทุกวัน ทุกคืนที่เขาให้เธอเล่าเรื่องของเธอให้เขาฟัง

แรก ๆ เขาก็ให้เธอเล่าเรื่องพิสดารต่าง ๆ นานาที่เกิดขึ้น เธอว่าเธอโดนสาปให้ไม่แก่และไม่ตายอยู่ในต้นตะเคียนมาเป็นร้อยปีก่อนโดนเอาไปแกะเป็นที่เขี่ยบุหรี่ จนกระทั่งมีผู้หนุ่มน้อยมากวิชาคนหนึ่งมาร่ายมนต์ให้เธอกลับเป็นคนได้ และเมื่อจบเรื่องพิสดาร เขาก็เริ่มให้เธอเล่าเรื่องวิตถารที่ผ่านมา นับตั้งแต่เมื่อคราวหนุ่มน้อยผู้ร่ายมนต์ มาจนถึงบรรดาขุนน้ำขุนนางผู้รับช่วงต่อ ๆ มา จนถึงบรรดาชาวบ้านท่าทางเถื่อน ๆ เนิ่นนานจนนับนิ้วไม่พอ กว่าจะจบลงที่หมอดูคนสุดท้ายที่ขายเธอให้เขา 

…ยิ่งฟังเขาก็ยิ่งเจ็บใจกับอีเงินแค่สองร้อยในครานั้น 

…แล้วเหตุการณ์ก็เคลื่อนผ่านไปอีก ตามไทม์ไลน์ของมันจนสามสิบปีล่วงผ่าน เขาใช้ชีวิตอยู่กับขนิษฐามาเรื่อย ๆ เปื่อย ๆ เธอยังอกตึงเป็นสาวสะคราญน่าใคร่ไม่รู้คลาย ส่วนเขานั้นกลายเป็นชายอายุ 70 กว่า ท่าทางออด ๆ แอด ๆ เพราะดื่มเหล้ามายาวนาน 

กระทั่งวันหนึ่ง ซึ่งเป็นวันหนึ่งที่ดูเหมือนพระเจ้าจะเข้าข้างเขา ขณะที่เขากำลังงก ๆ เงิ่น ๆ ไปตรวจความดันตามวันนัดของหมอ จู่ ๆ เขาก็เจออีตาหมอดูคนที่ขายขนิษฐาให้กับเขาเมื่อสามสิบปีก่อน กำลังนั่ง ๆ นอน ๆ เป็นขอทานอยู่ข้าง ๆ โรงพยาบาล เขาดีใจรีบเดินเข้าไปหา อีตาหมอดูนั่นก็เหมือนรู้ นั่งหัวเราะเยาะเขาอยู่เป็นนานสองนาน ทีแรกหมออ้างว่าลืมคาถาไปหมดแล้ว แต่ต่อมาหมอก็พยายามนึก ๆ แล้วบอกเขาว่า คราวนี้ไม่ใช่สองร้อยแล้วนะพ่อครูฉลวยเวลามันผ่านไปแล้ว คราวนี้มันต้องสองหมื่น 

เขายืนลังเล โมโหอยู่พักใหญ่ ก่อนตัดสินใจไปกดเงินบำนาญที่ตู้เอทีเอ็มใกล้ ๆ มาให้ค่าคาถา 

“เอ้าว่ามา คาถาอะไรของเอ็ง ฉันจะพิมพ์ไว้ในโทรศัพท์” พ่อครูว่าขณะที่อีตาหมอดูรีบเก็บเงินเข้าพกเข้าห่อมิดชิด ก่อนหัวเราะเสียงอัปลักษณ์แล้วบอกว่า “ก็คาถาบทเดิมแหละพ่อครู แต่ท่องซ้ำสองหนวันนั้นฉันกั๊กไว้แค่นี้แหละ ไม่ได้บอกพ่อครู”

…ไม่มีใครรู้ว่าคืนนั้นที่บ้านของครูฉลวยเกิดเหตุการณ์อะไรหรือมีเรื่องมิดีมิร้ายขึ้นอย่างไร รู้แต่ว่าในวันงานศพของครูฉลวยเมื่อเดือนกุมภาปีก่อน ลูกสาวบุญธรรมของครูฉลวย ซึ่งเป็นสาวสวยสะพรั่งและเป็นที่หมายปองของบรรดาหนุ่ม ๆ น้อยใหญ่ เป็นคนจัดการทุกอย่างคนเดียวทั้งหมด รวมถึงเงินประกันชีวิตและเบี้ยบำเหน็จบำนาญของครูฉลวย ในฐานะทายาทเพียงคนเดียวที่ครูฉลวยแกมีอยู่ส่วนเมื่อครูฉลวยจากไปแล้ว เธอจะมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างไร อันนี้ผู้เขียนก็ไม่อาจทราบได้เหมือนกัน

ที่เขี่ยบุหรี่