: MiX Magazine It's man man's world!

ไม่บ่อยครั้งนักที่จะมีโอกาสได้ทดลองขับรถเอสยูวีแห่งค่ายดาวลูกไก่ โดยครั้งนี้พระเอกของเรามีถึง 2 คันด้วยกัน นั่นคือ Subaru Forester 2.0i - L และ XV STi ซึ่งทั้งสองคันนี้เป็นรถอเนกประสงค์เหมือนกัน แต่รูปร่างหน้าตาและนิสัยใจคอ แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ซึ่งเราจะไปทดลองขับกันบนเส้นทางกรุงเทพฯ - เขาใหญ่ เพื่อเป็นการพิสูจน์สมรรถนะของเครื่องยนต์บ็อกเซอร์และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ โดยสะท้อนการใช้งานจริง ในสภาพเส้นทางที่แตกต่างออกไปจากการใช้งานในชีวิตประจำวัน

Subaru Forester 2.0i-L รุ่นนี้เป็นเจเนอเรชั่นที่ 4 แล้ว แต่รูปร่างหน้าตาของรถรุ่นนี้ยังถือว่าร่วมสมัยอยู่ แม้จะคลอดออกมาแล้วเป็นเวลาถึงเกือบ 3 ปีก็ตาม ด้วยมิติตัวรถที่มีความยาว 4,595 มม. กว้าง 1,795 มม. และสูง 1,735 มม. ส่งผลให้
รถคันนี้มีวัสัยทัศน์การขับขี่ที่ดีเยี่ยม รวมถึงการติดตั้งล้ออัลลอยด์และยางขนาด 225/60R17 เป็นการเพิ่มสมรรถนะในด้านการยึดเกาะถนนได้เป็นอย่างดี 

ส่วนภายในห้องโดยสาร กับการออกแบบที่ดูเรียบง่ายนั้น กลับกลายเป็นดูดี  และการจัดวางอุปกรณ์ต่างๆ ไว้ใกล้มือ ยิ่งทำให้ใช้งานง่าย แล้วถ้าอยากกินลม ชมวิว บนหลังคามีช่องสำหรับซันรูฟที่ควบคุมการปิด - เปิดด้วยระบบไฟฟ้ามาให้ด้วย  

การทดสอบครั้งนี้ก็ได้ใช้เส้นทางกรุงเทพฯ - เขาใหญ่ โดยใช้งานแบบเดียวกับในชีวิตประจำวันทั้งบนถนนหลวง และการขึ้นเนินเขา ผ่านทางโค้งซึ่งต้องเจอกับสภาพเส้นทางที่หลากหลาย ขุมพลัง Boxer สูบนอนขนาด 2.0 ลิตร ที่ให้กำลัง 150 แรงม้า เมื่อทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ All - Whell Drive และระบบ X Mode ทำงานร่วมกับระบบควบคุมเสถียรภาพ VDC ที่คอยควบคุมการหมุนของล้อ ก็เพียงพอต่อการนำพาไปถึงยังจุดหมายปลายทางได้อย่างมั่นใจ อุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการเดินทางอย่างฟังก์ชั่น Cruise Control ก็เป็นตัวช่วยคลายความเมื่อยล้าจากการขับขี่ได้ แต่หากอยากขับให้สนุก Subaru Forester 2.0i - L ยังมีระบบ PaddleShift ที่พวงมาลัยให้เลือกปรับตำแหน่งเกียร์ได้
ตามต้องการอีกด้วย

ส่วน Subaru XV STI PERFORMANCE เอสยูวีรุ่นนี้ ถือว่าเป็นพระเอกของค่ายดาวลูกไก่เลยก็ว่าได้เพราะตั้งแต่เปิดตัวมา ก็กวาดยอดขายไปแบบถล่มทลายจนมาถึงรุ่นพิเศษที่ได้รับการปรับแต่งใหม่ โดยติดตั้งอุปกรณ์เสริมสมรรถนะในสไตล์ STI PERFORMANCE ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีอะไรที่พิเศษไปกว่ารุ่นมาตรฐาน

ความพิเศษที่สะท้อนในรูปลักษณ์ของรถรุ่นนี้มาจากชุดแต่งที่เรียกกันว่าเป็นเวอร์ชั่น STI PERFORMANCEประกอบไปด้วยชุดบอดี้พาร์ท สปอยเลอร์กันชนทั้งหน้า - หลัง และด้านข้าง รวมถึงสปอยเลอร์หลังคาที่มีสัญลักษณ์ STI รวมไปถึงเหล็กค้ำโช้กอัพทั้งด้านหน้าและด้านท้าย ซึ่งชุดแต่งนี้ได้รับการออกแบบตามหลักพลศาสตร์ ผ่านการทดสอบตามมาตรฐานของ Subaru Tecnica International ส่งผลให้เกิดค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานที่ต่ำกว่ารุ่นเดิม ซึ่งนอกจากเพิ่มความสวยให้ตัวรถแล้ว ยังเพิ่มสมรรถนะให้กับตัวรถได้อีกด้วย

ภายในห้องโดยสารแต่งด้วยวัสดุโครเมียมสีเงินเป็นหลัก ทั้งบนแผงควบคุมอุณหภูมิ คอนโซลกลาง คอนโซลเกียร์ และแผงข้างประตู ให้ความเพลิดเพลินสำหรับผู้โดยสารตอนหลังด้วยจอมอนิเตอร์บริเวณพนักพิง พร้อมกับการเดินทางสบายๆ ด้วยระบบนำทางผ่านดาวเทียม

ขุมพลังเป็นเพียงเรื่องเดียวที่ไม่ได้รับการปรับแต่งและเป็นเครื่องยนต์บล็อคเดียวกับ Forester 2.0 - iL รวมถึงระบบส่งกำลังด้วยเช่นกัน เรียกว่าหยิบยืมทีเด็ดมายัดลงในบอดี้ของ XV ได้อย่างลงตัว 

การทดสอบสมรรถนะของ XV เริ่มที่เขาใหญ่โดยใช้เส้นทางปราจีนบุรี - นครนายก - ปทุมธานี และมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่กรุงเทพฯ สมรรถนะของรถคันนี้แตกต่างกับForester ค่อนข้างชัดเจน ซึ่งเป็นผลมาจากชุดบอดี้พาร์ทและค้ำโช้กอัพหน้า - หลัง ของ STI การตอบสนองของเครื่องยนต์ที่ทำงานร่วมกับระบบช่วงล่างและระบบAll - Whell Drive ทำให้การยึดเกาะถนนโดดเด่นขึ้นมาทันทีและมั่นใจได้ในทุกเส้นทาง

ทั้ง Forester และ XV STI Performace เป็นรถเอสยูวีซึ่งมีทีเด็ดอยู่ที่เครื่องยนต์บอกเซอร์ และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ All-Whells Drive ที่มีสมรรถนะโดดเด่น Forester จะเหมาะกับครอบครัวนักเดินทางในแบบฉบับของรถเอสยูวีที่มีรูปลักษณ์ภูมิฐาน ส่วน XV STI Performance ให้ฟิลลิ่งการขับขี่ในสไตล์สปอร์ต จากชุดแต่งบอดี้พาร์ทและอัพเกรดสมรรถนะช่วงล่างซึ่งทำให้ผู้ขับขี่มั่นใจได้ตลอดการเดินทาง ทั้งหมดขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ใช้ว่ารถคันไหนตอบโจทย์การใช้งานได้มากกว่ากัน 

Tip & Trick  ไฟตัดหมอกหลัง มีไว้ย่อมดีกว่า

ถึงแม้บ้านเราไม่ได้มีหมอกลงหนาเท่าเมืองนอกก็จริง แต่บ้านเราก็ฝนตกชุกมิใช่น้อย การเปิดไฟตัดหมอกหลังในช่วงเวลากลางวันเวลาฝนตกหนักๆ ก็ช่วยบอกตำแหน่งรถเราได้เป็นอย่างดี แต่หากเปิดในช่วงเวลาอื่น อาจสร้างความรำคาญให้กับเพื่อนร่วมทางได้