Ultimate Zero Waste Thailand การเปลี่ยนของเสียสู่ทรัพยากรที่มีมูลค่าและคุณค่า
ปัญหาขยะและของเสียเป็นความท้าทายสำคัญทั้งในระดับชาติและระดับโลกซึ่งได้รับความสนใจและการแก้ไขมาอย่างต่อเนื่อง หากพิจารณาอย่างลึกซึ้งเราจะพบว่าสิ่งที่เรานิยามว่า “ของเสีย” แท้จริงแล้วเป็นเพียงทรัพยากรที่ถูกนำมาใช้ประโยชน์ไม่เต็มศักยภาพ หากประเทศสามารถออกแบบระบบนิเวศเพื่อเปลี่ยนของเสียให้กลับมาเป็นทรัพยากรที่มีมูลค่าคุณค่าได้ กล่าวคือขยะของคน ๆ หนึ่งสามารถกลายเป็นทรัพย์สินอีกคนหนึ่งได้เสมอ หากอยู่ถูกที่ถูกทางสิ่งนี้จะกลายเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยได้อย่างแท้จริง
1.ความสูญเสียทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น
สถานการณ์การจัดการขยะของประเทศไทยในปัจจุบัน สะท้อนให้เห็นถึงความสูญเสียทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมอย่างมีนัยสำคัญผ่าน 3 ตัวเลข ดังนี้
1) 26.95 ล้านตันต่อปี คือปริมาณขยะที่คนไทยสร้างขึ้น (เฉลี่ย 73,840 ตัน / วัน)
2) 34.54% คืออัตราการรีไซเคิล
3) 1.4 แสนล้านบาท คือมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ธนาคารโลกประเมินว่าไทยสูญเสียไปจากการทิ้ง
ปัญหาดังกล่าวไม่ได้เกิดจากข้อบกพร่องในการจัดการเท่านั้น แต่เกิดจากความล้มเหลวของระบบเศรษฐกิจแบบเส้นตรง (Linear Economy: Take-Make-Dispose) ใน 3 มิติ ได้แก่
1) ความล้มเหลวด้านแรงจูงใจ (Incentive Failure)
2) ความล้มเหลวด้านข้อมูล (Information Failure)
3) ความล้มเหลวของระบบ (System Failure)
2.จากการจัดการขยะ สู่การออกแบบระบบทรัพยากร (Resource System Design) : Dr.Dan’s Ultimate Zero Waste Model[1]
การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ต้องเปลี่ยนกระบวนทัศน์จากการจัดการขยะที่ปลายทาง ให้เป็นการออกแบบระบบที่ไม่สร้างของเสียตั้งแต่ต้นน้ำ เลียนแบบระบบนิเวศตามธรรมชาติ เพราะแท้จริงแล้วในธรรมชาตินั้นไม่มีสิ่งที่เรียกว่า “ของเสีย” ทุกสิ่งล้วนถูกหมุนเวียนกลับมาใช้เป็นทรัพยากรของอีกสิ่งหนึ่งเสมอ แนวคิดนี้นำมาสู่ Ultimate Zero Waste ซึ่งเป็นการออกแบบระบบนิเวศให้เชื่อมโยงกันเป็นวงจรปิด (Closed - loop System) โดยแบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่
ระดับ 1 นิเวศวิทยายั่งยืน (1Z - Zero Waste) คือการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าสูงสุดไม่เหลือของเสียหรือนำของเสียกลับมาใช้ใหม่ทั้งหมด
ระดับ 2 นิเวศวิทยายั่งยืนแท้ (2Z - Zero Waste of Zero Waste) คือการนำผลผลิตหรือของเสียจากขั้น 1Z กลับมาใช้เป็นปัจจัยการผลิตในอีกกิจกรรมหนึ่ง
ระดับ 3 นิเวศวิทยายั่งยืนสมบูรณ์ (3Z - Zero Waste of Zero Waste of Zero Waste) คือการนำของเสียจากขั้น 2Z กลับมาใช้ใหม่อีกรอบ ผ่านการบูรณาการระบบอาหารน้ำและพลังงานเข้าด้วยกันอย่างซับซ้อนและเชื่อมโยง
ตัวอย่างของ Ultimate Zero Waste ที่เห็นได้ในภาคปฏิบัติ เช่น Tuas Nexus (สิงคโปร์) การบูรณาการระบบตามแนวทาง 3Z เห็นได้ชัดจากการเชื่อมโยงโรงงานกำจัดขยะและโรงบำบัดน้ำเสียเข้าด้วยกัน เริ่มจากการนำขยะไปเผาผลิตไฟฟ้าส่วนน้ำเสียนำไปบำบัดเป็นน้ำสะอาดจากนั้นส่งกากตะกอนน้ำเสียไปผสมกับเศษอาหารเพื่อหมักเป็นก๊าซชีวภาพ (Biogas) ที่ให้พลังงานสูงขึ้นและไฟฟ้าที่ผลิตได้ถูกส่งกลับไปเดินเครื่องบำบัดน้ำและส่งน้ำที่บำบัดแล้วกลับไปหล่อเย็นเตาเผาขยะผลลัพธ์สุดท้ายคือน้ำสะอาดไฟฟ้าและผลพลอยได้ (โลหะ/ เถ้า) ที่คืนกลับสู่เมืองและอุตสาหกรรมโดยไม่เหลือของเสียทิ้งเปล่า (PUB, Singapore’s National Water Agency, n.d.)
3. เหตุผลที่ประเทศไทยควรทำ Ultimate Zero Waste (3Z)
3.1 การใช้ประโยชน์ (Utilizing): ระบบ 3Z ทำให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างเต็มประสิทธิภาพสูงสุด
3.2 การธำรงรักษา (Preserving): ระบบ 3Z ช่วยลดการพึ่งพาทรัพยากรใหม่และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมได้มากกว่า
3.3 การพัฒนาเทคโนโลยี (Technologizing): การพยายามออกแบบระบบ 3Z จะนำไปสู่การกระตุ้นให้เกิดนวัตกรรมในการใช้ทรัพยากรเพื่อปิดวงจรของเสีย
4. ข้อเสนอแนะเชิงยุทธศาสตร์
4.1 ปรับโครงสร้างแรงจูงใจ (Fix Incentives)
หัวใจสำคัญคือการทำให้ “ผู้สร้างขยะ” ต้องเป็น “ผู้รับผิดชอบต้นทุน” อย่างเป็นธรรมโดยเริ่มต้นจากระดับครัวเรือนด้วยระบบ “จ่ายตามปริมาณที่ทิ้งจริง (Pay-As-You-Throw)” ที่นำเทคโนโลยีมาช่วยระบุตัวตนเพื่อกระตุ้นให้เกิดการคัดแยกขยะอย่างจริงจัง
4.2 จัดการข้อมูลทรัพยากร (Fix Information)
การจะเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคให้เห็นคุณค่าของทรัพยากรได้อย่างยั่งยืนต้องเริ่มจากการทำให้ข้อมูลที่เคย “มองไม่เห็น” กลายเป็นสิ่งที่ “จับต้องได้” เช่น การติดตั้งมาตรวัดอัจฉริยะ (Smart Meter) เพื่อให้ผู้บริโภคเห็นต้นทุนและปริมาณการใช้พลังงานหรือน้ำได้แบบเรียลไทม์ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนความตระหนักรู้ให้กลายเป็นการลงมือประหยัดด้วยตรรกะความคุ้มค่าที่เป็นรูปธรรม
4.3 บูรณาการโครงสร้างพื้นฐาน (Fix System Design)
เพื่อกำจัดช่องว่างของขยะและพลังงานทิ้งการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเป็นสิ่งจำเป็นภาครัฐอาจจัดตั้ง “ศูนย์บูรณาการทรัพยากร (Resource Integration Hub)” ในพื้นที่ยุทธศาสตร์อย่าง EEC เพื่อเชื่อมโยงภาคการผลิตและสาธารณูปโภคให้เป็นวงจรปิดซึ่งจะช่วยให้พลังงานส่วนเกินหรือน้ำเสียจากจุดหนึ่งกลายเป็นทรัพยากรตั้งต้นของอีกจุดหนึ่งได้ทันที
4.4 กำหนดทิศทางการวิจัยและพัฒนา (Fix Strategy & Research)
การขับเคลื่อนนโยบายต้องควบคู่ไปกับการวางกลยุทธ์งานวิจัยที่ใช้ได้จริงโดยเปลี่ยนจุดโฟกัสมาที่การจัดการขยะอาหารและขยะเกษตรซึ่งมีปริมาณมหาศาล เพื่อแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เช่น วัสดุคาร์บอนต่ำหรือสารสกัดชีวภาพแทนการกำจัดทิ้งแบบไร้มูลค่า
4.5 ยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน (Fix Competitiveness)
ในมิติของการค้าระหว่างประเทศเราต้องพลิกวิกฤตจากมาตรการกีดกันทางการค้าที่เข้มงวดเช่นภาษีคาร์บอนข้ามพรมแดน (Carbon Border Adjustment Mechanism: CBAM) ให้กลายเป็นโอกาสในการยกระดับมาตรฐานสินค้าไทยสู่ระดับสากลโดยใช้ความยั่งยืนเป็นจุดขายใหม่ที่สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน
การขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ “UltimateZeroWaste” ไม่ใช่เพียงแค่นโยบายพิทักษ์สิ่งแวดล้อม แต่คือการปฏิวัติโครงสร้างทางเศรษฐกิจและการบริหารจัดการทรัพยากรของชาติ ถึงเวลาแล้วที่เราต้องเลิกมองของเสียว่าเป็นภาระที่ต้องกำจัดทิ้ง แต่จงมองให้เห็นมูลค่าที่ซ่อนอยู่และดึงกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด การเปลี่ยนแปลงระดับโครงสร้างนี้ไม่อาจสำเร็จได้ด้วยใครเพียงคนใดคนหนึ่ง แต่ต้องอาศัยการบูรณาการความร่วมมืออย่างจริงจังจากทั้งภาครัฐภาคเอกชนและภาคประชาสังคม เพื่อสร้างระบบนิเวศทรัพยากรแบบวงจรปิดที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมไว้ให้คนรุ่นหลัง แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขันใหม่ที่จะนำพาเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและสง่างามบนเวทีโลกต่อไป
แหล่งอ้างอิง
กรมควบคุมมลพิษ.(2567).สถิติสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยพ.ศ.2567.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม.https://www.nso.go.th/public/ebook/Indicators-Environment/Environment-Indicators-2567/
PlasticBank.(2024).Plasticpollutionbycountry:Whoproducesthemostoceanplastic?.https://plasticbank.com/blog/which-country-is-the-most-accountable-for-ocean-plastic/
PUB,Singapore’sNationalWaterAgency.(n.d.).Tuaswaterreclamationplant.https://www.pub.gov.sg/Professionals/Requirements/Used-Water/DTSS/Tuas-Water-Reclamation-Plant
SWITCH-Asia.(2024).PlasticpoliciesinThailand.https://www.switchasia.eu/site/assets/files/4411/plastic_policies_th.pdf
WorldBankGroup.(2021).MarketstudyforThailand:Plasticscircularityopportunitiesandbarriers.https://documents1.worldbank.org/curated/en/973801612513854507/pdf/Market-Study-for-Thailand-Plastics-Circularity-Opportunities-and-Barriers.pdf
หมายเหตุ : บทความฉบับนี้เรียบเรียงและตัดทอนจากต้นฉบับเพื่อการตีพิมพ์ในนิตยสาร อ่านเนื้อหาฉบับเต็มได้ที่ www.mixmagazine.in.th
[1]เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์. (2564). บรรยายครั้งแรกในหัวข้อ "ชุมชนยั่งยืนด้วยตนเอง (Self – Sustained Community: SSC): ตอนที่ 3 แนวปฏิบัติ การสร้างชุมชนยั่งยืนด้วยตัวเอง" ในหลักสูตร NBI Youth-Leadership Empowerment Summer Programme 2021 (NBI YES) รุ่นที่ 3 จัดโดย สถาบันการสร้างชาติ (NBI) วันเสาร์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2564



