จัสมิน มะลิมาริสา ฮิวส์ ไอดอลสาว T-Pop ตัวแทนเจนซี ผู้เต็มไปด้วย Self-Love ในตัวเองและ Self-Peace ในจิตใจ
เมื่อไหร่ที่เรามี Self-Love ในตัวเอง มันก็จะนำไปสู่ Self-Peace ในจิตใจ ... นี่คือสิ่งที่ MiX สัมผัสได้ผ่านตัวตนของ จัสมิน มะลิมาริสา ฮิวส์ ศิลปิน T-Pop เจ้าของวลีดัง ‘อิย๊าห์’ ที่ไวรัลไปทั่วโลกออนไลน์จากเสน่ห์อันแปลกและแตกต่าง พร้อมทั้งสร้างเสียงหัวเราะและรอยยิ้มให้แฟน ๆ อีกมากมาย จนเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในไอดอลสาวขวัญใจเจนซีที่มาแรงแบบสุด ๆ ณ เวลานี้
จาก 4EVE Girl Group Star สู่ดูโอ้ JustmineNika
ตอนนั้นเพื่อนไปออดิชันไม่ได้ค่ะ มันเลยส่งใบสมัครมาให้แล้วบอกไปแทนหน่อยสิ แต่เราอยู่บุรีรัมย์ไง ไม่อยากไปกรุงเทพฯ เพราะเวลานั่งรถทัวร์มันเมื่อยก้น! งั้นขอส่งคลิปผ่านออนไลน์ดีกว่า ปรากฏว่าดันผ่านเข้ารอบ เลยต้องเซ็นสัญญาเป็นเทรนนีและฝึกซ้อมเพื่อร่วมแข่งขันในรายการ
หลังจากจบรายการก็ได้กลับไปเป็นเทรนนีต่อ ตรงกับช่วง Covid-19 พอดี ต้องกักตัวอยู่บ้าน มันเลยยังงง ๆ ไม่รู้จะทำอะไร ไม่ได้ค้นหาหรือรู้จักตัวเองดีเท่าไหร่ จนพี่กร (CEO ค่าย XOXO Entertainment) มาบอกว่าจะให้เราเดบิวต์เป็นศิลปินดูโอ้นะ แล้วมันก็เปลี่ยนชีวิตไปเยอะเลยค่ะ ทั้งหมดล้วนใหม่และยากขึ้น ตั้งแต่ซิงเกิลแรกจนถึงซิงเกิลล่าสุดมีหลาย ๆ อย่างให้ได้ท้าทายตลอด
ทำไมจัสมิน (Justmine) ต้องคู่กับณิก้า (Nika)
เราเคยคุยกับพี่กร ถามว่าทำไมถึงจับจัสมินมาคู่กับณิก้า เขาบอกข้อแรกคือทั้งสองคนเป็นลูกครึ่ง ข้อถัดมาคือทั้งคู่ร้องเพลงได้ดี เพราะณิก้าจะเสียงทรงพลังแบบดีว่า ส่วนจัสมินจะมีความเสียงแปลกเสียงยูนีค พอรวมกันมันเลยนัวส์และกลมกล่อม
จุดเริ่มต้นวลีดัง ‘อิย๊าห์’
ตอนแรกไม่รู้ว่ามันไวรัล แต่เวลาเดินไปไหนมาไหนจะเริ่มมีคนทัก ‘อิย๊าห์’ ก่อน จนเราต้องหันไปแบบยังไงนะ? พูดอะไรนะคะ? สักพักหนึ่งก็คิดว่ามีคนพูดตามเยอะขึ้นแฮะ งั้นเอาไปทำคอนเทนต์ต่อในช่องตัวเองดีกว่า ทีนี้ออกไปข้างนอกเจอแม่ป้าน้าอาเด็กน้อยเขาก็จะ ‘อิย๊าห์’ ใส่ตลอดเลย บางคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราชื่อจัสมิน เขาเรียก ‘พี่อิย๊าห์’ แทน ซึ่งมันก็รู้สึกแฮปปี้มาก ๆ นะ เพราะนี่คือสิ่งที่เราเองก็ตั้งใจปั่นจะกระแสขึ้นมา

เสียงแปลกแต่มีเอกลักษณ์
จริง ๆ มันเป็นสำเนียงที่เราร้องมาตั้งแต่เด็กแล้วค่ะ แต่ตอนไปประกวดก็เคยมีคนบอกว่าเสียงแปลก ร้องไม่เพราะ ร้องแบบนี้ไม่มีคนฟังหรอก อาจจะเพราะช่วงนั้นเรายังไม่ได้รู้จักการร้องเพลงดี ไม่รู้จะใช้เสียงยังไงให้มันเต็มที่ พอมีโอกาสเป็นศิลปินนี่แหละถึงได้ค้นหาตัวเองมากขึ้น จนเจอจุดที่ไม่รู้ว่าตัวเองทำได้และเจอเสียงตัวเองในหลาย ๆ แบบหลาย ๆ แนว
ใครที่รู้สึกว่าไม่เหมือนคนอื่นก็อยากให้ใช้สิ่งนั้นมาเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองดูค่ะ เราต้องภูมิใจในสิ่งที่แปลกสิ ภูมิใจในสิ่งที่ไม่เหมือนคนอื่นไง
มองเห็นตัวเองผ่านศิลปินที่ชอบ
ตอนเด็ก ๆ เราชอบ Lana Del Rey, Halsey, Ariana Grande, Nicki Minaj รู้สึกว่าพอฟังเพลงของพวกเขาแล้วได้เห็นตัวเองในอีกแบบหนึ่งและมีแรงบันดาลใจว่าอยากจะเป็นเหมือนกับเขา ทั้งที่ตอนนั้นเราก็ยังเด็กและยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมถึงชอบเขาจัง ทำไมถึงอยากฟังเพลงเขาจัง แต่พอโตมาแล้วได้ย้อนดูตัวเองในอดีต มันก็ทำให้รู้ว่านี่คือโรลโมเดลของเราค่ะ
ถ้าได้เจอตัวจริงคงจะร้องไห้เลย เหมือนเราไปเจอไอดอลของตัวเองอ่ะ คิดว่าน่าจะสติแตกอยู่พักหนึ่ง แล้วหลังจากนั้นค่อย ‘อิย๊าห์’ ใส่ (หัวเราะ)
หนึ่งความฝันที่อยากทำมากที่สุด
เราจะบอกมาตลอดเลยว่าอยากพากย์เสียง ไม่ว่าจะการ์ตูนหรือหนัง มันคือความฝันที่เฮาอยากเฮ็ดแฮง! เราเคยเล่นละครเวทีมาก่อน แล้วรู้สึกชอบที่ได้ร้องเพลงไปด้วยแสดงไปด้วยเพราะคิดว่ามัน Full Feel ดี หลังจากนี้คงต้องรอเวลาและโอกาสค่ะ
งานแสดงและบทบาทใหม่ที่อยากลอง
‘เมืองลับแล (The Hidden Town)’ คือเรื่องแรกที่ได้แสดงแบบเต็มตัวในบท ‘กาหลา’ มันท้าทายสุด ๆ จนคิดว่าเราต่อติดกับการแสดงมากขึ้นและอยากลองอีกหลาย ๆ บทบาทเลย อย่างล่าสุดก็เพิ่งมีเรื่อง ‘พบเธอ (Love Upon The Time Series)’ ที่ออนแอร์จบไป ซึ่งในมุมหนึ่งเราคิดว่าตัวเองโชคดีด้วยที่เจอทีมดีตั้งแต่แรก มันเลยทำให้มีความสุขที่ได้อยู่ในพาร์ตของการเป็นนักแสดง จนตอนนี้รู้สึกชอบงานแสดงเหมือนกับที่ชอบเป็นศิลปินเลยค่ะ
จริง ๆ เคยคิดอยากลองเล่นแนว Action Movie แบบจีจ้า จาพนม ต้มยำกุ้ง ช้างกูอยู่ไหน! แล้วก็อยากเล่นเป็นผีด้วยเพราะรู้สึกว่ามันท้าทายดี ไหนจะต้องใส่เอฟเฟกต์ ไหนจะต้องเป็นอีกคาร์แรกเตอร์หนึ่งที่ไม่ใช่คน การเล่นเป็นผีคงทั้งยากทั้งสนุก แต่ว่าขอเป็นผีตลกนะคะ เหมือนในเรื่อง ‘หอแต๋วแตก’ อ่ะ (หัวเราะ)
ไลฟ์สไตล์ชีวิตของลูกครึ่งสาว
เราเติบโตมาแบบได้กินอาหารฟิวชันค่ะ มื้อเช้าน้ำพริก ปลาทู ผักลวกของคุณแม่ ตอนเย็นสเต๊ก ซุป มันบดของคุณพ่อ บางวันขนมจีน ส้มตำ ปูปลาร้า หลังจากนั้นสลับมาฟิชแอนด์ชิปอีก วนอยู่แบบนี้ ปัญหาเลยคือน้ำหนักขึ้น! กินแซ่บกินนัวส์หลายเพราะคุณแม่ทำอาหารอร่อย (หัวเราะ)
ส่วนเรื่องความต่างทางวัฒนธรรม ช่วงแรกอาจจะผสมปนเปกันไปบ้าง แต่ด้วยความที่คุณพ่อหัวใจไทยและรักความเป็นไทยมาก ๆ เลยคิดว่าเราน่าจะกลมกลืนได้ดีกว่าลูกครึ่งคนอื่น ๆ ค่ะ เพราะเราโตมาแบบอีสานติดดินเลยนะ ปลูกนา งมหอย ยิงกิ้งก่า ขุดปู แหย่ไข่มดแดงก็ยังทำมาแล้ว
ตัวจริงนอกจอ ตลกบ้าง เซฟพลังบ้าง
คนอาจจะคิดว่าเรามีแรงตลอด ทำให้บางทีเวลาที่เราพยายามจะเซฟพลังหน่อยเขาเลยไม่ค่อยชินกัน นึกว่าไม่ตลกเหมือนเดิมแล้ว แต่จริง ๆ ก็ยังตลกอยู่นะคะ แค่เป็นเวอร์ชันที่ลดลงมานิดหนึ่ง
ปกติถ้าอยู่คนเดียวหรืออยู่กับเพื่อนแบบไม่มีคนอื่น เราจะเงียบมาก ชอบหาอะไรทำคนเดียว ดูหนังคนเดียว ฟังเพลงคนเดียว อยู่ในมุมของตัวเองคนเดียว ไม่ค่อยสื่อสารกับใคร แต่ถ้าอยู่ข้างนอกแล้วมีคนเยอะถึงจะชอบคุยค่ะ คุยไม่หยุดเลย
มุมมองในแบบ ‘วงการบันเทิงอ่ะเนอะ’
พาร์ตการทำงานมันก็มีคอมเมนต์ด้านลบเยอะ แต่เรามองอีกมุมหนึ่งดีกว่า ให้เป็นแบบ Positive Energy เพื่อเอาไปปรับปรุงเรื่องเสียงหรือภาพลักษณ์ บางคนอาจจะไม่ชอบให้เราทำแบบนู้น ไม่ชอบให้เราใส่แบบนี้ ไม่โอเคที่เราร้องแบบนั้น งั้นก็คิดซะว่าทุกคนมีความคิดเป็นของตัวเองแล้วกันค่ะ เขามีสิทธิ์จะออกความคิดเห็นเพราะมันคือโลกออนไลน์นี่นา
เหมือนที่พี่ปาล์มมี่บอก ‘วงการบันเทิงอ่ะเนอะ’ เราต้องยอมรับให้ได้ การมาอยู่ตรงนี้มันมีทั้งด้านดีและไม่ดี สิ่งลบ ๆ ที่เข้ามาก็มองว่าเป็นเรื่องธรรมดาไป อยู่ที่เราจะรับมือได้มากน้อยแค่ไหนค่ะ
ความขัดแย้งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก
เราต้องดูด้วยว่าสถานการณ์ตรงหน้ามันเป็นยังไง เขาพร้อมจะปะทะหรือพร้อมจะรับฟัง ถ้าเขาพร้อมปะทะเราคงต้องเป็นฝ่ายที่ Calm Down เพื่อลองฟังเหตุผลก่อน แต่สุดท้ายถ้ายังไม่ยอมเราก็จะเป็นฝ่ายที่เงียบเลย อารมณ์ดีขึ้นค่อยคุยและเปิดใจกัน
เวลาทำงานด้วยกันสิ่งสำคัญคือการรับฟังและพยายามเข้าใจค่ะ พอมีปัญหาอะไรเราต้องกล้าบอกกันตรง ๆ แต่ว่าจะต้องไม่ทำลายจิตใจของอีกฝ่ายด้วยนะ เราควรฟังเหตุผลเขาว่ารู้สึกยังไง อยากได้อะไร เพราะการทำงานมันจะมี Conflict กันอยู่แล้ว เราต้องยอมรับตรงนั้นด้วย

สันติภาพในใจ เริ่มได้ที่ตัวเอง
พอพูดถึง Peace จะนึกถึงตัวเองก่อน เพราะถ้ามันไม่ได้เริ่มต้นที่เราแล้วจะไปหวังให้เกิดขึ้นกับคนอื่นก็คงยาก เราต้องกลับมามองที่ตัวเองว่ามีสันติภาพในใจมากพอไหม ถ้ามีมากพอ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นหรือจะปะทะกันแค่ไหน การถอยออกมาก็ไม่ได้แปลว่าแพ้ค่ะ แต่มันคือการมี Peace ในตัวเองต่างหาก
ร่วมงานกับ MiX Magazine ครั้งแรกรู้สึกยังไงบ้าง
นี่คือครั้งแรกที่ได้มาถ่ายแบบเลย แล้วคอนเซปต์ Live for Peace จัสมินเองก็ชอบเหมือนกัน สไตล์ของแต่ละรูปมันมีความหมายที่แตกต่างกันหมด อยากขอบคุณพี่ ๆ เบื้องหลังจริง ๆ ค่ะ ทุกคนตั้งใจทำงานกันมาก รวมถึงต้องขอบคุณ MiX Magazine ด้วยสำหรับโอกาสดี ๆ นี้นะคะ (ยิ้ม)
เครดิต
นางแบบ: จัสมิน มะลิมาริสา ฮิวส์ ช่างภาพ: กิตติเดช เจริญพร ผู้ช่วยช่างภาพ: นิพนธ์ ทรัพย์หลาย, รัฐภูมิ บุญทา สไตลิสต์: กรรณานุช กันยามัย @boatkanyamai ผู้ช่วยสไตลิสต์: กิตติภูมิ เอียดทอง @stammmmmmmmmmmmmmmmmmmmmmmmmmp เสื้อผ้า เครื่องประดับ: @cherz_brand @savvyth



