พร้อมแล้วหลังปิดปรับปรุง! เตรียมพบกับ 4 การแสดง “เปิดม่านโรงละครแห่งชาติ ย้อนวันวานนาฏการไทย” โขน ออเคสตร้า ละครพันทาง ดนตรีไทยเดิม
ปัจจุบันโรงละครแห่งชาติอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักการสังคีต กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม เป็นสถานที่สนับสนุนสำหรับจัดการแสดงและเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมของชาติให้แก่กรมศิลปากร หน่วยงานภาครัฐ เอกชน สถานศึกษา และบุคคลทั่วไปทั้งในระดับชาติและนานาชาติ มาอย่างต่อเนื่องมากกว่า 60 ปี และได้รับการปรับปรุงซ่อมแซมให้ทันสมัยมาแล้วหลายครั้ง จนมาในปีพุทธศักราช 2565 กรมศิลปากรจึงได้จัดสรรงบประมาณในการปรับปรุงซ่อมแซมครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง
.jpg)
.jpg)
โรงละครแห่งชาติ เป็นพื้นที่สำหรับจัดการแสดงและเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมบันเทิงของชาติไทยและนานาชาติมาอย่างต่อเนื่องมากกว่า ๖๐ ปี โดยได้รับจัดสรรงบประมาณปรับปรุงซ่อมแซมหลายครั้งเพื่อให้โรงละครแห่งชาติมีความทันสมัย สำหรับการเปิดโรงละครแห่งชาติในพุทธศักราช ๒๕๖๙ หลังจากปิดปรับปรุงนั้น สำนักการสังคีต กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ได้ดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมหลายประการเพื่อให้โรงละครแห่งชาติมีคุณภาพทัดเทียมนานาอารยประเทศ โดยอุปกรณ์ทั้งหมดอยู่ในมาตรฐานของยุโรปที่นิยมใช้กันในโรงละครชั้นนำทั่วโลก ดังนี้
๑) ปรับปรุงระบบเสียงเป็น AFC (Active Field Control) โดยโรงละครแห่งชาติเป็นที่แรกในประเทศไทยที่ติดตั้งระบบนี้ ซึ่งระบบเสียงแบบ AFC (Active Field Control) ช่วยปรับปรุงคุณภาพเสียงในโรงละครแห่งชาติให้ผู้ชมได้ยินเสียงไพเราะชัดเจนเท่ากันในทุกที่นั่ง โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้าน AFC (Active Field Control) จากประเทศญี่ปุ่นช่วยปรับแต่งระบบเสียง
๒) ปรับปรุงระบบเครื่องกลพิเศษได้แก่ บาร์แขวนฉาก บาร์ไฟและลิฟต์เวทีสำหรับการแสดงจากระบบเดิมที่ใช้การถ่วงน้ำหนักโดยใช้คนชักรอกขึ้นลงเป็นระบบไฟฟ้าที่ควบคุมด้วยระบบดิจิทัล (Digital)
๓) ปรับปรุงระบบแสง โดยเปลี่ยนไฟสำหรับเวทีการแสดงเป็นระบบดิจิทัล (Digital) และใช้หลอดไฟ LED (Light Emitting Diode) ทั้งหมด ซึ่งระบบนี้มีส่วนช่วยในการประหยัดไฟและมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน นอกจากนี้โคมไฟ ๑ โคม ยังสามารถทำงานได้หลากหลายยิ่งขึ้น
๔) ปรับปรุงระบบการฉายภาพโปรเจคเตอร์ (Projector) จากเดิมที่มีเพียงแบบฉายภาพจากด้านหน้าให้สามารถฉายภาพจากด้านหลังได้ด้วย ส่งผลให้ฉากในการแสดงดูมีมิติและเพิ่มอรรถรสในการชมได้ดีมากยิ่งขึ้น
นอกจากการปรับปรุงระบบต่าง ๆ ที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ยังได้ดำเนินการออกแบบและตกแต่งพื้นที่ภายในโรงละครแห่งชาติ โดยสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร และเพิ่มระบบรักษาความปลอดภัยอีกด้วย ได้แก่ เก้าอี้สำหรับผู้ชมการแสดงการปรับเปลี่ยนผนัง ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ บันไดหนีไฟ ฯลฯ
.jpg)
พุทธศักราช ๒๕๖๙ โรงละครแห่งชาติถือเป็นพื้นที่การแสดงที่ได้มาตรฐานในระดับสากลพร้อมจัดการแสดงและเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมบันเทิงของชาติอันแสดงให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองทางศิลปวัฒนธรรมของไทย นอกจากนี้ ยังพร้อมเปิดโอกาสให้หน่วยงานต่าง ๆ ใช้โรงละครแห่งชาติเป็นสถานที่สำหรับจัดกิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรมเพื่อการศึกษาและสาธารณกุศลตามความเหมาะสมต่อไปในอนาคต

การแสดงทดสอบระบบโรงละครแห่งชาติ
การแสดงทดสอบระบบโรงละครแห่งชาติกำหนดจัดในระหว่างวันที่ ๙ - ๑๐ พฤษภาคมพุทธศักราช ๒๕๖๙ ณ โรงละครแห่งชาติ เข้าชมโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ประกอบด้วย การบรรเลงและขับร้องดนตรีสากลการบรรเลงและขับร้องดนตรีไทย การแสดงโขนและการแสดงละคร ดังนี้
วันเสาร์ที่ ๙ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
เวลา ๑๐.๐๐ น. การบรรเลงและขับร้องดนตรีสากล
เวลา ๑๓.๓๐ น. การแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ตอนเกสรทมาลาพลีชีวัน
วันอาทิตย์ที่ ๑๐ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
เวลา ๑๐.๐๐ น. การบรรเลงและขับร้องดนตรีไทย
เวลา ๑๓.๓๐ น. การแสดงละครพันทาง เรื่องผู้ชนะสิบทิศ ตอนแม่ทัพคนใหม่
วิธีการสำรองบัตรเข้าชมการแสดง
สามารถสำรองบัตรเข้าชมการแสดงได้ตั้งแต่วันศุกร์ที่ ๒๔ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๙เวลา ๐๙.๐๐ น. เป็นต้นไป ได้ทั้งหมด ๒ ช่องทาง ดังนี้
๑) เดินทางเข้ามาสำรองบัตรเข้าชมการแสดงและรับบัตรเข้าชมการแสดงด้วยตนเอง ณ อาคารหน้าพระพิฆเนศ บริเวณภายในสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานครในวันและเวลาราชการ
๒) สำรองบัตรเข้าชมการแสดงรูปแบบออนไลน์ได้ที่https://ntt.finearts.go.th/หรือสแกนคิวอาร์โค้ดด้านล่าง และสำหรับท่านที่ต้องการรับบัตรเข้าชมการแสดงเพื่อเก็บเป็นที่ระลึก สามารถติดต่อขอรับได้ณ จุดประชาสัมพันธ์หน้าโรงละครแห่งชาติระหว่างวันที่ ๖ - ๘ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. และขอสงวนสิทธิ์หากไม่มารับบัตรเข้าชมการแสดงในวันและเวลาที่กำหนด


การบรรเลงและขับร้องดนตรีสากล ชุด “Classic Meets Now” ฟังเพลงดังจากวันนั้นถึงวันนี้ อำนวยเพลงโดย วานิช โปตะวนิช บรรเลงโดย วงดุริยางค์สากล กรมศิลปากร
การบรรเลงบทเพลงผสมผสานระหว่างความคลาสสิกในวันวานกับความทันสมัยในปัจจุบัน นำเพลงดั้งเดิมที่มีคุณค่าในอดีตมานำเสนอให้ได้รับฟัง โดยดุริยางคศิลปินและคีตศิลปิน สำนักการสังคีต กรมศิลปากร ประกอบด้วยเพลงบรรเลงโดยวงออร์เคสตร้าและเพลงขับร้องทั้งเพลงไทยและเพลงสากล เช่น เพลง Never Enough เพลง This is the Moment เพลงริมฝั่งน้ำ เพลงคะนึงครวญ เพลงขอให้เหมือนเดิม เพลง There you’ll be เพลงผู้ชนะสิบทิศ เพลง Broken Vow เพลง The Sound of Music เพลง Moon River เพลงลาวจ้อย ฯลฯ

การแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดเกสรทมาลาพลีชีวัน
โขนมีกำเนิดมาจากการเล่นหลายประเภท ได้แก่ ชักนาคดึกดำบรรพ์ กระบี่กระบอง และหนังใหญ่ ต่อมาได้แก้ไขปรับปรุงให้ประณีตขึ้นตามลำดับ แต่เดิมนั้นผู้แสดงโขนจะต้องสวมหัวโขนปิดหน้าและใช้ผู้ชายแสดงทั้งหมด จึงต้องมีผู้พูดแทน เรียกว่า ผู้พากย์ - เจรจา และขับร้อง ผู้แสดงต้องแสดงท่าเต้นและรำไปตามคำพากย์ - เจรจาและบทร้อง ต่อมาได้วิวัฒนาการให้ผู้แสดงซึ่งสมมติเป็นเทพบุตร เทพธิดา และมนุษย์ ชาย หญิง สวมแต่เครื่องประดับศีรษะ ไม่ต้องปิดหน้าทั้งหมด และใช้ผู้หญิงเข้าร่วมแสดงด้วย แต่ก็ยังคงรักษาจารีตขนบธรรมเนียมเดิมไว้ คือ มีผู้พากย์ - เจรจา และขับร้องแทน ทั้งนี้เว้นแต่ตัวตลก จะเจรจาเอง การแสดงโขนได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ให้เป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ (Intangible Culture Heritage) เมื่อพุทธศักราช ๒๕๖๑ สำหรับ การแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดเกสรทมาลาพลีชีวัน จัดทำบทการแสดงโดย นายจรัญ พูลลาภนักวิชาการละครและดนตรี (ด้านการสังคีต) มีเนื้อเรื่องโดยสังเขปกล่าวถึง องค์พระไพศรพณ์ เทพเจ้าแห่งธัญญะชาติ ได้รับเทวบัญชาจากพระอิศวรให้ลงไปจุติเป็นวานรชื่อเกสรทมาลา วานรผู้มีกลิ่นกายหอมหวนเพราะเกิดขึ้นจากการผสมของเกสรดอกไม้นานาชนิด เพื่อคอยให้ความสดชื่นแก่พระรามยามบรรทมและยามออกรบ
เมื่อเกสรทมาลายังเยาว์วัยอยู่นั้น ได้เคยสาบานเป็นเพื่อนตายกับมังกรกัณฐ์ ครั้งเมื่อมังกรกัณฐ์รับอาสาทศกัณฐ์ผู้เป็นลุงออกทำสงครามเพื่อขัดตาทัพไว้ มังกรกัณฐ์แผลงศรไปเจาะเกราะของพระรามได้ พระรามจึงแผลงศรไปทำลายศรของมังกรกัณฐ์ มังกรกัณฐ์เกรงฤทธิ์พระรามจึงแอบซ่อนกายอยู่ในกลีบเมฆแล้วร่ายเวท สร้างรูปนิมิตจำแลงให้ปรากฏเป็นร่างมังกรกัณฐ์ลอยอยู่ทั่วท้องฟ้า ครั้นพระรามจะแผลงศรจึงไม่อาจทรงทราบได้ว่าร่างใดเป็นร่างจริง
เกสรทมาลาเห็นดังนั้นจึงขันอาสา โดยทูลว่าตนและมังกรกัณฐ์เคยสาบานเป็นสหายร่วมเป็นร่วมตายกันตั้งแต่เยาว์วัย ตนจะเหาะขึ้นไปเรียกหามังกรกัณฐ์ แม้มังกรกัณฐ์ร่างใดเข้ามาหาตนขอให้พระรามทรงแผลงศรไปที่ร่างนั้น เมื่อมังกรกัณฐ์เห็นเกสรทมาลาก็ตรงเข้ามาหาทันที สหายรักทั้งสองได้โผเข้ากอดกัน พระรามได้ทีจึงแผลงศรไปต้องมังกรกัณฐ์ทะลุถึงเกสรทมาลาจนสูญสิ้นชีวิตไปด้วยกันตามคำสาบาน

การบรรเลงและขับร้องดนตรีไทย ชุด “เสนาะเสียงศิลป์แผ่นดิน ศิลปินศิลปากร” โดยวงดุริยางค์ไทย กรมศิลปากร
การบรรเลงและขับร้องดนตรีไทย ชุด “เสนาะเสียงศิลป์แผ่นดิน ศิลปินศิลปากร” เป็นการบรรเลงและขับร้องด้วยวงปี่พาทย์และวงเครื่องสาย โดยนำเพลงไทยประเภทต่าง ๆ มาบรรเลงและขับร้องเพื่อให้เกิดความหลากหลาย รวมถึงได้มีการสอดแทรกการแสดงประกอบเพลงเพื่อเพิ่มอรรถรสในการรับฟังดนตรีไทยยิ่งขึ้นควบคุมการบรรเลงและขับร้องโดย ศิลปินแห่งชาติ ผู้ชำนาญการด้านคีตศิลป์ไทยผู้ชำนาญการด้านดนตรีไทยบรรเลงและขับร้องโดย ดุริยางคศิลปินและคีตศิลปิน สำนักการสังคีต กรมศิลปากร รายการแสดงประกอบด้วย
๑. การบรรเลงวงเครื่องสายโหมโรงเพลงเยี่ยมวิมาน
โหมโรงเพลงเยี่ยมวิมาน หน้าทับปรบไก่ มีทั้งหมด ๓ ท่อน ครูแตงหรือที่เรียกกันว่า “ครูแตงปี่” เป็นผู้แต่ง เพลงมีวิธีการสอดแทรก ทั้งทางกรอ ลูกล้อลูกขัด และลูกเหลือม เป็นเพลงที่ได้รับความนิยมและมีความความไพเราะ
๒.การบรรเลงวงปี่พาทย์ไม้นวมเพลงตับแม่ศรีทรงเครื่อง
ตับแม่ศรีทรงเครื่อง ปรากฏอยู่ในละครดึกดำบรรพ์ เรื่องอิเหนา ตอนที่ ๑ ตัดดอกไม้ฉายกริช พระนิพนธ์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ เพลงตับแม่ศรีทรงเครื่องมีลักษณะพิเศษคือ การใช้เครื่องเป่าสอดแทรกเลียนเสียงร้องของนกชนิดต่าง ๆ ตามบทขับร้อง
๓. การบรรเลงวงปี่พาทย์นางหงส์ เพลงเรื่องสาวน้อยเล่นน้ำ ออกเพลงชุดสิบสองภาษา
การบรรเลงเพลงเรื่องสาวน้อยเล่นน้ำ เรียบเรียงโดยนายไชยยะทางมีศรี ศิลปินแห่งชาติ ผู้ชำนาญการด้านดนตรีไทยเริ่มบรรเลงจากเพลงสาวน้อยเล่นน้ำสามชั้น เพลงเร็วต้นมัดตีมู เพลงฉิ่งต้นเพลงยาว ออกท้ายเพลงเร็วสารถี จากนั้นเป็นการบรรเลงและขับร้องเพลงชุดสิบสองภาษา โดยมีการแสดงประกอบตามสำเนียงภาษาและเชื้อชาติต่าง ๆ ประพันธ์และเรียบเรียงบทขับร้องโดย สมชาย ทับพร ศิลปินแห่งชาติ ผู้ชำนาญการด้านคีตศิลป์ไทย

การแสดงละครพันทาง เรื่องผู้ชนะสิบทิศ ตอนแม่ทัพคนใหม่
ละครพันทาง เรื่องผู้ชนะสิบทิศ เกิดขึ้นเมื่อพุทธศักราช ๒๕๒๘ โดยนายเสรีหวังในธรรมศิลปินแห่งชาติ ได้นำวรรณกรรมเรื่องผู้ชนะสิบทิศของครูยาขอบมาดัดแปลงให้บทละครพันทางสำหรับการแสดง โดยมีแรงบันดาลใจมาจากความชื่นชอบในสำนวนโวหารของครูยาขอบและเนื้อเรื่องที่สนุกสนานตื่นเต้นครบรสทั้งเรื่องรัก เรื่องรบอาฆาตพยาบาท และชิงไหวชิงพริบจึงประสงค์จะให้ผู้ชมได้รับอรรถรสจากเรื่องผู้ชนะสิบทิศซึ่งได้รับอนุญาตจากทายาทของครูยาขอบเจ้าของบทประพันธ์ให้นำมาปรับปรุงและจัดแสดงเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปได้รับชม
สำหรับละครพันทาง เรื่องผู้ชนะสิบทิศ ตอนแม่ทัพคนใหม่ มีเนื้อเรื่องโดยสังเขปกล่าวถึง ภายหลังจากทัพตองอูแตกพ่ายในการสู้ศึกที่เมืองแปร จะเด็ดได้กลับมาเข้าเฝ้ามังตราตะเบงชะเวตี้ที่เมืองตองอู ทำให้ มังตราตะเบงชะเวตี้ทรงพิโรธและสั่งประหารชีวิตจะเด็ดด้วยคิดว่าเป็นกบฏต่อแผ่นดิน แต่มหาเถรกุโสดอเข้ามาทูลขอชีวิตไว้ได้ทันเวลา โดยขอให้จะเด็ดพิสูจน์ความจงรักภักดีด้วยการยกทัพไปตีเมืองแปรและเอาชีวิตตนเป็นประกัน มังตราจึงจำยอมอนุญาต พระมหาเถรยังเกรงว่าจะเด็ดจะเพลี่ยงพล้ำแก่สติปัญญาของอุปราชรานอง จึงขอร้องให้ตะคะยีเป็นตัวแทนของท่านไปในกองทัพด้วย จากนั้นได้พาแม่ทัพนายกองอันมีตะคะยี จาเลงกะโบ เนงบา สีอ่อง และจะเด็ด เข้าเฝ้าขอพระราชทานอาญาสิทธิ์และพระราชานุญาตเคลื่อนทัพตามโบราณราชประเพณี
สำหรับการแสดงเนื่องในงานทดสอบระบบโรงละครแห่งชาติ ระหว่างวันที่ ๙ - ๑๐ พฤษภาคมพุทธศักราช ๒๕๖นำแสดงโดย นายปกรณ์ พรพิสุทธิ์ ศิลปินแห่งชาติ และศิลปินสำนักการสังคีต กรมศิลปากร กำกับการแสดงโดย นายปกรณ์ พรพิสุทธิ์ ศิลปินแห่งชาติอำนวยการแสดงโดย นายศิริพงษ์ ทวีทรัพย์ ผู้อำนวยการสำนักการสังคีต อำนวยการทั่วไปโดย นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร



