Bangkok Pride ผนึก Drag Bangkok - สถานทูตเนเธอร์แลนด์ - TCEB บันทึกภาพประวัติศาสตร์ "Amsterdam Rainbow Dress"
ส่งต่อพลังการต่อสู้จากไทยสู่เวทีโลก เพื่อปักหมุด! เสนอตัวเป็นเจ้าภาพ WorldPride 2030
(กรุงเทพฯ, ประเทศไทย) – Bangkok Pride ร่วมกับ Drag Bangkok ,สถานเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย ,สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. (TCEB) ,กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ , APCOM และ GIRL x GIRL ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญในโครงการ “The Journey from Amsterdam to Bangkok” เพื่อบันทึกภาพประวัติศาสตร์ผ่านงานศิลปะระดับโลก “Amsterdam Rainbow Dress” ระหว่างวันที่ 13-14 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา เนื่องในโอกาสวันสากลยุติการเลือกปฏิบัติทางเพศ (IDAHOT) และเพื่อประกาศความพร้อมของกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลก WorldPride 2030
.jpg)
นายแร็มโก ฟัน ไวน์คาร์เดิน (H.E.Mr. Remco Johannes van Wijngaarden) เอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทยกล่าวว่า “แม้ในปัจจุบันจะมีการขับเคลื่อนด้านความเท่าเทียมอย่างต่อเนื่อง แต่ความสัมพันธ์ของกลุ่มคนหลากหลายทางเพศยังคงถูกกำหนดให้เป็นเรื่องผิดกฎหมายในเกือบ 60 ประเทศทั่วโลก ยิ่งไปกว่านั้น ในหลายภูมิภาคที่สิทธิของ LGBTIQ+ ได้รับการรับรองทางกฎหมายแล้ว ก็ยังต้องเผชิญกับกระแสต้านกลับ และความท้าทายในชีวิตประจำวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การที่บุคคล LGBTIQ+ ตกเป็นเป้าหมายของการเลือกปฏิบัติและคุกคาม ถือเป็นส่วนหนึ่งของพลวัตโลกที่น่าสะเทือนใจ ซึ่งไม่เพียงแต่จะทำให้พื้นที่ปลอดภัยลดน้อยลง และเป็นการจำกัดเสรีภาพส่วนบุคคลเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงการถดถอยของสิทธิมนุษยชนในภาพรวมอีกด้วย ด้วยเหตุนี้ วัน IDAHOT ในปีนี้ จึงได้กำหนดเน้นย้ำภายใต้หัวข้อ "หัวใจของประชาธิปไตย" (At the heart of democracy) เพื่อส่งสัญญาณให้สังคมตระหนักร่วมกันว่า เมื่อใดก็ตามที่สิทธิของกลุ่มคนหลากหลายทางเพศถูกสั่นคลอน ก็จะไม่มีใครในสังคมที่จะปลอดภัยอย่างแท้จริง เพราะสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยเป็นเรื่องของทุกคน”

คุณวาดดาว - อรรณว์ ชุมาพร ประธานและผู้ก่อตั้ง บริษัท นฤมิตไพรด์ จำกัด ผู้จัดงาน “Bangkok Pride Festival” (บางกอกไพรด์ เฟสติวัล) และผู้ขับเคลื่อนหลักของ Bangkok Pride เปิดเผยถึงการบันทึกภาพในครั้งนี้ว่า "การปรากฏตัวของ Amsterdam Rainbow Dress ในกรุงเทพฯ คือ สัญลักษณ์ของการยืนยันว่า แม้ประเทศไทยจะประสบความสำเร็จในการประกาศใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมแล้ว แต่การต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมยังไม่สิ้นสุด ยังมีอีกหลายประเทศทั่วโลกที่สมาชิกในชุมชน LGBTIQ+ ยังต้องเผชิญกับกฎหมายที่เลือกปฏิบัติ เราต้องการส่งต่อแรงบันดาลใจและพลังแห่งการต่อสู้จากประเทศไทยไปให้เพื่อนพี่น้องทั่วโลก และนี่คือหัวใจสำคัญที่เราใช้ในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ WorldPride 2030 เพื่อทำให้กรุงเทพมหานคร เป็นพื้นที่แห่งความหวังของทุกคนอย่างแท้จริง"
 - อัษฎางค์ เวชยา 1.jpg)
ศิลปะ แฟชั่น และการเมือง : บันทึกหน้าใหม่ใน Bid Book WorldPride 2030
โครงการนี้อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ คุณพัช - ภัทร เลิศสุกิตติพงศา Project Manager และโปรดิวเซอร์ผู้ควบคุมการถ่ายทำ โดยกล่าวถึงเบื้องหลังการทำงานครั้งนี้ว่า "ในฐานะผู้ดูแลการถ่ายทำในครั้งนี้ เราอยากบอกเล่าเรื่องราวของเส้นทางการต่อสู้ด้านสิทธิมนุษยชนผ่านสถานที่และผู้คน ด้วยความโดดเด่นของชุด Amsterdam Rainbow Dress โดยศิลปินชาวดัตช์ คุณอาเนาท์ (Arnout) ที่ตัวผลงานนั้นมีความทรงพลังอยู่ในตัว เมื่อทุกอย่างรวมกัน มันจะเกิดเป็นผลงานภาพถ่ายที่สร้างแรงกระเพื่อมใหญ่ โดยเฉพาะเมื่อชุดนี้ ถูกสวมใส่โดยเหล่านักเคลื่อนไหว และศิลปินแดร็กที่ยึดโยงกับชุมชนอย่างแข็งแกร่ง และเมื่อผลงานภาพทั้งหมดนี้ ถูกบรรจุลงใน Bid Book สำหรับการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ WorldPride 2030 ของประเทศไทย มันจะเป็นการตอกย้ำถึงพลังของความคิดสร้างสรรค์ ในการผสมผสานศิลปะวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์การเรียกร้องของเราเข้าด้วยกัน ตอกย้ำถึงศักยภาพและความพร้อมของเรา ที่พร้อมสำหรับการเป็นเจ้าภาพตามความตั้งใจของพวกเรา"

.jpg)
สำหรับการทำงานในครั้งนี้ เราและบริษัท เยลโล่ แชนแนล จำกัด ได้ทำงานร่วมกับ คุณเจมส์ - พิสุทธิ์ ศรีสุวรรณ ช่างภาพที่ทำงานร่วมกับชุมชน LGBTIQ+ มาโดยตลอด
.jpg)
โดยคุณเจมส์ - พิสุทธิ์ ศรีสุวรรณ กล่าวเสริมถึงการทำงานในครั้งนี้ว่า “เจมส์รู้สึกเป็นเกียรติมากครับ ที่ได้มีส่วนร่วมขับเคลื่อนในแคมเปญระดับโลก The Journey from Amsterdam to Bangkok Pride ครั้งนี้ และในฐานะที่เป็นหนึ่งในศิลปิน LGBTIQ+ ของไทยที่เป็นกระบอกเสียงขับเคลื่อนชุมชนของ queer artist มาโดยตลอด รู้สึกขอบคุณและดีใจที่ได้ร่วมงานกับศิลปินจากอัมสเตอร์ดัม ที่สร้างผลงานที่อิมแพ็คและทรงพลัง ขับเคลื่อนสิทธิความเป็นมนุษย์ และยังได้ร่วมงานกับศิลปินชาวไทย แดร็กควีน และนักรณรงค์ขับเคลื่อนสิทธิมนุษยชนของไทยด้วย โดยงานนี้เราได้เลือกใช้สถานที่ต่างๆ ที่เชื่อมโยงอธิบายถึงเอกลักษณ์ เรื่องราวต่างๆ ของ LGBTIQ+ ไทยสู่สากลด้วย เป็นอีกหนึ่งงานที่ภูมิใจที่ได้ขับเคลื่อนสิ่งนี้ไปด้วยกัน”
เส้นทางการบันทึกภาพเชิงยุทธศาสตร์ : สะท้อนความพร้อมของกรุงเทพมหานครสู่สายตาโลก
การถ่ายทำในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากทีมช่างภาพ Yellow Channel ในการร้อยเรียงเรื่องราวและการรณรงค์ผ่านมิติสำคัญของเมือง ร่วมกับเหล่านักเคลื่อนไหวและศิลปินที่เป็นฟันเฟืองสำคัญของชุมชน LGBTIQ+ ไทย เพื่อประกาศศักยภาพความพร้อมในฐานะเมืองเจ้าภาพระดับโลกในทุกมิติ

 - อัษฎางค์ เวชยา 1.jpg)
1. Global Destination & Creative Economy (หมุดหมายระดับโลกและเศรษฐกิจสร้างสรรค์)
·The Okura Prestige Bangkok : บันทึกภาพ ณ บริเวณล็อบบี้และทัศนียภาพมหานคร (City View) เพื่อสะท้อนความพร้อมของกรุงเทพฯ ในฐานะศูนย์กลางธุรกิจ การท่องเที่ยวระดับลักชัวรี และอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) ระดับสากล ถ่ายทอดความสง่างามโดย ลูกนัท - นงนภัส จรเจริญ คอนเทนต์ครีเอเทอร์ชื่อดังผู้บอกเล่าชีวิตกลุ่มแซฟฟิก อีกทั้งยังเป็นศิลปินนักลงเสียงและนักแสดง ผู้ใช้พื้นที่สื่อร่วมสะท้อนปัญหาสังคมผ่านแง่มุมไลฟ์สไตล์ สุขภาพจิต การยุติความรุนแรงทางเพศ รวมถึงชีวิตของเลสเบียน ร่วมกับ Foiegras (ฟัวกราส์) - อัษฎางค์ เวชยา ศิลปินแดร็กเจ้าของตำแหน่งสุดยอด แดร็ก สตาร์ คนแรกของประเทศไทย จากเวที “Thailand’s Drag Star 2025”


2. Community Heritage, Culture & Night Economy (ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมชุมชน และเศรษฐกิจกลางคืน)
·สีลม ซอย 4 : พื้นที่ประวัติศาสตร์ที่เป็นดั่งรากเหง้าและศูนย์รวมจิตวิญญาณของชุมชนผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTIQ+) ในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน สะท้อนภาพจำของย่านแห่งความภาคภูมิใจที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจยามค่ำคืน วิถีชีวิตการค้า ความบันเทิง และเป็นพื้นที่โอบรับสิทธิของพนักงานบริการทางเพศ (Sex Workers) ถ่ายทอดเรื่องราวการหยัดยืนโดย เอ็ม สเตรนเจอร์ ฟ็อกซ์ ผู้บุกเบิกและเจ้าของ M Stranger Bar ผู้สร้างสรรค์ Drag House ที่มีชื่อเสียงและต้อนรับการเยือนของคนดังจากทั่วโลก ร่วมกับ ต้น - ศิริศักดิ์ ไชยเทศ นักกิจกรรมอิสระด้านความหลากหลายทางเพศ ผู้ใช้เรือนร่างและหัวใจขับเคลื่อนการเคลื่อนไหวเพื่อสังคมมาอย่างยั่งยืน


3. Civic Space, Intersectionality & International Solidarity (พื้นที่พลเมือง อัตลักษณ์ทับซ้อน และพันธมิตรระดับสากล)
·สถานเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย : บันทึกภาพ ณ บริเวณสวนและระเบียงสถานทูตฯ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือทางการทูต พันธมิตรทางนโยบาย และความเชื่อมโยงไร้พรมแดน ถ่ายทอดโดย ก็อตแลนด์ - ธราเทพ ทวีผล แดร็กควีนเยาวชนดีกรีแชมป์ระดับโลกจากรายการ “RuPaul’s Drag Race UK vs The World” ซีซัน 3 และ หน่อง - รุ่งทิวา ตังคโนภาส ผู้บุกเบิกการเรียกร้องและร่วมจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมของไทยมาตั้งแต่ปี 2556
·ลานคนเมืองและเสาชิงช้า : พื้นที่หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานครอันเป็นสัญลักษณ์ใจกลางเมืองหลวง ท่ามกลางจุดตัดของสถาปัตยกรรมทางประวัติศาสตร์อย่างเสาชิงช้าและวัดวาอาราม สถานที่แห่งนี้ไม่เพียงแต่เป็นศูนย์กลางการบริหารและการท่องเที่ยว แต่ยังเป็น "พื้นที่สาธารณะ" ที่โอบรับความจริงอันหลากหลายของสังคม การบันทึกภาพ ณ หมุดหมายนี้ตั้งใจสะท้อนมุมมองเชิง Intersectionality (อัตลักษณ์ทับซ้อน) ที่แสดงให้เห็นว่าประเด็นเพศสภาพไม่อาจแยกออกจากมิติทางชนชั้น โครงสร้างสังคม และสิทธิพลเมืองได้ โดยเฉพาะการหยิบยกประเด็น "กลุ่มคนไร้บ้าน" ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางที่ใช้พื้นที่สาธารณะแห่งนี้ในการดำเนินชีวิต เพื่อส่งสัญญาณว่าเมืองที่เท่าเทียมต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง


ถ่ายทอดพลังและการต่อสู้โดยสองนักกิจกรรมที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันประเด็นประชาธิปไตยและความเป็นธรรมทางเพศมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงการชุมนุมของเยาวชนในปี 2563 และต่างเผชิญกับคดีทางการเมืองจากการออกมาเรียกร้องสิทธิขั้นพื้นฐาน ได้แก่ แรปเตอร์ - สิรภพ อัตโตหิ นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิและความหลากหลายทางประชาธิปไตย และ ศิริทาทา นิลพฤกษ์ นักต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมทางเพศและสิทธิกลุ่มคนไร้บ้าน ซึ่งการหยัดยืนของทั้งสองคนบนพื้นที่แห่งนี้เป็นการประกาศอย่างทรงพลังว่า สิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตย และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ในทุกมิติต้องเติบโตไปพร้อมกัน
.jpg)
ก่อนเดินทางมาถึงกรุงเทพมหานคร ผลงานศิลปะและแฟชั่นที่มีชีวิตชิ้นนี้จาก มูลนิธิแอมสเตอร์ดัม เรนโบว์ เดรส (Amsterdam Rainbow Dress Foundation) ได้เดินทางไปจัดแสดงและบันทึกภาพในแลนด์มาร์กระดับโลกมาแล้วมากมาย อาทิ อัมสเตอร์ดัม, เอเธนส์, เบอร์ลิน, มาดริด, นิวยอร์ก, สตอกโฮล์ม, ซูริก และวอร์ซอ จนกระทั่งสู่หมุดหมายล่าสุดในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ในรูปแบบ ศิลปะขับเคลื่อนสิทธิมนุษยชน ที่ทรงพลังอย่างยิ่ง จากการมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของ Arnout van Krimpen ดีไซเนอร์ผู้ร่วมออกแบบชุดสายรุ้งระดับโลก และ Kim van der Laan นักแสดงและโมเดลชื่อดังจากเนเธอร์แลนด์ ภายใต้ความร่วมมือครั้งสำคัญกับ Bangkok Pride เพื่อใช้พลังของภาพถ่ายและศิลปะวัฒนธรรมแดร็กมาร่วมบอกเล่าเรื่องราวการต่อสู้ เฉลิมฉลองชัยชนะของกฎหมายสมรสเท่าเทียมในไทย และส่งต่อพลังความหวังไปยังกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศทั่วโลก
.jpg)
ภาพประวัติศาสตร์ทั้งหมดที่ถูกบันทึกผ่านความร่วมมือในครั้งนี้ จะถูกนำไปบรรจุเป็นข้อมูลส่วนสำคัญและทรงคุณค่าใน Bid Book (หนังสือเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ) สำหรับการยื่นเสนอชื่อกรุงเทพมหานครในการเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลกอย่าง WorldPride 2030 เพื่อแสดงให้คณะกรรมการสากลและสังคมโลกได้เห็นอย่างประจักษ์ถึงความพร้อม ศักยภาพอันเต็มเปี่ยม และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของไทย ทั้งในแง่ของโครงสร้างพื้นฐาน ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และความแข็งแกร่งของภาคประชาสังคมในการขับเคลื่อนเรื่องสิทธิมนุษยชน
การผลักดันให้กรุงเทพมหานครก้าวสู่การเป็นมหานครแห่งความหลากหลายและความเท่าเทียมระดับโลกในอนาคตอันใกล้นี้คงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม ด้วยการรวมพลังครั้งสำคัญของทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม โดยเฉพาะองค์กรหลักอย่าง Bangkok Pride และเครือข่ายพันธมิตร ที่ร่วมกันเปลี่ยนพลังแห่งความสร้างสรรค์และศิลปะให้กลายมาเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนเชิงนโยบาย เพื่อปักหมุดประเทศไทยให้เป็นดินแดนแห่งความหวัง ความปลอดภัย และเสรีภาพที่แท้จริงสำหรับชุมชน LGBTIQ+ จากทั่วทุกมุมโลก
#BangkokPride #BangkokPride2026 #BangkokPrideFestival2026 #นฤมิตไพรด์
#DRAGBANGKOKFestival2026 #DRAGBANGKOK
#LGBTIQ+#Thailand #Asia #Drag #IDAHOT #AmsterdamRainbowDress



