
นับถอยหลังสู่คดีสุดหลอน พร้อมหาคำตอบว่าทำไมนี่จึงเป็น ‘พิธีกรรมครั้งสุดท้าย’ ของ เอ็ด และ ลอร์เรน วอร์เร็น ใน “The Conjuring: Last Rites”
“The Conjuring: Last Rites - เดอะ คอนเจอริ่ง คนเรียกผี พิธีกรรมครั้งสุดท้าย” ผลงานลำดับที่ 9 แห่งจักรวาลภาพยนตร์ ‘คนเรียกผี’ จาก นิวไลน์ ซีเนม่า กวาดรายได้ไปแล้วมากกว่า 2 พันล้านเหรียญ กำกับฯ โดยผู้มากประสบการณ์ในแฟรนไชส์ ไมเคิล ชาเวส และผลิตโดยผู้สร้างแฟรนไชส์ เจมส์ วาน และ ปีเตอร์ ซาฟราน
The Conjuring: Last Rites ถ่ายทอดความระทึกขวัญตอนล่าสุดของจักรวาลภาพยนตร์ ‘คนเรียกผี’ ที่สร้างอิงจากเหตุการณ์จริง เวร่า ฟาร์ไมก้า และ แพทริค วิลสัน กลับมาพบกันในคดีสุดท้ายด้วยบทนักสืบเรื่องเหนือธรรมชาติในชีวิตจริงอย่าง เอ็ด และ ลอร์เรน วอร์เร็น จากแฟรนไชส์ที่สร้างความสยองขวัญอย่างทรงพลังจนทำลายสถิติบ็อกซ์ออฟฟิศทั่วโลกมาแล้ว
ฟาร์ไมก้า และ วิลสัน นำแสดงคู่กับ มีอา ทอมลินสัน และ เบ็น ฮาร์ดี้ ผู้รับบทลูกสาวของเอ็ดและลอร์เรนอย่าง จูดี้ วอร์เร็น และแฟนหนุ่มของเธออย่าง โทนี่ สเปร่า รวมถึง สตีฟ โคลเตอร์ ที่กลับมารับบทคุณพ่อกอร์ดอน, รีเบ็คก้า คัลเดอร์, เอลเลียต โคแวน, ไคลา ลอร์ด แคสซิดี้, โบว์ แกดส์ดอน, จอห์น บราเธอร์ตัน และ แชนนอน คุก
ข้อความจากผู้กำกับ ‘ไมเคิล ชาเวส’
ตั้งแต่เริ่มแรก ผม, เจมส์ วาน และ ปีเตอร์ ซาฟราน มองว่าเรื่อง The Conjuring: Last Rites ควรจะเป็นจุดจบของการเดินทางของ เอ็ด และ ลอร์เรน วอร์เรน ตัวละครที่รับบทโดย แพทริค วิลสัน และ เวร่า ฟาร์ไมกา และคำถามที่เราต้องตอบคือ “เราจะทำให้ตอนจบนี้ทรงพลังทางอารมณ์มากที่สุดได้อย่างไร ในขณะที่ยังคงความน่ากลัวที่แฟนๆ คาดหวังไว้?” พวกเราอยากได้สิ่งที่มีน้ำหนักจริงจังมากขึ้น มีพลังทางอารมณ์มากขึ้น และเหมาะสมกับการเป็นบทสรุปของตัวละครเหล่านี้ เรารู้ตั้งแต่ต้นว่าเราอยากทำอะไรที่... ใหญ่กว่าเดิม
เรามีบทหนังที่ดีมากอยู่แล้ว แต่ผมคิดว่าสิ่งสำคัญจริง ๆ คือการหาจุดเริ่มต้นที่เหมาะสม ผมบอกว่า “ถ้าเรื่องนี้จะเป็นเรื่องของการจบ เราก็ควรเริ่มจากจุดเริ่มต้น เราต้องทำให้มันรู้สึกว่าเรื่องราวมันครบวงจร” ผมเลยเสนอว่าเราควรเริ่มต้นด้วยทั้งจุดเริ่มต้นของเอ็ดกับลอร์เรน และจุดเริ่มต้นของครอบครัวพวกเขา คดีแรกๆ ที่พวกเขาเคยเข้าไปเกี่ยวข้อง และเป็นคืนที่ลูกสาวของพวกเขา จูดี้ ลืมตาดูโลก และมันเป็นคืนที่น่าสะพรึงกลัว ผมอยากให้ฉากเปิดเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ มืดมนที่สุดเท่าที่ซีรีส์นี้เคยมีมา และจากเหตุการณ์นั้น เราจะได้พลังบางอย่างที่เต็มไปด้วยอารมณ์ จุดเริ่มต้นของครอบครัวพวกเขา สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเอ็ดและลอร์เรน แต่ขณะเดียวกัน... ก็กลายเป็นจุดอ่อนที่สุดของพวกเขาเช่นกัน ลูกสาวของพวกเขา จูดี้
นี่เป็นโอกาสที่ผู้ชมจะได้เชื่อมโยงกับครอบครัววอร์เรนในแบบที่ลึกซึ้งมากขึ้น — ทั้งกับพวกเขาเอง และกับจูดี้ ซึ่งเราได้เฝ้ามองการเติบโตของเธอมาโดยตลอด มันส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อเนื้อเรื่องที่เหลือของภาพยนตร์ คุณจะรู้สึกอยากปกป้องเธอ ไม่อยากให้เธอต้องจากไป และนั่นแหล คือสิ่งที่วอร์เรนกำลังเผชิญอย่างหนักที่สุด
ผมรู้สึกโชคดีมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของจักรวาล The Conjuring มันเต็มไปด้วยอารมณ์สำหรับผมในการกล่าวคำอำลากับประสบการณ์อันยอดเยี่ยมนี้ และกับเพื่อนๆ.. อย่างเวร่า และแพทริค ที่ถือเป็นอาวุธลับของเรามาโดยตลอด พวกเขาคือหัวใจและจิตวิญญาณของภาพยนตร์เหล่านี้ และความยอดเยี่ยมของทั้งสองคน ทั้งในฐานะนักแสดงและในฐานะมนุษย์ คือสิ่งที่หล่อหลอมหนังทุกเรื่องในซีรีส์นี้ หนังเหล่านี้ได้กลายเป็น “หนังครอบครัว” ในรูปแบบที่หลายคนคาดไม่ถึง การเล่าเรื่องครอบครัวขนาดใหญ่... ที่เต็มไปด้วยความสยองขวัญระหว่างทาง
และเจมส์กับปีเตอร์ก็เป็นผู้ร่วมงานและพาร์ตเนอร์ที่ดีที่สุดในการสร้างซีรีส์นี้ขึ้นมา ผมรู้สึกขอบคุณพวกเขาทั้งสองอย่างสุดซึ้ง ที่เปิดโอกาสให้ผมได้เข้ามาอยู่ในโลกนี้ และให้การสนับสนุนผมอย่างเต็มที่มาโดยตลอด ด้วยเป้าหมายเดียวกันคือ การพยายามสร้างภาพยนตร์ที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผมรู้สึกโชคดีเหลือเกินที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งนี้ ผมคิดว่า The Conjuring ภาคแรกได้เปลี่ยนชีวิตของพวกเขา และอย่างที่ผมเคยพูดไว้ มันก็เปลี่ยนชีวิตของผมด้วยเช่นกัน และมันน่าทึ่งมากจริง ๆ ที่ได้ร่วมเดินทางครั้งนี้ และได้มีส่วนร่วมในเส้นทางอันยิ่งใหญ่นี้
การปิดฉากจักรวาล ‘The Conjuring คนเรียกผี’
เจมส์ วาน และ ปีเตอร์ ซาฟราน สองผู้อำนวยการสร้างฯ เผยถึงความรู้สึกทั้งสุขและเศร้าที่ต้องปิดฉากจักรวาล The Conjuring ซึ่งดำเนินมานานกว่าทศวรรษ
เจมส์ วานกล่าวว่าการสร้างหนังเรื่องนี้เปรียบเสมือน ‘ครอบครัว’ ที่ทำให้เกิดมิตรภาพอันยาวนาน และรู้สึกว่าถึงเวลาอันเหมาะสมที่จะปิดฉากเรื่องราวนี้ลงชั่วคราว
ทั้งสองเห็นตรงกันว่าความสำเร็จของหนังไม่ได้มาจากความสยองขวัญเพียงอย่างเดียว แต่มาจากความสัมพันธ์ที่ยอดเยี่ยมและเป็นธรรมชาติของ แพทริค วิลสัน และ เวร่า ฟาร์ไมก้า ในบทบาท เอ็ด และ ลอร์เรน วอร์เรน ซึ่งทำให้ผู้ชมรักและผูกพันกับตัวละครอย่างแท้จริง
ปีเตอร์ ซาฟราน ย้อนเล่าว่าในตอนแรกพวกเขาตั้งใจสร้างแค่ภาพยนตร์สยองขวัญที่ยอดเยี่ยมเพียงเรื่องเดียว ไม่ได้มีเป้าหมายที่จะสร้างเป็นจักรวาลขนาดใหญ่ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความสำเร็จที่เกิดขึ้นทำให้พวกเขารู้สึกภูมิใจอย่างยิ่งในผลงานที่สร้างขึ้นมา
ธีม บริบทของภาพยนตร์ และคดีที่นำมาสร้าง
The Conjuring: Last Rites มีฉากหลังเป็นปี 1986 โดยผู้กำกับต้องการเจาะลึกบรรยากาศของยุค 80s อย่างเต็มที่ ทั้งในด้านการออกแบบ ดนตรี และเครื่องแต่งกาย นอกจากนี้ยังเป็นช่วงเวลาที่น่าสนใจของชีวิตครอบครัววอร์เรน เพราะพวกเขาอยู่ในช่วงเกษียณ และโลกที่เปลี่ยนไปทำให้สิ่งที่พวกเขาเคยทำถูกมองว่าเป็นเรื่องล้าสมัย ซึ่งสร้างความตึงเครียดที่น่าติดตาม
ภาพยนตร์เรื่องนี้อิงจากคดี ครอบครัวสเมิร์ล (Smurl family) ซึ่งเป็นเหตุการณ์หลอนที่เกิดขึ้นจริงตั้งแต่กลางยุค 80s โดยครอบครัววอร์เรนเข้ามาช่วยเหลือในคดีนี้ในขณะที่พวกเขาวางมือไปแล้ว ซึ่งทำให้ผู้ชมได้เห็นความรู้สึก "โชคชะตาที่หลีกเลี่ยงไม่ได้" ที่ดึงพวกเขากลับเข้าสู่โลกแห่งความสยองขวัญอีกครั้ง
การเจาะลึกตัวละคร
จูดี้ วอร์เรน เป็นครั้งแรกที่ภาพยนตร์จะมุ่งเน้นไปที่ จูดี้ ลูกสาวของครอบครัววอร์เรน ซึ่งผู้กำกับต้องการสำรวจชีวิตของเธอในฐานะลูกของนักปีศาจวิทยา และพลังเหนือธรรมชาติที่เธอได้รับสืบทอดมา ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องต่อสู้และเผชิญหน้าในเรื่องนี้
โทนี่ สเปร่า เป็นตัวละครที่ทำให้คนดูได้เห็นความสัมพันธ์ใหม่ๆ ในครอบครัววอร์เรน เขาเป็นแฟนหนุ่มของจูดี้ที่เข้ามาในชีวิตของพวกเขาและต้องปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมที่ไม่ธรรมดา
ประสบการณ์ส่วนตัวของผู้กำกับ
การทำภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้ไมเคิล ชาเวสกลายเป็นคน ‘เชื่อ’ ในเรื่องเหนือธรรมชาติอย่างเต็มตัว หลังจากที่ได้พูดคุยกับครอบครัวสเมิร์ลตัวจริง และสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่พวกเขาต้องเผชิญ
ระหว่างการถ่ายทำที่อังกฤษ ชาเวสได้พักในบ้านพักเก่าแก่ที่เขาเชื่อว่ามีวิญญาณสิงอยู่ และได้ยินเสียงคนคุยกันบนชั้นบนอย่างชัดเจน ทั้งที่ไม่มีใครอยู่ ทำให้เขายืนยันความเชื่อของตัวเองในเรื่องเหล่านี้
เครียมเสียงกรีดร้องของคุณให้ดี เพราะความสยองครั้งนี้จะตราตรึงห้วงความรู้สึกของคุณไปอีกนาน มาร่วมเป็นสักขีพยานของพิธีกรรมสุดท้ายไปพร้อมกัน “The Conjuring: Last Rites - เดอะ คอนเจอริ่ง คนเรียกผี พิธีกรรมครั้งสุดท้าย” เข้าฉาย 4 กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์ ทั้งระบบปกติ และสั่นทุกโสตประสาทของคุณแบบขั้นสุดในระบบ IMAX