ASICS เปิดตัว GEL-NIMBUS 22 รองเท้ารุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งเป็นรองเท้ารุ่นที่ 22 ของซีรีส์ยอดฮิต GEL-NIMBUS

society

      ASICS เปิดตัว GEL-NIMBUS™ 22 รองเท้ารุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งเป็นรองเท้ารุ่นที่ 22 ของซีรีส์ยอดฮิต GEL-NIMBUS™ รองเท้าวิ่งสำหรับการวิ่งระยะไกลที่มีมาอย่างยาวนานมากกว่า 20 ปี ซึ่งรองเท้าคู่นี้ได้ถูกคิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีตามหลักสรีระ เพื่อให้เป็นสุดยอดเทคโนโลยี สำหรับนักวิ่งระยะไกล พร้อมกับการรองรับแรงกระแทกได้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้คุณได้สัมผัสความสบายที่สุดกับรองเท้ารุ่นนี้ 

      การออกแบบโดยเฉพาะสำหรับนักวิ่งที่มีมีลักษณะการเอียงของข้อเท้าแบบตรง (neutral runners) รองเท้าคู่นี้มีเทคโนโลยีพิเศษจาก ASICS ที่ช่วยในการรองรับแรงกระแทก ด้วยเทคโนโลยี FLYTEFOAM™Propel และ FLYTEFOAM™ที่จะส่งทำให้คุณรู้สึกเบาราวกับติดสปริง

       คอลเลคชั่น NIMBUS จาก ASICS รุ่นนี้ได้รับการตั้งชื่อตามคำศัพท์ละติน ที่เป็นชื่อของกลุ่มเมฆ เพื่อสื่อถึงความเบาสบายเปรียบเหมือนกับวิ่งอยู่บนก้อนเมฆ และการเปิดตัวรองเท้ารุ่นใหม่ในแต่ละครั้ง ก็มาพร้อมกับการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประโยชน์ให้กับนักวิ่งมากขึ้น และในครั้งนี้รองเท้า GEL-NIMBUS™ 22 ได้รวมคุณสมบัติใหม่มากมายไว้ด้วยกัน ได้แก่ 

  • การปรับปรุงการรองรับแรงกระแทก: รองเท้า GEL-NIMBUS™ 22 เพิ่มความนุ่มและความสปริงของรองเท้าไว้ในบริเวณพื้นรองเท้าส่วนกลางด้วยเทคโนโลยี  FLYTEFOAM™ Propel และที่บริเวณกลางเท้า ยังได้ถูกปรับปรุงขึ้นเพื่อเพิ่มความนุ่ม และรองรับการกระแทกได้ดีด้วย FLYTEFOAM™ Propel และย้ายไปอยู่ในบริเวณที่ใกล้กับพื้นมากยิ่งขึ้น เพื่อจะช่วยรองรับแรงกระแทกเมื่อเท้าของคุณกระทบลงบนพื้น นอกจากนี้ GEL™ เทคโนโลยีที่ช่วยในการรองรับแรงกระแทก ยังได้ถูกวางไว้ตลอดทั้งพื้นรองเท้า เพื่อรองรับการกระแทกกระแทกบริเวณส้นเท้าได้มากยิ่งขึ้น
  • เพิ่มการระบายอากาศ: ด้วยวัสดุใหม่ของตาข่ายบนรองเท้าอย่าง monofilament นั้นทำให้คุณรู้สึกนุ่มสบายและช่วยระบายอากาศได้มากขึ้น

เพิ่มความพอดีให้มากขึ้น:รองเท้าคู่นี้ออกแบบมาให้บริเวณหน้าเท้ามีความกว้างและสูงขึ้นกว่ารุ่น GEL-NIMBUS™ 21เพื่อให้การวิ่งเป็นไปได้อย่างธรรมชาติ

       ไดแอน นูคูริ นักวิ่งระยะไกลมืออาชีพจาก ASICS กล่าวว่า: “สิ่งที่ฉันชอบเกี่ยวกับรองเท้าซีรี่ส์ GEL-NIMBUS คือการรองรับแรงกระแทกได้ดี ให้ความรู้สึกที่เบาสบายบนเท้า ซึ่งตอนปี 2018ฉันได้รับบาดเจ็บ และทันทีที่ฉันสวม GEL-NIMBUS ก็ช่วยให้ฉันไม่รู้สึกเจ็บปวดอีกต่อไป ทำให้ฉันสามารถกลับไปฝึกซ้อมและสามารถลงแข่งขันได้อย่างเดิม รวมถึงอาการเจ็บปวดในบริเวณนั้นของฉันก็ไม่ได้รบกวนการวิ่งของฉันตั้งแต่นั้นมา  การซัพพอร์ตและการรองรับแรงกระแทกที่ได้รับจากรองเท้าซีรี่ส์ 

GEL-NIMBUS นั้นหมายความว่าฉันไม่ต้องกังวลว่าเท้าของฉันจะเจ็บ”

      รองเท้า GEL-NIMBUS™ 22วางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ ASICSICONSIAM, ASICS Store, Supersport และDianaรวมถึงทางออนไลน์ที่ www.asics.com/th ในราคา 6,500 บาท

 

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ASICS และ GEL-NIMBUS ™ 22

https://www.facebook.com/ASICSThailand/

https://www.instagram.com/asicsth/

https://www.youtube.com/watch?v=jVsAiihWaF8&feature=youtu.be

คุณสมบัติใหม่และคุณสมบัติที่ปรับปรุงของรองเท้ารุ่น GEL-NIMBUS™ 22:

UPPER:

  • ด้านบนของรองเท้าเป็นวัสดุตาข่าย monofilament เพื่อรักษาความทนทานระบายอากาศได้ดี และสวมใส่ได้สบายยิ่งขึ้น

 

MIDSOLE:

  • เทคโนโลยี FLYTEFOAM™มาพร้อมกับน้ำหนักเบาและทนทานกว่าโฟมพื้นรองเท้าแบบดั้งเดิม ด้วยวัสดุที่มากับรองเท้าคู่นี้จะทำให้คุณสวมใส่สบายและเพิ่มความซัพพอร์ตให้มากยิ่งขึ้น
  • FLYTEFOAM™ Propelที่จะเพิ่มแรงส่งกลับไปยังผู้ใส่ และมอบการรองรับแรงกระแทกบริเวณใต้เท้า แต่ยังคงไว้ซึ่งน้ำหนักเบา
  • เทคโนโลยี Forefoot and rearfoot GEL™ ที่เท้าหน้า และหลังเท้า ช่วยเพิ่มการดูดซับแรงกระแทก ซึ่งเป็นบริเวณที่คุณต้องการมากที่สุด

 

OUTSOLE:

  • เทคโนโลยี GUIDANCE TRUSSTIC™ที่ใต้ส่วนโค้งของรองเท้า จัดทำขึ้นโดยเฉพาะสำหรับชายและหญิงด้วยวัสดุเทอร์โมพลาสติกที่มอบความเสถียรในการวิ่งลดการลงน้ำหนัก และช่วยยืดอายุการใช้งานของรองเท้า เทคโนโลยีนี้ให้การซัพพอร์ตที่ต่างกันไปสำหรับโมเดลผู้หญิงจะช่วยซัพพอร์ตในเรื่องทิศทางของการเคลื่อนไหวไปข้างหน้า และในโมเดลผู้ชายให้การซัพพอร์ตในการบริเวณส่วนโค้งของเท้า
  • ระบบ IMPACT GUIDANCE หรือเทคโนโลยี I.G.S™ ที่นำเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกัน เช่น การลดแรงกระแทกของเทคโนโลยี GEL™ GUIDANCE LINE™ และเทคโนโลยีTRUSSTIC™เพื่อให้การก้าวเดินของคุณเป็นไปได้อย่างธรรมชาติมากยิ่งขึ้น
  • ฟองน้ำยาง AHAR™ ที่พื้นรองเท้าด้านนอกช่วยลดการสึกหรอและเพิ่มการรองรับแรงกระแทก

Super AHAR ™ ที่ส้นรองเท้า ที่จะช่วยยืดอายุการใช้งานของรองเท้าโดยใช้ยางที่ทนต่อรอยขีดข่วนได้สูงขึ้น

Back Issue