Lord Liar Boots : บทเพลงเพื่อตอบสนองรสนิยม สู่ผลงานที่อยากสื่อสารกับคนฟังมากขึ้น | Issue 157 : MiX Magazine It's man man's world!
Lord Liar Boots : บทเพลงเพื่อตอบสนองรสนิยม สู่ผลงานที่อยากสื่อสารกับคนฟังมากขึ้น | Issue 157

Music Inspire 157 1

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2014 กลุ่มเพื่อนนักศึกษาคณะดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่มีเคมีและรสนิยมทางดนตรีใกล้เคียงกัน ประกอบด้วย จิมมี่ ธนวัฒน์ ทองบริสุทธิ์แท้ (กีตาร์, ร้องนำ), แก้ว วสวัตติ์ อินทวัฒน์ (เบส, ร้องนำ), อั๋น ชัชวิชญ์ วิชัยดิษฐ (กีตาร์) และ บลู อิงควัชร์ หิรัณย์กุลธารี (กลอง) ร่วมตัวก่อตั้งวงดนตรีอินดี้นาม Lord Liar Boots หรือ หล่อเลียบูทส์ ริเริ่มทำเพลงในแนวทางที่พวกเขาชื่นชอบ จนคลอดออกมาเป็น EP อัลบั้มที่มีชื่อว่า Dip Dib ได้สำเร็จ

 

สำหรับชื่อวง หล่อเลียบูทส์ มาจากกราฟฟิตี้ที่บลูกับจิมบังเอิญนั่งรถผ่านแล้วเห็นเข้า ด้วยความรู้สึกที่ว่า เห้ย ชื่อนี้มันตลกดี เท่ดี งั้นเอาชื่อนี้เลยแล้วกัน ส่วน Lord Liar Boots พวกเขายึดชื่อภาษาไทยเป็นที่ตั้งก่อน แล้วหาคำภาษาอังกฤษที่ใกล้เคียงมาทำให้ชื่อวงดูมีลูกเล่น และเป็นการเพิ่มความหมายให้กับชื่อนั่นเอง

บลู : นับตั้งแต่วงเริ่มต้น พวกเรามีความคิดที่โตมากขึ้น นี่คือเรื่องหลัก ๆ เลย เรื่องดนตรียังเหมือนเดิมนะ
อั๋น : เราโตขึ้นก็เลยจริงจังขึ้น เหมือนกับตอนแรกเราทำเพื่อสนุกอย่างเดียว แต่พอไปเรื่อย ๆ เรื่องเนื้อร้องนี่เปลี่ยนเยอะที่สุด เราให้ความสำคัญกับเนื้อร้องมากขึ้น เมื่อก่อนอยากพูดอะไรก็พูด เดี๋ยวนี้เริ่มสนใจแล้วว่ามันจะทำงานได้ไหม มันพูดแทนใครได้บ้าง ใครจะอินบ้าง เราจะช่วยใครได้บ้าง
บลู : ที่มาของความเปลี่ยนแปลง หลัก ๆ มันน่าจะมาจากบริบทชีวิตที่เกิดขึ้น เราเองก็ก้าวผ่านวัยเรียน จากนักศึกษาทำเพลงเอามันส์ กลายมาทำเป็นอาชีพ ซึ่งเราต้องหาจุดที่โอเค สำหรับตอบสนองต่อความต้องการทางดนตรีของพวกเรา กับในเรื่องของโลกความเป็นจริงที่โหดร้าย
อั๋น : มันคือสิ่งที่เราเป็นทั้งหมดนั่นแหละครับ แค่สิ่งที่เราเป็นแบบไหนมันใช้งานกับคนอื่น ๆ ได้ด้วย
แก้ว : เพราะว่าเราพยายามที่จะคุยกับคนหมู่มากแล้ว โดยที่เราเองก็ไม่ได้รู้จักหรือเข้าใจวัฒนธรรมของทุกคน พูดง่าย ๆ คือเราแคร์คนฟังมากขึ้นด้วย จากที่เราเคยสนุกอย่างเดียว

Music Inspire 157 2

เมื่อพูดถึง Lord Liar Boots ในแวดวงศิลปิน พวกเขาทั้ง 4 ถือว่ามีฝีมือทางดนตรีที่จัดจ้าน บวกกับซาวด์ดอัลเทอร์เนทีฟร็อกอันโดดเด่น ส่งผลให้วงได้รับการยอมรับในแวดวงเหล่าศิลปินอินดี้อย่างรวดเร็วตั้งแต่เริ่ม และปี 2019 ที่ผ่านมา พวกเขาตัดสินใจเดินหน้าเต็มกำลังบนเส้นทางสายดนตรี ด้วยการเซ็นสัญญาเป็นศิลปินกับค่ายเพลงน้องใหม่นาม Holyfox ในเครือ LOVEiS

แก้ว : ก่อนหน้านี้วงเป็นศิลปินอิสระมาตลอดจนกระทั่งมาอยู่กับ Holyfox
อั๋น : มีการเปลี่ยนแปลงเยอะครับ อย่างในเรื่องของระบบ ด้วยความที่เมื่อก่อนเราแต่งเพลง เรากรองกันเอง เราชอบ เราก็ไปอัดเพลง คิดเรื่องทำเอ็มวี หาทีมงาน จริง ๆ มันก็เป็นลักษณะเดียวกัน เพียงแค่ตอนนี้มีค่ายมาคอยดูเราในทุกขั้นตอน
แก้ว : เราปฏิเสธไม่ได้ว่ามันเป็นธุรกิจ พอเป็นธุรกิจมันหมายความว่า เรากำลังช่วยกันแก้ปัญหาของกันและกัน ค่ายชวนเรามา ค่ายต้องการอะไรจากเรา เราทำอะไรให้เขาได้บ้าง เราทำตามได้ไหม แลกจากสิ่งเราต้องการจากเขา ที่เขาทำให้เราได้ทั้งหมด  เราแต่งเพลงเองเหมือนเดิม เล่นเอง อัดเอง ความคิดมาจากเราเหมือนเดิม แต่เรามีคนที่ทำงานด้านนั้น ๆ เป็นอาชีพที่เก่งกว่าเราเข้ามาช่วย พอทีมมันใหญ่ขึ้น เจอคนเยอะขึ้น ใช้เงินมากขึ้น ทุกอย่างมันก็ได้คุณภาพที่ดีขึ้น การทำงานบางครั้งมันก็ง่ายขึ้น อย่างเช่น เราไม่เคยรู้เรื่องการตลาด ไม่รู้เรื่องการโฆษณา ไม่รู้เรื่องการจัดการ การผลิตแม้แต่การทำหมวก ทำเสื้อ ทำแผ่น ที่เราเคยแบบ...
อั๋น : ...เรียกว่าเรากระเสือกกระสน ดิ้นรนทำมันออกมา
แก้ว : มันมีคนที่ทำในส่วนนั้นได้ดีมาก ๆ มาช่วยเราทำตรงนี้ งานที่ออกมามันก็เลยดีมากขึ้นด้วย

 

จากจุดเริ่มต้นถึงปัจจุบัน นับเป็นระยะเวลามากกว่า 5 ปีที่พวกเขาร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานในแนวทางที่พวกเขาต้องการ หากให้จำกัดความว่าหล่อเลียบูทส์คือวงดนตรีแบบไหน บลูมองว่าแฟนเพลงอาจมองพวกเขาเป็นวงบอยแบนด์ที่หล่อที่สุด แก้วมองว่าพวกเขาเองก็ยังไม่ได้มองวงไปในทางเดียวกัน อั๋นมองว่าธีมของวงค่อนข้างกว้าง บางเพลงก็ช้า เศร้า ร้องไห้ไปเลย บางเพลงก็แหกปากไม่มีสาระ พวกเขาอยากให้ทุกคนมองหล่อเลียบูทส์เป็นคนคนหนึ่ง ที่มีอารมณ์ มีช่วงเวลาที่อยากทำอย่างนั้น อยากทำอย่างนี้ จิมมี่มองว่าถึงแม้อารมณ์อาจจะเปลี่ยนไปตามช่วงเวลา แต่ทางด้านตัวตน หล่อเลียบูทส์ไม่เคยเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นแน่นอน

อั๋น : บทเพลงที่เราฟังกันมันช่วยเติมเต็มชีวิตของเรา ความรู้สึกของเรา ซึ่งเพลงแต่ละเพลง มันก็จะมีวัฒนธรรม มีความคิดแตกต่างกันไป ตอบสนองต่อผู้คนที่ต้องการต่างกันไปด้วย ถามว่ารสนิยมมีผลต่อตัวตนศิลปินมั้ย ผมคิดว่ามี
จิมมี่ : มีมากด้วย ถ้าหากเราไม่เคยฟังลูกทุ่งเลย เราจะแต่งเพลงลูกทุ่งได้ยังไง ถ้าเราไม่เคยฟังเพลงร็อกเลย เราจะแต่งเพลงร็อกได้ยังไง ยิ่งถ้าเราฟังเพลงเยอะ เราก็จะแต่งอะไรได้หลายอย่างมาก เพราะว่าการที่เราจะทำเพลงได้ เราต้องเลือกก่อนว่าเราชอบแนวนี้ ชอบแบบนี้ และรสนิยมมันก็จะทำให้เกิดผลงานนั้น ๆ ออกมา
แก้ว : นอกจากรสนิยมแล้ว เรื่องเอกลักษณ์ ผมว่าศิลปินก็คงต้องมีแหละ คำว่าศิลปินหมายความว่าเขาสร้างงานของตัวเอง ขายเอง เพื่อเลี้ยงตัวเอง ถ้าเขาเหมือนกับคนอื่นไปหมด อะไรจะทำให้คนซื้องานเขา
อั๋น : งานมันต้องไม่ได้เหมือนกับของทั่วไป
แก้ว : มันมีหลายสเกลครับ แบบถ้าเราอยากกินโคล่า มันมีหลายแบรนด์ให้เลือก ศิลปินก็เหมือนกัน มีหลายวงที่พูดเรื่องเดียวกัน แล้วพอทุกคนพูดเรื่องเดียวกันหมด คล้ายกันหมด คุณจะเลือกฟังใคร มันเหมือนการสร้างจุดขายให้ตัวเอง มันต้องแบบคุณเป็นคนแบบนี้จริง ๆ แล้วความเป็นคุณมันช่วยคนอื่นได้จริง ๆ ทำให้คนอื่นรู้สึกว่ามันคุ้มค่าที่จะติดตามคุณ ฟังเพลงคุณ แล้วก็ใช้ชีวิตตามแบบที่คุณอยากให้พวกเขารู้สึก
อั๋น : ความเป็นเอกลักษณ์มันก็น่าจะเกิดความเป็นตัวตนของคนคนนั้น ซึ่งบางอย่างมันสร้างกันไม่ได้ สำหรับผม คิดว่าทุกคนมันไม่เหมือนกันอยู่แล้ว แล้วอะไรล่ะที่ทำให้เราแตกต่างจากคนอื่น
แก้ว : ถ้าคุณสร้างงานเอง มันก็ออกมาจากตัวคุณเอง ยังไงมันก็มีเอกลักษณ์ เพียงแต่เอกลักษณ์ที่มีมันแสดงออกมาให้เห็นชัดว่าคนอื่นมากน้อยแค่ไหน ประเด็นมันอยู่ที่ตรงนั้นมากกว่า
จิมมี่ : เพราะว่าศิลปินไม่เหมือนกันนักดนตรีหรือแบ็คอัพที่เล่นดนตรีตามเพลง ผมคิดว่าหน้าที่ของศิลปินคือต้องทำอะไรที่มันใหม่ ซึ่งอะไรใหม่ ๆ นี่แหละคือเอกลักษณ์ครับ

Music Inspire 157 3

Music Inspire 157 5