ร้าย...เดียงสา Innocent Thing : MiX Magazine It's man man's world!
ร้าย...เดียงสา Innocent Thing

Innocent Thing จัดอยู่ในหมวดหมู่ประเภท Drama Thriller โดยมีแง่มุม Erotic เป็นองค์ประกอบหนึ่ง ซึ่งทำหน้าที่ขับเคลื่อนเหตุการณ์ให้คืบหน้าในช่วงครึ่งเรื่องแรก ถัดจากนั้นไปจนจบ หนังมุ่งไปทางดราม่าและตื่นเต้นเขย่าขวัญเป็นหลัก

หนังเล่าเรื่องเกี่ยวกับชายหนุ่มชื่อ คิม จุนกิ อดีตนักกีฬารักบี้ฝีมือดีซึ่งประสบปัญหาบาดเจ็บ จนต้องเลิกรากลางคัน และเปลี่ยนอาชีพมาเป็นครูสอนวิชาพละในโรงเรียนมัธยมสตรีแห่งหนึ่ง 

แม้จะบอกเล่าไว้เพียงคร่าว ๆ แต่ช่วงเปิดเรื่องก็แสดงให้เห็นชัดว่าชีวิตของจุนกิ กำลังอยู่ในช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ตั้งแต่อาชีพการงาน การโยกย้ายที่พักอาศัย (ด้วยความช่วยเหลือของพ่อตาแม่ยาย) และที่สำคัญคือ ภรรยาของเขาท้องแก่ใกล้คลอด อาจสรุปกว้าง ๆ ได้ว่า มันเป็นเรื่องของคนหนุ่มที่เพิ่งจบจากบทบาทการไล่ตามความใฝ่ฝัน กลับคืนสู่โลกแห่งความเป็นจริง และกำลังจะเริ่มต้นสร้างครอบครัวในฐานะพ่อและสามี ครอบครัวของจุนกิ ดูเหมือนจะก้าวย่างเข้ารูปเข้ารอยอันควรมีความสุขราบรื่น เพียบพร้อม แต่แล้วก็ต้องเผชิญกับบททดสอบและการท้าทายอย่างหนักหน่วงรุนแรง ซึ่งมาในรูปแบบของ “มือที่สาม”

จุนกิเป็นขวัญใจของบรรดานักเรียนสาว ๆ ซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมดาของคนหนุ่มหน้าตาดีกับเด็กวัยแรกรุ่นที่เริ่มรู้จักสนใจเพศตรงข้าม แต่หนึ่งในลูกศิษย์ของเขาชื่อยองอึน กลับจริงจังเกินขอบเขตปกติทั่วไป เธอเชื่ออย่างลึกซึ้งว่าตนเองตกหลุมรักคุณครูหนุ่มรูปหล่อ และพยายามทำทุกวิถีทาง เพื่อให้ได้อยู่ใกล้ชิด เปิดเผยความรู้สึกที่มีต่ออีกฝ่ายโดยไม่ปิดบัง เหนือสิ่งอื่นใด ทุกครั้งที่อยู่ด้วยกันตามลำพัง ยองอึนมักจะทำตัวยั่วยวนทอดสะพานหวังให้คุณครูหนุ่มมีเซ็กส์กับเธอ

แรกเริ่มจุนกิพยายามระมัดระวังตัวรักษาระยะห่างกับลูกศิษย์สาว แต่แล้วก็ค่อย ๆ หวั่นไหวขึ้นทีละน้อย ขณะเดียวกันเขาก็ตระหนักรู้ดีว่า หากปล่อยใจเตลิดไปตามแรงเย้ายวน รายจ่ายความเสียหายที่จะติดตามมานั้นสูงลิ่วเพียงไร? 

ขณะกำลังสับสนว้าวุ่นอยู่นั้นเอง เย็นวันหนึ่งฝนตกหนักตอนเลิกเรียน จุนกิกับยองอึนติดฝนอยู่ด้วยกันตามลำพัง มีความเป็นไปได้ว่า เด็กสาววางแผนทำทีจะลุยฝนกลับบ้าน แล้วจึงค่อยย้อนกลับมาในสภาพเปียกโชกชายหนุ่มจึงนำชุดเล่นกีฬาของเขามาให้ลูกศิษย์ผลัดเปลี่ยน หลังจากนั้นสถานการณ์รายล้อมหลาย ๆ อย่าง ก็ยิ่งเป็นใจและเอื้ออำนวย จนท้ายที่สุดชายหนุ่มก็พลั้งเผลอลืมตัว สูญเสียการหักห้ามควบคุมจิตใจตนเอง แต่แล้วก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิดไปไกล ก็เกิดการ
พลิกผันทำให้ชายหนุ่มรอดพ้นจากการก้าวข้ามล้ำเส้นไปสู่เขตแดนต้องห้าม

ทั้งหมดนี้คือ เนื้อเรื่องคร่าว ๆ ประมาณ 30 นาทีแรก ที่เหลือถัดจากนี้ไปจนจบ เหตุการณ์เต็มไปด้วยเรื่องล่อหลอกพลิกผันหักมุมซึ่งไม่ควรจะนำมาเปิดเผยในที่นี้ อย่างไรก็ตาม ลักษณะแบบสับขาหลอกปรากฏผ่านรายละเอียดปลีกย่อย แต่ทิศทางและเนื้อเรื่องกว้าง ๆ นั้น ผู้ชมสามารถคาดเดาล่วงหน้าได้ไม่ยากว่าจะมุ่งไปทางไหน?

โดยพล็อตและประเด็นของเนื้อหาแล้ว Innocent Thing อยู่ในแบบแผนเดียวกับหนังฮอลลีวูดปี 1987 เรื่อง Fatal Attraction ผลงานกำกับของเอเดรียน ไลน์ ซึ่งเล่าถึงชายหนุ่มที่ไปมีสัมพันธ์กับสาวร้อนแรงนางหนึ่ง โดยคิดว่าเป็นแค่ความสนุกตื่นเต้นชั่วครั้งชั่วคราวที่ปราศจากการผูกมัด แต่ฝ่ายหญิงกับรู้สึกจริงจัง และเริ่มตามรังควาน กระทั่งนำไปสู่การคุกคามที่กลายเป็นฝันร้ายน่าสะพรึงกลัว

Fatal Attraction ไม่ได้ประสบความสำเร็จในแง่คำวิจารณ์ (หนึ่งเดียวที่ได้รับคำชื่นชมเป็นเอกฉันท์คือ ฝีมือการแสดงของเกล็นน์ โคลส) ตัวหนังเองก็ก่อให้เกิดประเด็นอื้อฉาวเป็นที่ถกเถียงมากพอสมควร แต่ความสำเร็จด้านรายได้ ก็ส่งผลให้งานชิ้นนี้กลายเป็นพล็อตต้นแบบให้กับหนังอีโรติกรุ่นหลังจำนวนมาก 

ข้อแตกต่างระหว่าง Fatal Attraction กับ Innocent Thing มีอยู่มากมาย อาจกล่าวได้ว่า เหมือนกันแค่พล็อตคร่าว ๆ และอารมณ์ตื่นเต้นเขย่าขวัญ อื่น ๆ ที่เหลือก็ผิดแผกกันมาก ในความแตกต่างทั้งหมด มีสิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าสำคัญ นั่นคือ ตัวละคร “ผู้หญิงอันตราย” ซึ่งเปลี่ยนจากสาวใหญ่เจนโลกมาเป็นเด็กวัยรุ่นไร้เดียงสาเรื่องความรัก

ตัวละครยองอึน เริ่มต้นด้วยพฤติกรรมแก่แดดชนิดจัดจ้านเกินวัย แต่เมื่อติดตามไปเรื่อย ๆ หนังก็ค่อย ๆ เผยให้เห็นด้านอื่น ๆ ในตัวเธอ นั่นคือ อาการขาดแคลนความอบอุ่นในครอบครัว และโหยหาต้องการความรักจากใครสักคนอย่างรุนแรง (หนังเล่าพื้นเพของตัวละครนี้น้อยมาก เพียงแค่ฉากในบ้านซึ่งแสดงถึงความสัมพันธ์เหินห่างไม่ลงรอยกันระหว่างเธอกับแม่ และอีกฉากหนึ่งซึ่งมีบทสนทนาพูดถึงข่าวลือเกี่ยวกับตัวเธอว่าเป็นลูกนอกสมรสของนักการเมืองชื่อดัง)

 

ในรายละเอียดตามรายทาง หนังได้เล่าสะท้อนถึงความเป็นครอบครัวของจุนกิที่กำลังสั่นคลอน และการพยายามต่อสู้เพื่อปกปักรักษามันไว้ ควบคู่กันนั้นหนังก็ค่อย ๆ อธิบายถึงความป่วยไข้ในจิตใจของยองอึน ทั้งในด้านร้ายกาจ ใช้มารยายั่วยวนเพศตรงข้าม เจ้าเล่ห์เพทุบายในการวางแผนต่าง ๆ นานา พฤติกรรมท้าทายแบบไม่หวั่นเกรงคำครหาหรือกลัวจะโดนจับได้ ก่อเหตุรุนแรงโดยไม่ไตร่ตรองยั้งคิดพร้อมที่จะกำจัดใครก็ตามที่เธอเห็นว่า เป็นอุปสรรคขัดขวางความรักของเธอ 

ขณะเดียวกัน ท่ามกลางความเป็นสาวอันตรายเหมือนดินระเบิดที่มีชีวิต ยองอึนก็ไร้เดียงสาต่อโลก จนแทบจะเรียกได้ว่าซื่อบริสุทธิ์ เธอแปลความหมายท่าทีแบ่งรับแบ่งสู้ของจุนกิ รวมถึงความพ่ายแพ้ต่อเสน่ห์และแรงเย้ายวนของเขา ว่านั่นคือความรักที่มีต่อเธอจากนั้นก็จินตนาการเพิ่มเติมเป็นตุเป็นตะไปเองจนขยายใหญ่โตเกินจริงไปมาก รวมทั้งเชื่อสนิทใจต่อสิ่งที่อุปโลกน์ขึ้น ปิดกั้นไม่ยอมรับฟังคำอธิบายอื่นใดที่แตกต่าง และหลงอยู่ในโลกลวง ๆ แบบถลำลึก

การอธิบายและนำพาผู้ชมไปทำความรู้จักกับตัวละครยองอึน ที่มีความสลับซับซ้อนในจิตใจ เป็นจุดเด่นข้อดีเบื้องต้นของหนังน่าเสียดายอยู่บ้างว่า บทหนังขาดการให้รายละเอียดเกี่ยวกับพื้นเพความเป็นมาของตัวละคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้เหตุผลว่าทำไมยองอึนจึงตกหลุมรักจุนกิ (ตรงนี้อาจเป็นไปได้ว่า มีอยู่ในฉากเปิดเรื่องที่สระว่ายน้ำแต่ก็เล่าอธิบายออกมาห้วนสั้นและคลุมเครือเกินไป) ผู้ชมจึงไปได้ไกลสุดเพียงแค่ “รู้จัก” แต่ยังไม่ถึงขั้น “เข้าใจ” ตัวละครโดยถ่องแท้

จุดเด่นต่อมา คือ ความบันเทิง ความตื่นเต้นเร้าใจ ตัวหนังไม่ได้ใช้กลวิธีทางภาพยนตร์อย่างเช่น การถ่ายภาพ การตัดต่อ ดนตรีประกอบ ฯ มาเร่งเร้าสร้างความลุ้นระทึกมากนัก ทุกอย่างอยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่โดดเด่น แต่ก็ไม่ได้ย่ำแย่

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดความตื่นเต้นชวนติดตาม อยู่ที่การวางพล็อต การกำหนดสถานการณ์คับขันแบบคอขาดบาดตาย และการผูกปมชวนสงสัยแล้วจึงค่อยเฉลยคลี่คลาย พูดง่าย ๆ คือ ความสนุกหลัก ๆ ของหนัง เกิดจากการทำให้ผู้ชมอยากรู้อยากเห็นว่าเรื่องราวแต่ละช่วงตอน จะคืบหน้าและคลี่คลายลงเอยอย่างไร? มีวิธีการหนึ่งที่หนังนำมาใช้อย่างได้ผลเกิดประสิทธิภาพมาก นั่นคือ หลาย ๆ ฉากยั่วยวนของยองอึนที่ทิ้งปริศนาให้คนดูคาดเดาอยู่ตลอดเวลาว่า คู่ตัวละครชาย-หญิง มีความสัมพันธ์ในเชิงชู้สาวไปถึงขั้นไหน ฉากทำนองนี้มีปรากฏอยู่เป็นระยะ ๆ ชวนให้คิดสงสัยถึงความเป็นไปได้ต่าง ๆ นานาหลายแง่มุมความคลุมเครือดังกล่าวเป็นทั้งลูกเล่นล่อหลอก เป็นทั้งคำอธิบายสภาพจิตใจตัวละครยองอึน เป็นความลับ และเป็นอาวุธหนักทีเด็ดสำคัญเมื่อถึงบทที่ต้องเฉลยในแง่บวก การผูกเรื่องวางปม และการเรียงลำดับเหตุการณ์ก่อนหลังของหนังในลีลาแบบตั้งใจสับขาหลอก เด่นมากในการทำให้ตัวงานออกมาดูสนุกชวนติดตาม ช่วยให้เค้าโครงที่ผู้ชมคุ้นเคย และสามารถคาดเดาล่วงหน้าได้ เกิดจุดพลิกผันนึกไม่ถึงอยู่เป็นระยะ ๆ 

แต่ข้อด้อยก็คือ พล็อตและเหตุการณ์ทำนองนี้ เมื่อขาดคำอธิบาย ขาดการให้เหตุผลที่รัดกุมเพียงพอ จึงกลายเป็นพล็อตที่มีความเป็นงานดีไซน์ เห็นร่องรอยการออกแบบสร้างสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างจงใจ ทำให้หลายฉากหลายตอน เต็มไปด้วยความบังเอิญมีลักษณะเป็นเรื่องแต่งหรือนิยายประโลมโลกขาดความน่าเชื่อถือสมจริง (บริเวณที่สังเกตเห็นแผลทำนองนี้ได้ชัดสุด คือ การตัดสินใจและการกระทำของภรรยาจุนกิ ในช่วงท้าย ๆ เรื่อง ซึ่งตัวละครค่อนข้างจะ “หลุด” จากพื้นฐานที่สร้างไว้มาตั้งแต่ต้น) ที่เสียหายสุด คือ มันบั่นทอนความลึกซึ่งหนังมีอยู่และนำเสนอออกมาได้ค่อนข้างดีพอสมควร

สำหรับแง่มุมอีโรติก หนังทำได้ดีในส่วนของการยั่วยวน แต่เลิฟซีนที่มีอยู่ 2-3 ฉาก ดูเหมือนไม่เน้นอารมณ์วาบหวามสักเท่าไร มุ่งไปทางเป้าหมายเพื่อการเล่าเรื่องและนำไปสู่ปลายทางในเชิง Drama และ Thriller เสียมากกว่า