100 เมตรสุดท้าย

100 เมตรสุดท้าย

หลังจากพักกันมาประมาณ 1 เดือนเต็ม ฟุตบอลลีกสูงสุดของเมืองไทยอย่างโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก ก็กลับมาเตะในช่วงโค้งสุดท้ายกันอีกครั้งซึ่งทุกทีมเหลือเกมให้เล่น ทีมละ 6 นัดเท่ากัน

ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาเกือบทั้งฤดูกาล ปีนี้เป็นปีที่ตำแหน่งโค้ชเฮี้ยนที่สุดเพราะทุกทีมมีการเปลี่ยนแปลงทั้งสิ้นไม่ว่าจะไทยหรือเทศ ถ้านับตัวเลขก็ 20 คนพอดีเลย มีทั้งลาออกเอง ถูกไล่ออก หรือมาจากความยินยอมร่วมกัน ต้องบอกว่าเป็นสถิติใหม่ว่า ไทยลีกฤดูกาลนี้มีการเปลี่ยนแปลงโค้ชมากที่สุด

ที่สำคัญทีมที่ต้องตกชั้นมีมากถึง 5 ทีมด้วยกันซึ่งเป็นผลต่อเนื่องจากการถูกฟ้องระงับสิทธิ์ของศรีสะเกษเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ทำให้ทางสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยและบริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด หาทางออก ผลก็เลยต้องมา
ลงเอยแบบนี้ แถมผลยังต่อเนื่องไปถึงลีกวัน ฤดูกาลหน้าที่จะมีทีมตกชั้นถึง 6 ทีมด้วย

มาดูสถานการณ์ในปัจจุบันทุกทีมลงเล่นไปแล้ว 32 นัดเท่ากัน จ่าฝูงคือ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ดมี 66 คะแนน อันดับสอง ชลบุรี เอฟซีมี 65 คะแนน ทิ้งห่างอันดับสามคือ บีอีซี เทโรศาสน ที่มี 59 คะแนนและอันดับสี่คือ เอสซีจีเมืองทอง ยูไนเต็ดมี 58 คะแนน นี้คือ 4 ทีมที่มองว่ายังมีโอกาสลุ้นแชมป์อยู่

ส่วนพวกหนีตกชั้น ขอแสดงความเสียใจกับแฟนบอลของจีเอสอี สมุทรสงครามก่อนเพราะฤดูกาลหน้าต้องลงไปเริ่มต้นใหม่ในลีกวันแน่นอนแล้วเนื่องจากคะแนนของทัพปลาทูคะนองมีเพียง 16 คะแนนเท่านั้น ยังไงก็ตามทีมอันดับสิบห้าที่เป็นอันดับสุดท้ายในการรอดตกชั้นคือ ทีโอที เอฟซี   ที่มี 37 คะแนนไม่ทันอย่างแน่นอนทั้งหลักทฤษฎีหรือปฏิบัติ

ขณะที่อันดับสิบเก้าคือ สงขลา ยูไนเต็ดมี 28 คะแนนเท่ากับอันดับสิบแปดคือ แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัลแต่ลูกได้เสียของลูกทัพฟ้าดีกว่า อันดับสิบเจ็ดคือ ปตท. ระยองมี 30 คะแนนและอันดับ 16 คือ เพื่อนตำรวจมี 33 คะแนน

อย่างไรก็ตามทีมอันดับสิบห้าขึ้นไปจนถึงอันดับสิบเอ็ดก็ยังไม่ปลอดภัยทั้งสิ้น โดยอันดับสิบห้าคือทีโอที เอฟซีมี 37 คะแนน อันดับสิบสี่คือชัยนาท ฮอร์นบิลมี 38 คะแนน อันดับสิบสามคือศรีสะเกษ เอฟซีมี 39 คะแนน  อันดับสิบสองคือ  โอสถสภามี 40 คะแนนและอันดับสิบเอ็ดคือ แบงค็อก ยูไนเต็ด

นอกจากนั้นปัญหาสุดคลาสสิกของวงการฟุตบอลเมืองไทย หนีไม่พ้นเรื่องของกรรมการที่มีปัญหาทุกสัปดาห์จนกลายเป็นเรื่องโจ๊กเล่นๆ ว่า “สัปดาห์นี้มีปัญหา เดี๋ยวสัปดาห์หน้าก็ลืมกันหมดแล้ว เพราะเดี๋ยวมีปัญหาใหม่
เข้ามาให้เจอกันอีก”

ถึงทางฝ่ายที่ควบคุมดูและผู้ตัดสินจะให้มีการจับฉลากก็แล้วหรือวิธีการอะไรที่ทำให้ทุกฝ่ายรู้สึกว่าได้รับความยุติธรรมมากที่สุดก็ตาม แต่ความจริงคือความจริง เชื่อว่าแฟนบอลที่ได้ติดตามชมการแข่งขันก็คงเห็นกันหมด “ทุกคนดูฟุตบอลกันเป็นนะครับ”

มาว่าเรื่องทีมลุ้นแชมป์กันต่อ ดูแล้วช่วง 100 เมตรสุดท้ายก่อนจบฤดูกาล คงเป็นทีมดังจากแดนอีสานใต้กับทีมดังจากภาคตะวันออกที่ต้องเบียดแย่งแชมป์กัน ชนิดที่ใครพลาดมีสิทธิ์น้ำตาร่วงแน่

ขณะที่บีอีซี เทโรศาสนถือว่ามาไกลที่ทำผลงานได้แบบนี้ซึ่งปัญหาคือความสม่ำเสมอ เวลาเจอทีมระดับเดียวกันหรือทีมใหญ่มักเล่นได้ดีถึงขั้นชนะ แต่เวลาเจอทีมเล็กคะแนนหล่นหายเป็นประจำ และเอสซีจี เมืองทอง มองว่าโชคร้ายที่เสียเทพมุ้ย ธีรศิลป์ แดงดา ไปตามฝันกับอัลเมเรียที่สเปน มาริโอ ยูรอฟสกี้ นักเตะที่เก่งที่สุดภายในทีมเจ็บบ่อยและแนวรับที่ไม่ได้สร้างความไว้วางใจให้เพื่อนร่วมทีมได้เลย ครึ่งฤดูกาลแรกที่ผลงานออกมาดีเพราะเทพมุ้ยยังเล่นอยู่จึงยิงได้มากกว่าเสีย

กลับมาที่สถานการณ์ของทีมลุ้นหนีตกชั้นกันบ้าง สงขลาที่มาใช้บริการของโค้ชอิมพอร์ตอย่างเจสัน วิธกับแอร์ฟอร์ซ ที่ดูไม่เปลี่ยนแปลงทีมสักเท่าไหร่ตั้งแต่เปิดฤดูกาล คะแนนเท่ากัน ต้องยอมรับว่าโอกาสของทั้งคู่ที่จะรอดนั้นยากมากๆ ที่ผ่านมาไม่มีความคงเส้นคงวา เกมรับต้องปรับปรุงแถมหลายๆ ครั้งน่าจะเก็บแต้มได้ก็จังหวะไม่ดีถูกตีเสมอหรือถูกยิงประตูชัยจนแพ้

ทีมต่อมาคือ ปตท. ระยอง ที่มาแบบทีมทุนหนาทั้งการดึงอดีตโค้ชทีมพาทีมชาติไทยประสบความสำเร็จอย่างปีเตอร์ วิธมาคุมทีม หรืออิมพอร์ตตัวต่างชาติหลายคน แต่ก็ไม่สามารถตอบโจทย์ได้เพราะมีรูรั่วบวกกับการขาดประสบการณ์ในเวทีใหญ่ ทุกอย่างจึงไม่เป็นตามที่หวัง

ขณะที่เพื่อนตำรวจ ฟอร์มตกลงน่าใจหายถึงแม้ช่วงเบรกครึ่งฤดูกาลจะได้นายทุนใหญ่เข้ามา แต่มาแล้วก็ไปปัญหาใหญ่ที่อยู่ลึกคือเรื่องแรงกระตุ้น ความมั่นใจมากกว่า ถึงแม้จะได้มือเก๋าอย่าง โค้ชแต็ก อรรถพล บุษปาคมมานำทัพ โอกาสอยู่รอดดูแล้ว 50 / 50 เพราะ 1 เดือนที่หยุดไปคือโอกาสที่แก้ไขปัญหาที่มีอยู่

สำหรับทีโอที เอสซี ของ สมชาย ทรัพย์เพิ่ม กันบ้าง ได้ตามดูมาหลายนัดต้องบอกว่า วันไหนถ้าเล่นแย่โอกาสที่จะสกอร์ไหลเสียประตูสูงมากซึ่งเกมรับคือปัญหาใหญ่ แต่ที่ยังไม่ไปอยู่ในโซนอันตรายเพราะเวลาเจอกับทีมระดับเดียวกันมักจะเก็บคะแนนได้ซึ่งโค้งสุดท้าย ถ้าจุดบอดในแนวรับยังไม่ได้รับการแก้ไขย่อมมีโอกาสตกชั้นแน่นอน

ชัยนาถ ฮอร์นบิน ทีมอันดับสิบสี่ และศรีสะเกษ ทีมอันดับสิบสาม ปัญหาที่เด่นชัดคือเกมนอกบ้านที่ไว้ใจไม่ได้ แต่เวลาเล่นในบ้านมักทำผลงานได้ดี ดังนั้นถ้าสามารถรักษามาตรฐานที่ดีในบ้านของตัวเองไว้ได้ ก็คงไม่มีปัญหาสักเท่าไหร่ในการอยู่รอดถึงแม้ว่าแต้มที่มีอยู่ยังดูเสี่ยงพอสมควร

รวมทั้งโอสถสภากับแบงค็อก ยูไนเต็ด ทีมอันดับสิบสองและสิบเอ็ด ถ้าไม่ฟอร์มหลุดลุ่ยจนน่าเกลียด เก็บได้อีกสัก 6 คะแนนคงไม่มีปัญหาอะไรในการเล่นอยู่บนลีกสูงสุดฤดูกาลหน้า

ดังนั้น 100 เมตรสุดท้าย มองว่าตำแหน่งแชมป์คงอยู่ที่บุรีรัมย์ไม่ก็ชลบุรี และพวกตกชั้นตามสมุทรสงคราม ทีมที่มีแนวโน้มสูงกว่าทีมอื่นคือ สงขลา ยูไนเต็ด แอร์ฟอร์ซและ ปตท. ระยอง โดยเพื่อนตำรวจกับทีโอทีต้องวัดดวงกันครับ 

ฟุตบอลไทยลีก