9 คำถามแห่งหลากหลายในคำตอบของ “คิมม่อน วโรดม เข็มมณฑา” ผลงานหนังเรื่องใหม่ล่าสุด “SOS ก้าวผิดชีวิตเปลี่ยน” 

9 คำถามแห่งหลากหลายในคำตอบของ “คิมม่อน วโรดม เข็มมณฑา” ผลงานหนังเรื่องใหม่ล่าสุด “SOS ก้าวผิดชีวิตเปลี่ยน” 

“คิมม่อน วโรดม เข็มมณฑา” นักแสดง นักร้อง พิธีกร และดีเจ เกิดวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2533 คิมม่อนมีชื่อเสียงจากการเป็นดีเจจัดรายการออนไลน์ ทำให้เขาได้มีโอกาสแสดงมิวสิควีดีโอเพลง อนาคต ของวง สล็อตแมชชีน (Slot Machine) ซึ่งตัวมิวสิควีดีโอทำมาจากชีวิตจริงของคิมม่อนเอง มีชื่อเสียงมากขึ้นจากการคัดเลือกนักแสดง Love Sick The Series season 2 และ Part Time The Series วัยกล้าฝันในบทฮอลล์ นอกจากผลงานนักแสดงคิมม่อนยังมีผลงานเพลงโดยเขาเป็นหนึ่งในสมาชิกวงบอยแบนด์ BUFF4 และ SBFIVE ในปีพ.ศ. 2563 ได้แสดงภาพยนตรเรื่องแรกเรื่อง พจมาน สว่างคาตา

คิมม่อน จบระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนวัดทรงธรรม และจบการศึกษาระดับปริญญาตรีจาก คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี

รางวัลที่เขาเคยได้รับ
ปีพ.ศ. 2558
* ZEN STYLISH AWARDS 2015 สาขา Poppular Vote
ปีพ.ศ. 2559
* รางวัล อภิชาตบุตรรวมใจภักดิ์ จากสภาศิลปวัฒนธรรมจิตตานุภาพ
ปีพ.ศ. 2561
* KAZZ AWARDS 2018 สาขา หนุ่มสาววัยใสโดนใจแห่งปี 2017
* รางวัลนักแสดงวัยรุ่นดีเด่นด้านสร้างสรรค์สังคม จากชมรมก้าวที่กล้าเพื่อเยาชนไทย
​​​​​​​- ปีพ.ศ. 2563
* Idol Exchange Awards 2020 สาขา King Idol (ประจำเดือนกันยายน)
* Siamrath Online Award 2020 สาขา คู่จิ้นแห่งปี

“คิมม่อน วโรดม เข็มมณฑา” หนุ่มหล่อเจ้าสน่ห์คนนี้ เขาคือนักร้อง นักแสดง พิธีกร และดีเจชาวไทย ที่มีแฟนๆ ติดตามนับล้านฟอลโล่เว่อร์ โด่งดังจากบท มิ่งขวัญ ในซีรีส์ เดือนเกี้ยวเดือน 2Moons The Series และ อดีตสมาชิกบอยแบนด์วง SBFiVE ปัจจุบันเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกในฐานะ Art Toy ดีไซเนอร์ผู้สร้างสรรค์ตุ๊กตา คิมม่อน (Kimmon) สุดฮิต 

ผลงานในวงการบันเทิงที่โดดเด่นและโด่งดัง   
* ซีรีส์: เดือนเกี้ยวเดือน 2Moons The Series (2017), จีเอฟซี (GFC), ปลื้มคนโปรด A Secretly Love
* ละคร/ภาพยนตร์: พจมาน สว่างคาตา (2020), เจ้าหญิงหลงยุค (2021), รู้จักพี่ยาใจไหม
* ผลงานเพลง: อดีตสมาชิกบอยแบนด์วง SBFiVE และมีผลงานเพลงเดี่ยวรวมถึงงานดีเจ 

​​​​​​​

บทบาทในฐานะนักออกแบบ Art Toy

ในโลกของนักสะสม เขากลายเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะผู้สร้างสรรค์อาร์ตทอยส์สุดฮิตในชื่อ Kimmon V.1, V.2, V.3 ซึ่งโดดเด่นด้วยดีไซน์สวมชุดสัตว์เอกลักษณ์หน้าตาน่ารัก จนกลายเป็นกระแสไวรัลในกลุ่มนักสะสมทั้งในและต่างประเทศ       

เอาล่ะ มาคุยกันแบบเปิดอกกับหนุ่ม คิมม่อน กับ 9 คำถามแห่งหลากหลาย

1) คิมม่อนเข้าวงการมากี่ปีแล้วครับ เส้นทางของการเดินทางบนถนนแห่งวงการบันเทิง เป็นมายังไง?   

คิมม่อน : เริ่มต้นจากการเป็นดีเจ แล้วก็เป็นพิธีกรออนไลน์ จากนั้นก็เริ่มมีการแสดงเข้ามา ได้เข้าไปเซ็นสัญญาบริษัทสตาร์ฮันเตอร์ จากนั้นก็มีงานซีรีย์เข้ามาเรื่อยๆ รวมๆแล้วก็ประมาณ 10 ปีได้ครับ

2) ผลงานที่เราแจ้งเกิด จดจำ และประทับใจ ที่สุด?

คิมม่อน : ผลงานที่แจ้งเกิดจริงๆมันก็คาบเกี่ยวกันนะครับ อย่างเรื่อง love sick 2 ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแต่พี่ประสบความสำเร็จสุดๆ เลยน่าจะเป็นเดือนเกี้ยวเดือนครับ ตอนนั้นต้องบอกว่างานเยอะมาก มีแฟนคลับชาวจีนเยอะ มีไปทัวร์มิตติ้งที่ประเทศจีนหลายเมือง ช่วงนั้นบอกเลยว่ากอบโกยได้มาก ถือว่าเป็นจุดที่ดีที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้

3) มองวงการบันเทิงยังไงบ้าง?

คิมม่อน : ตอนนี้วงการบันเทิงเปลี่ยนไปนะครับ มันไม่เหมือนสมัยก่อน เพราะตอนนี้ดารานักแสดงหลายคนหันไปเป็น influencer กันหมด งานละครหรือซีรีย์อาจจะน้อยลง ซึ่งอาจจะมีผลจากที่ค่ายละครหรือช่องต่างๆไม่ได้ผลิตซีรีย์ใหม่ๆเท่าไหร่ จึงทำให้นักแสดงอาจจะตกงานกันนะครับ ซึ่งตัวผมเองก็ถือว่ายังโชคดี ที่ยังมีงานดีเจ และก็ยังมีงานซีรีส์และภาพยนตร์เข้ามาเรื่อยๆ อย่างล่าสุดภาพยนตร์เรื่อง SOS ก้าวผิดชีวิตเปลี่ยน  2 กรกฎาคมนี้ครับ

4) งานการแสดงภาพยนตร์ เป็นอีกงานหนึ่งที่เรารัก และยังคงทำอยู่อย่างต่อเนื่อง และผลงานเรื่องล่าสุดรับบทอะไร  ทำไมถึงตัดใจเล่นครับ?     

คิมม่อน : โชคดีที่ยังมีค่ายหนังค่ายซีรีย์ยังติดต่อให้ผมไปเล่นอยู่ อย่างภาพยนตร์เรื่อง SOS ก้าวผิดชีวิตเปลี่ยน ของค่ายโกลด์ไฟเตอร์ เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ 2 ที่ได้ร่วมงานกับบริษัทนี้ ผมชอบภาพยนตร์นะครับผมรู้สึกว่ามันจอใหญ่ดีการแสดงมันต้องธรรมชาติกว่าซีรีย์อ่ะครับ ผมรู้สึกว่ามันท้าทาย

คิมม่อน : เรื่องล่าสุดก็ภาพยนตร์ SOS ก้าวผิดชีวิตเปลี่ยนเลยครับ รับบทเป็นครูคิม ไม่รู้ว่าคนเขียนบททำไมต้องให้ใช้ชื่อจริงๆของผม อาจจะเรียกง่ายมั้งครับ ซึ่งบทครูคิม เป็นบทที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนมาก และมีความ sensitive เยอะ เพราะต้องแสดงเป็นครูและไปมีความสัมพันธ์กับเด็กนักเรียน ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้มองว่าเป็นรักสามเศร้าก็ได้เพราะว่าตัวครูคิมเอง  ต้องมีความสัมพันธ์กับเด็กนักเรียนหญิงชื่อแตม จนถึงขั้นท้อง และก็มีความสัมพันธ์กับเด็กนักเรียนชายอีกคนนึงชื่อวิน มันมีความสับสนในเรื่องของความรู้สึกว่าแท้จริงแล้วครูคิมเนี่ยชอบผู้หญิงหรือผู้ชายกันแน่ ผมว่าภาพยนตร์เรื่องนี้มันครบรสนะครับ มันคือเหตุการณ์โลกปัจจุบันเลยก็ว่าได้ อีกอย่างมันเป็นภาพยนตร์สะท้อนสังคมของเด็กวัยรุ่นปัจจุบัน ว่าแท้จริงแล้วปัญหาในโรงเรียนมันยังมีปัญหาอะไรอยู่บ้าง ซึ่งจากการทำ research พบว่าเด็กนักเรียนเจนนี้ก็ยังมีปัญหาเรื่องยาเสพติด เรื่องการมีเพศสัมพันธ์ การตั้งครรภ์ก่อนวัยอันสมควร รวมถึงมีเรื่องราวของการบูลลี่ ซึ่งตอนที่อ่านบทก็รู้สึกได้เลยว่าภาพยนตร์เรื่องนี้มันสะท้อนสังคมจริงๆ เป็นเหตุผลนึงที่ผมอยากจะแสดงเรื่องนี้ครับ

คิมม่อน :  ครูคิม จะเล่นกับกลุ่มนักเรียนมากกว่านะครับ โดยเฉพาะแตม แสดงโดยจื้อหลิง ซึ่งผมต้องไปมีความสัมพันธ์กับน้องเขา และก็ต้องไปมีความสัมพันธ์กับน้องผู้ชายอีกคนนึง ชื่อน้องริวแสดงเป็นวิน และก็ยังได้ร่วมงานกับลิลลี่เหงียนด้วยตอนเข้าซีนกับลิลลี่ ลิลลี่เป็นมืออาชีพมากๆ แล้วก็แสดงกับม่อน วรวิทย์ด้วย เอาง่ายๆน่าจะเล่นกับทุกคนเลยนะครับ

คิมม่อน : ผมว่ามันยากทุกฉากครับ โดยเฉพาะเลิฟซีนกับจื่อหลิง ปกติผมเล่นซีรี่วายก็จะเล่นเลิฟซีนกับผู้ชายใช่ไหมครับ ทั้งนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องแรกที่ผมต้องเลิฟซีนกับผู้หญิง มันก็จะรู้สึกเกร็งๆเหมือนกันนะ เพราะว่าตัวเราเองก็เกรงใจน้องเขาด้วย น้องเขาอายุยังไม่ถึง 18 เลย ก็แอบกังวลอยู่เหมือนกัน แต่โชคดีที่ที่เอมมี่แม็กซิมซึ่งเป็นคุณแม่ของน้องจื้อหลิง บอกว่าเล่นให้เต็มที่เลย เพราะมันคือการแสดง ถ้าเรากั๊กงานจะออกมาไม่ดี ผมก็ใส่เต็มที่เลยครับกับฉากเลิฟซีน

5) เช้าบรรยากาศในการทำงานให้ฟังหน่อยครับ? 

คิมม่อน : มันก็สนุกนะครับบรรยากาศในการทำงาน เพราะว่าทุกคนมีความคุ้นเคยกันหมด ไม่ว่าจะเป็นทีมงาน หรือทีมโปรดักชั่น หรือตัวนักแสดงเอง เราเจอกันวันแรกเราก็ทำความรู้จักและคุ้นเคยกันได้เลยทันที มันทำงานง่ายครับ เพราะว่าทุกคนน่าจะฝึกฝนมาดีอยู่แล้ว ว่าเวลาเข้ากองถ่าย เราจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไรทำตัวอย่างไร ซึ่งตัวผมเองเป็นคนง่ายๆอยู่แล้วเข้าได้กับทุกคน

6) เราเป็นทั้งนักร้อง นักแสดง และศิลปิน ทำธุรกิจ แบ่งเวลายังไงบ้างครับ?   

คิมม่อน : ต่อให้มีงานเยอะกว่านี้ผมก็แบ่งเวลาได้ครับ สมัยก่อนงานเยอะกว่านี้อีกยังแบ่งเวลาได้เลย ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับผม

7) การดูแลตัวเอง การออกกำลังกาย ทำยังไงถึงได้ดูดีตลอด  

คิมม่อน : เดี๋ยวตอนนี้ผมดูแลร่างกายอย่างมากเลย ออกไปวิ่งกับคอปเตอร์บ่อยมาก ถ้าว่างจากงานผมก็จะออกกำลังกายกับคอปเตอร์ตลอด แต่เรื่องนี้คอปเตอร์ไม่ได้เล่นนะครับ น่าจะคิวไม่ว่าง

8) แล้วเรื่องความรักล่ะครับตอนนี้ เป็นยังไงบ้าง?

คิมม่อน : ตอนนี้โสดสนิท ไม่มีแฟน แล้วก็อาศัยอยู่กับแม่ ตอนนี้ไม่คิดเรื่องความรักเลย เราอาจจะโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ถ้าถึงเวลาก็คงมีเอง ตัวผมเองอาจจะยังรักอิสระ ไม่ได้ตอบภาษาดารานะ ตอบแบบจริงจังเลย ว่าผมยังรักอิสระยังอยากทำงานอยากอยู่กับเพื่อน ไม่ได้อยากมีแฟนในช่วงนี้ 

9) ฝากผลงานหนังเรื่องล่าสุด ช่องทางการติดต่อติดตาม แพลนในอนาคตไว้อยากทำอะไรต่อจากนี้ครับ?

คิมม่อน : ยังไงก็ขอฝากภาพยนตร์เรื่อง SOS ก้าวผิดชีวิตเปลี่ยนพี่กำลังจะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์วันที่ 2 กรกฎาคมนี้ ผมรู้สึกว่าผมชอบภาพยนตร์เรื่องนี้มากเลยนะ มันเป็นภาพยนตร์สะท้อนสังคม และมันเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นจริงๆในสังคม โดยเฉพาะเรื่องราวความรักของครูกับนักเรียน ซึ่งจริงๆแล้วมันเป็นเรื่องของการผิดศีลธรรม หรือสิทธิส่วนบุคคลกันแน่

“SOS ก้าวผิดชีวิตเปลี่ยน” ภาพยนตร์แนวดราม่าสะท้อนสังคมและมุมมืดของวัยรุ่นไทย ผลิตโดยค่าย โกลด์ไฟเตอร์ (Gold Fighter) เรื่องราวความรักสามเส้า วุ่นๆระหว่าง 1 ครูกับ 2 นักเรียน ชาย-หญิง ความรักมิอาจมีกำแพงขวางกั้นในเรื่องของเพศสภาพ ความสัมพันธ์ระหว่าง ครูคิม (วโรดม เข็มมนฑา) ซึ่งเป็นครูฝึกสอนมาฝึกสอนที่โรงเรียนแห่งหนึ่งแล้วเกิดความรักกับนักเรียนสาวม.ปลาย แตม (จื้อหลิง) ความผิดพลาดของความเป็นครูที่นำไปสู่การสูญเสีย แต่ก็ยังมีอีกเส้าหนึ่งของความรักจากนักเรียนชาย ม.ปลาย มีความหลากหลายทางเพศอย่าง วิน (ริว รวินทร์) ที่คอยจะเข้ามาพัวพันความสัมพันธ์กับครูคิมตลอดเวลา

 

9 คำถามแห่งหลากหลายในคำตอบของ “คิมม่อน วโรดม เข็มมณฑา” ผลงานหนังเรื่องใหม่ล่าสุด “SOS ก้าวผิดชีวิตเปลี่ยน”