“ยอร์ช ยงศิลป์” คัมแบ็กจอเงินในรอบ 7 ปี สลัดลุคไอดอลสู่บทบาทหลากมิติสุดท้าทายใน “กฤษดาพาราไดซ์”

“ยอร์ช ยงศิลป์” คัมแบ็กจอเงินในรอบ 7 ปี สลัดลุคไอดอลสู่บทบาทหลากมิติสุดท้าทายใน “กฤษดาพาราไดซ์”

“กฤษดาพาราไดซ์” ภาพยนตร์สยองขวัญมิตรภาพจาก 13 Studio (เธอทีน สตูดิโอ) ว่าด้วยเรื่องราวของแก๊งเพื่อนวัยมัธยมที่คิดเล่นสนุกเพียงชั่ววูบ ก่อนเผชิญหน้าความหลอนขั้นสุด ณ สวนน้ำร้างในตำนาน ผลงานเรื่องล่าสุดของ “ไมค์ ​ภณธฤต” ผู้กำกับเจ้าของแฟรนไชส์ “พี่นาค 1-5”

“ยอร์ช ยงศิลป์” ศิลปินไอดอลและนักแสดงหนุ่มสุดฮอต กับการหวนคืนสู่จอเงินไทยอีกครั้งในรอบ 7 ปี พลิกบทบาทหล่อละมุนสู่คาแร็กเตอร์ “โอม” เด็กเรียนดี กีฬาเด่น ตัวท็อปของรุ่น แต่เบื้องหลังความเพอร์เฟกต์กลับต้องแบกรับความกดดันและซับซ้อนทางอารมณ์ขั้นสุด ซึ่งวันนี้ MiX Magazine จะพาทุกคนไปเจาะลึกเบื้องหลังความท้าทาย และสปิริตการแสดงที่เจ้าตัวทุ่มเทแบบเกินร้อยเพื่อภาพยนตร์เรื่องนี้!

คัมแบ็กหนังไทยในรอบ 7 ปี กับการตารางงานข้ามประเทศ

ยอร์ช เปิดใจว่าการกลับมาเล่นภาพยนตร์ไทยครั้งนี้แอบมีความกังวลอยู่ไม่น้อย เพราะห่างหายจากการแสดงละครและภาพยนตร์ไปนานพอสมควรจนกลัวว่าจะเล่นไม่ได้ แต่ด้วยความคิดถึงบรรยากาศการทำงาน และความน่าสนใจของบทบาทใหม่ ๆ ที่ไม่เคยลอง ทำให้เขาตัดสินใจรับคำท้าทายครั้งสำคัญนี้

แต่ความโหดหินด่านแรกไม่ใช่แค่เรื่องการแสดง แต่คือตารางงานฝั่งเกาหลีใต้ซึ่งแน่นเอี๊ยดในช่วงนั้น เพราะเป็นช่วงที่เขาต้องเตรียมตัวสำหรับเพลงใหม่และเตรียมซ้อมคอนเสิร์ต ยอร์ช ต้องเดินทางบินไป-กลับระหว่างไทยและเกาหลีใต้บ่อยมาก ชนิดที่ว่าพอถ่ายทำหนังที่เชียงใหม่เสร็จปุ๊บ ถ้ามีเวลาว่างเมื่อไหร่ เขาจะต้องใช้เวลาที่บ้านซ้อมทบทวนท่าเต้นทันทีเพื่อไม่ให้ตารางงานฝั่งศิลปินต้องสะดุด

บทบาทที่แบกรับความกดดัน และคิวบู๊ครั้งแรกที่ต้องแลกด้วยพลังงานเกินร้อย

คาแรกเตอร์ของ “โอม” คือเด็กที่เก่งไปหมดทุกด้าน ทั้งการเรียนและกีฬา แต่กลับถูกกดดันจากทางบ้านอย่างหนักจนกลายเป็นคนเก็บกดและมีมิติอารมณ์ที่ซับซ้อนมาก ยอร์ช จึงต้องทำการบ้านอย่างหนักหน่วง โดยเขาเล่าว่าซีนที่เหนื่อยและยากที่สุดคือ ฉากที่ โอม ต้องระเบิดอารมณ์ความรู้สึกที่เก็บกดออกมา ซึ่งวันนั้นเขาต้องร้องไห้อย่างหนัก

นอกจากซีนดราม่าแล้ว ยอร์ชยังต้องสวมบทบาทนักกีฬาเทกวันโดและลุยฉากแอ็กชันเป็นครั้งแรกในชีวิต ซึ่งเขาบอกเลยว่าของจริงยากมาก ๆ จากที่เคยฝันตอนเด็ก ๆ ว่าอยากลองเล่นบทบู๊ดูบ้าง พอได้ทำจริง ๆ จึงต้องซ้อมหนักกับทีมงาน ถ่ายคลิปเก็บไว้ และนำกลับไปฝึกซ้อมด้วยตัวเองที่บ้านอย่างตั้งใจ จนกลายเป็นหนึ่งในฉากที่เขาประทับใจที่สุดเพราะภาพออนสกรีนออกมาสวยงามสมความทุ่มเท

สำหรับบรรยากาศการถ่ายทำในสวนน้ำร้าง ยอร์ช เผยว่าตัวจริงเป็นคนกลัวผีมากแต่ไม่มีเซ้นส์ด้านนี้เลยรอดตัวไป มีแต่คนรอบข้างที่เจอเรื่องแปลก ๆ แทน ส่วนความเครียดในการทำงานนั้นถูกละลายหายไปเพราะได้แก๊งเพื่อนนักแสดงที่อายุไล่เลี่ยกันคอยเม้าท์มอย รวมถึงการร่วมงานกับผู้กำกับ “พี่ไมค์” ครั้งแรกที่น่ารัก เป็นกันเอง และมีภาพในหัวชัดเจน ทำให้อธิบายการแสดงให้เข้าใจได้ง่ายและสื่อสารกับคนดูได้อย่างตรงจุด

“ฝากติดตามภาพยนตร์เรื่อง กฤษดาพาราไดซ์ ด้วยนะครับ เป็นการกลับมาทำงานการแสดงในรอบ 7 ปีของผม กับบทบาทใหม่ ๆ ของผมและเป็นบทบาทที่ท้าทายสำหรับผมด้วย บอกเลยว่าตั้งใจสุดๆสำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้เลยครับ อย่าลืมมาดูกันเยอะ ๆ นะครับ”

 

“ยอร์ช ยงศิลป์” คัมแบ็กจอเงินในรอบ 7 ปี สลัดลุคไอดอลสู่บทบาทหลากมิติสุดท้าทายใน “กฤษดาพาราไดซ์”