เฉลยที่มาเพลง “ไม่เคยได้ลา” จากปาก “ตูน Three Man Down” ฉลองมุ่งหน้า 3 ล้านวิวภายใน 2 อาทิตย์ ขึ้นแท่นเพลงประกอบภาพยนตร์ที่ฮอตและเศร้าที่สุดในตอนนี้
“Three Man Down” ปล่อยซิงเกิลใหม่ “ไม่เคยได้ลา” ประเดิมเพลงแรกของค่าย “BRIDGE” ในเครือ “ครึ่งเก้า Group” สำหรับประกอบภาพยนตร์ไทยสยองขวัญแห่งปีเรื่อง “เทอม 4” ของ “สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล”
โดยเนื้อหาของเพลงนี้ พูดถึงความเจ็บปวดของการต้องจากลาที่ไม่มีโอกาสได้พูดคำว่าลา เป็นความรู้สึกของคนคนหนึ่งที่เพิ่งได้เรียนรู้ความหมายของความรัก ได้สัมผัสถึงการมีใครสักคนอยู่ข้างกาย แต่กลับต้องสูญเสียเขาไปอย่างกะทันหัน หลงเหลือไว้เพียงความอ้างว้าง และความรู้สึกที่ค้างคาอยู่ในใจ ซึ่งสอดคล้องกับธีมของภาพยนตร์เรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี
ในเพลงนี้ วงถ่ายทอดความรู้สึกผ่านเสียงร้องของ “กิต กฤตย์ จีรพัฒนานุวงศ์” ประกอบไปกับดนตรีที่ค่อยๆ ไล่อารมณ์จากแผ่วเบาในช่วงต้นเพลง ก่อนจะกระหน่ำความร็อกสาดเข้ามาแบบเต็มๆ ในช่วงท้าย ส่งความรู้สึกของการจากลาได้อย่างเจ็บปวด โดยยังคงความเป็นสไตล์ของ “Three Man Down” แบบชัดเจน

อยากถามถึงที่มาเราได้รับโจทย์ของเพลงนี้ยังไงบ้าง มีแรงบันดาลใจในการแต่งอย่างไร
ตูน : เราก็อยากทำเพลงประกอบภาพยนตร์มานานแล้ว แต่ไม่ได้มีโอกาสที่ได้ทำเพลงประกอบภาพยนตร์สักที โดยเฉพาะภาพยนตร์ที่เป็นหนังสยองขวัญ แล้วพอดีมีภาพยนตร์เรื่อง “เทอม 4” ติดต่อเข้ามา พอเห็นว่าเป็น “เทอม 4” มันดูท้าทายในการที่วงจะได้ทำอะไรใหม่ ๆ ผมก็เลยตอบรับไปถึงแม้จะมีเวลาสั้นมากในการทำงาน เพื่อน ๆ ในวงก็กังวลว่าจะทำทันมั้ย แต่ผมบอกไม่เป็นไร กูเก่ง ก็เลยทำเพลงนี้ตอนที่อยู่ที่ญี่ปุ่น
พอพูดถึงหนังผีมันมีหลายโทนมากเลย ตูนตีความออกมาว่ายังไงมันผีแบบไหนที่เราอยากให้ออกมาในเพลงนี้
ตูน : ผมรู้สึกว่าทำเพลงประกอบภาพยนตร์ที่เป็นหนังผีมันไม่จำเป็นที่ต้องทำออกมาเป็นผี มันแค่เป็นมูดของความรู้สึก มันไม่ได้น่ากลัว ผมรู้สึกว่า “ทรีแมนดาวน์” จะไม่ค่อยมีเพลงที่โน้ตมันลาก อย่างเพลงนี้ก็ท่อน “เวลาเร็วเกินไป” ซึ่งทรีแมนดาวน์ไม่ค่อยลากโน้ต ผมรู้สึกว่าอยากเอาคอนเซปต์นี้มาใช้กับเพลงนี้คือใช้การลากโน้ตแบบยาว ๆ เหมือนเพลงไม่ได้มีความน่ากลัว แต่คร่ำครวญกับความรู้สึก
อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคร่ำครวญนิดนึงว่าเรากำลังเล่าเรื่องของใครและพูดถึงเรื่องอะไร
ตูน : หลังจากที่ได้รับโจทย์ พี่ๆ ก็ส่งบรีฟมาว่า เราจะพูดถึงเรื่องราวของคนที่ยังอยู่ หรือ คนที่จากไปก็ได้ ผมก็เลยรู้สึกว่ามีเรื่องราวแบบไหนที่ยังไม่ถูกเล่าในบทเพลง ผมเลยได้คอนเซปต์หนึ่งขึ้นมาว่า การจากลาที่เจ็บปวดที่สุดคือการที่ไม่ได้ร่ำลากัน คือผมได้ดูตัวอย่างภาพยนต์ซีนที่มีคนขี่มอเตอร์ไซค์บนสะพานแล้วมีคนเสียชีวิตเกิดขึ้น (ตอน “สะพานขาว”) ผมเลยคิดว่าถ้าวันหนึ่งเราจากกันโดยไม่ร่ำลาเราจะรู้สึกยังไง ผมเลยตีความมันออกมาว่า การจากลาที่เจ็บปวดที่สุดคือการที่ไม่ได้ร่ำลากัน เหมือนเราเคยเห็นซีนในหนังหรือชีวิตจริงที่คนเสียชีวิตไปแล้ว ก็จะมีคนพูดกันว่า เฮ้ยทำไมจะไปไม่บอกกูเลยวะ ทำไมไม่ลากัน ผมก็เอาคอนเซปต์นั้นมาทำเป็นเพลงนี้ว่า “ไม่ทันได้ลากันเลย ถ้ามันเป็นครั้งสุดท้ายทำไมไม่ลาฉันเลย” แบบประชดเค้าว่ารู้อยู่แล้วว่าจะไปทำไมไม่บอก แต่ในความเป็นจริงเค้าก็ไม่รู้ แต่ในมุมคนที่ยังอยู่มันเจ็บปวด เพราะเราไม่มีโอกาสที่จะบอกลาเค้าเลย การที่เค้าไปแล้วบอกลามันจะดีกว่าการที่ไปแล้วไม่บอกลา อันนี้รวมถึงความสัมพันธ์ทั้งหมดด้วย เราอาจจะคบกับใครสักคนแล้วอยู่ๆ เค้าก็หายไปเลย เค้าไม่ติดต่อเรามาเลย เราไม่รู้ว่าเค้าอยู่ที่ไหน เราไม่รู้ว่าการที่เค้าจากไปเพราะอะไร อันนี้ผมว่ามันเจ็บปวด
พอแต่งเสร็จแล้วพอลองร้อง รู้สึกกับเพลงนี้ยังไงบ้าง
ตูน : หลังจากที่ทำเพลงนี้เสร็จ ตอนนี้เพื่อนๆ ทุกคนในวงชอบกันมาก เพราะว่าอย่างที่บอกในวงไม่เคยมีเพลงที่โน้ตลากยาวๆ แบบคีย์ไมเนอร์แบบนี้มาก่อน แล้วตอนนี้ทุกคนสนุกที่ได้ทำเพลงนี้มากๆ เพราะตอนที่เราจบอัลบั้ม 3 เข้าอัลบั้ม 4 เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านเราพยายามจะหาแนวเพลงใหม่ๆ ซึ่งอันนี้เป็นโอกาสที่ดีมากที่ได้ลองทำเพลงนี้ ขอบคุณ “เทอม 4” มาก ๆ ที่ให้เราได้ทำเพลงนี้ ตอนนี้เราเหมือนได้เจอแนวทางใหม่ๆ ทุกคนมีความสุขที่ได้ทำเพลงนี้อยากให้ทุกคนได้ฟังครับ
ประโยคที่ชอบที่สุดในเพลงนี้
ตูน : ท่อนแรกสุด “จากคนไม่เคยได้รู้จัก วันนี้เปลี่ยนเป็นได้สัมผัส ได้รู้ว่ามันงดงามเพียงใด สิ่งที่ตัวเธอและฉันซ่อนไว้” หมายถึงว่าผมพูดถึงช่วงที่เราได้เจอใครสักคน บางทีเราก็เพิ่งรู้ว่าตัวเราก็มีอะไรดีๆ เหมือนกัน บางคนเข้ามาทำให้เราได้เจอด้านดีๆ ในตัวเราโดยที่เราไม่เคยเห็นเพราะว่าเค้ามองเห็นหลายคนอาจจะไม่เห็น แต่ว่าคนนี้เค้าเห็น ผมคิดว่าสิ่งๆ นั้นมันมีค่าในความสัมพันธ์ ผมรู้สึกประทับใจท่อนนี้ ผมไม่เคยเขียนอะไรคมๆ แบบนี้ แต่ว่าอันนี้คมดีผมเลยชอบ




