พลังอันยิ่งใหญ่... มาพร้อมกับความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่ง!! บทสัมภาษณ์ทีมนักแสดงนำจากซีรีส์ “Spider-Noir สไปเดอร์-นัวร์: ไอ้แมงมุมพันธุ์นรก” 

พลังอันยิ่งใหญ่... มาพร้อมกับความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่ง!! บทสัมภาษณ์ทีมนักแสดงนำจากซีรีส์ “Spider-Noir สไปเดอร์-นัวร์: ไอ้แมงมุมพันธุ์นรก” 

“Spider-Noir สไปเดอร์-นัวร์: ไอ้แมงมุมพันธุ์นรก” ซีรีส์ที่หลายคนตั้งตารอคอย นำแสดงโดย Nicolas Cage กับการรับบทนำในซีรีส์โทรทัศน์เป็นครั้งแรกในชีวิต ผลิตโดย Sony Pictures Television เพื่อให้รับชมทาง Prime Video กับความพิเศษที่หาไม่ได้จากที่ไหน คือนี่เป็นครั้งแรกที่ผู้ชมสามารถเลือกประสบการณ์การรับชมได้ 2 รูปแบบตามความชอบ ได้แก่ เวอร์ชั่นขาว-ดำ (Authentic Black & White) และ เวอร์ชั่นสีจริง (True-Hue Full Color)

Spider-Noir สร้างจากคอมมิก Marvel เรื่อง Spider-Man Noir บอกเล่าเรื่องราวของ Ben Reilly (Nicolas Cage) นักสืบเอกชนวัยดึกผู้โชคร้าย ในนิวยอร์กยุค 1930 เขาต้องเผชิญหน้ากับอดีตของตัวเองหลังเกิดโศกนาฏกรรมส่วนตัว ในฐานะซูเปอร์ฮีโร่เพียงหนึ่งเดียวของเมือง

Nicolas Cage (รับบท “Ben Reilly” / “Spider-Noir”)

Ben Reilly เคยเป็นซูเปอร์ฮีโร่ที่รู้จักกันในชื่อ The Spider แต่หลังจากเผชิญโศกนาฏกรรมส่วนตัว เขาก็ตัดสินใจทิ้งตัวตนฮีโร่ของตัวเองไว้เบื้องหลัง มีเพียงคดีสุดพิเศษเท่านั้น ที่จะทำให้นักสืบเอกชนผู้ตกอับคนนี้ยอมละทิ้งชีวิตชายธรรมดา และกลับมาสวมหน้ากากอีกครั้ง

อะไรคือสิ่งที่ดึงดูดให้คุณตัดสินใจร่วมแสดงใน “Spider-Noir” ซึ่งถือเป็นผลงานทางโทรทัศน์เรื่องแรกของคุณ?

ผมครุ่นคิดถึงแนวทางการแสดงรูปแบบหนึ่งมาได้สักระยะแล้ว และก็ไม่ใช่ความลับอะไรที่ผมได้รับอิทธิพลจากศิลปะหลากหลายแขนง โดยเฉพาะงานป๊อปอาร์ตของ Warhol และ Lichtenstein ผมเคยนำแรงบันดาลใจจาก Warhol มาใช้ในผลงานภาพยนตร์ Wild at Heart ผมเลยคิดว่าคงน่าสนใจไม่น้อย หากจะสร้างการแสดงในสไตล์ Lichtenstein ขึ้นมาบ้าง โดยดึงพลังแบบหนังสือการ์ตูนมาผสานเข้ากับการแสดงในโทนภาพยนตร์ขาวดำคลาสสิก

และแล้ว Spider-Noir ก็เข้ามา ความสนใจของผมก่อนหน้านี้มักมุ่งไปที่งานภาพยนตร์เป็นหลัก อย่างไรก็ตามเมื่อผมทราบว่า Spider-Noir จะเป็นซีรีส์โทรทัศน์ที่นำเสนอการเล่าเรื่องเป็นตอน (episodic television) ผมรู้สึกว่ารูปแบบนี้เหมาะกับแนวคิดของผมมาก เพราะหนังสือการ์ตูนเองก็มีธรรมชาติของการเล่าเรื่องเป็นตอนๆ อยู่แล้ว

การได้รับบทเป็นตัวละครระดับไอคอนิกอย่าง “Spider-Man Noir” เป็นอย่างไรบ้าง?

Spider-Man เป็นตัวละครที่เป็นไอคอนอยู่แล้ว แต่ว่า Spider-Noir เพิ่งถูกนำมาสู่โทรทัศน์เป็นครั้งแรก และผมหวังว่าผมจะสามารถทำให้เขากลายเป็นไอคอนได้เช่นกัน

ซีรีส์เรื่องนี้เป็นการคารวะต่อนครนิวยอร์กในยุค 1930s การได้ดำดิ่งสู่ช่วงเวลาอันคลาสสิกนั้นเป็นอย่างไรบ้าง?

สำหรับผมความสุขของการทำงานครั้งนี้คือการได้ย้อนกลับไปทบทวนและซึมซับผลงานของนักแสดงคนโปรดจากยุค 1930s และค้นหาวิธีในการถ่ายทอดความเคารพต่อพวกเขาผ่านตัวละคร Spider-Noir

ผู้ชมจะสามารถเลือกรับชมซีรีส์ได้ทั้งแบบภาพสีและขาวดำ การถ่ายทำโดยคำนึงถึงการนำเสนอทั้งสองรูปแบบนี้เป็นอย่างไรบ้าง?

พวกเราถ่ายทำซีรีส์เรื่องนี้โดยออกแบบทั้งการแสดงของผมและงานภาพให้เหมาะกับการนำเสนอในรูปแบบขาวดำ อย่างไรก็ตาม เรารู้ดีว่าสามารถปรับให้เป็นภาพสีได้เช่นกัน เพื่อมอบบรรยากาศที่ให้อารมณ์คล้ายผลงานของ Edward Hopper ในยุคเก่า

ตัวละคร Ben มีเคมีที่ดีมากกับคนใกล้ชิดของเขาอย่าง Janet, Robbie และ Cat ในฐานะนักแสดงการสร้างความสัมพันธ์กับนักแสดงคนอื่นที่รับบทเป็นตัวละครเหล่านี้เป็นอย่างไรบ้าง?

โชคดีที่ผมได้ร่วมงานกับนักแสดงที่มีแนวคิดไปในทิศทางเดียวกัน และมีวิธีการทำงานด้วยความกระตือรือร้นและความเป็นมืออาชีพอย่างเต็มที่ พวกเราทุกคนต่างดีใจที่ได้มาอยู่ตรงนั้น และพร้อมทุ่มเทความคิดสร้างสรรค์อย่างเต็มที่ สิ่งนี้ช่วยสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายและเต็มไปด้วยพลังในการทำงาน

Brendan Gleeson รับบทเป็นเจ้าพ่อมาเฟียรุ่นเก๋าในเรื่องนี้ การได้ร่วมงานกับเขา รวมถึงการถ่ายทอดความสัมพันธ์ในเชิงปฏิปักษ์ระหว่างตัวละครของเขากับของคุณเป็นอย่างไรบ้าง?

Brendan เป็นคนที่รู้วิธีทุ่มเทเต็มที่เมื่ออยู่ในกองถ่าย และรู้ว่าเมื่อถึงเวลาต้องปล่อยพลังออกมา เขาควรทำอย่างไร ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับเขาหลายครั้ง และทุกบทสนทนาก็ทั้งน่าสนใจและเต็มไปด้วยแง่คิด ขณะที่ผลงานของเขาก็ยอดเยี่ยมเช่นเคย ผมรู้สึกดีมากที่ได้มีโอกาสร่วมงานกับเขา

หนึ่งในเอกลักษณ์สำคัญของ Spider-Man Noir คือหน้ากากอันโด่งดังของเขา การได้สวมชุดและหน้ากากนั้นเป็นอย่างไรบ้าง และมันช่วยให้คุณเข้าถึงตัวละครมากขึ้นหรือไม่?ผมจำคืนแรกที่ทีมพาผมเข้ากองในชุดเต็มของ “Spider-Noir” ได้ดี ตอนนั้นทั้งกองเงียบกริบจนแทบไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย ขณะที่ผมเดินผ่านไป ผู้คนเริ่มกระซิบเบาๆ ตาม

หลังผมว่า “Spider-Noir, Spider-Noir, Spider-Noir” และเมื่อผมนั่งลงบนเก้าอี้ในออฟฟิศของ Ben Reilly พร้อมดึงหน้ากากสไปเดอร์ลงมาปิดใบหน้า เสียงเพลง Toccata and Fugue ของ Bach ในเวอร์ชั่นอิเล็กทรอนิกส์ก็ดังวนอยู่ในหัวของผมไม่หยุด มันทำให้ผมนึกถึงภาพกษัตริย์อาเธอร์ที่อาจได้ยินเสียงผู้คนกระซิบเรียก “Arthur, Arthur, Arthur” อยู่เบื้องหลังท่ามกลางสายลม และตอนนั้นเองผมก็รู้ว่าภาพลักษณ์ในแบบ Lichtenstein ที่ผมจินตนาการไว้สำหรับตัวละครนี้ ได้เป็นรูปเป็นร่างขึ้นอย่างสมบูรณ์แล้ว

Lamorne Morris (รับบท “Robbie Robertson”)

นักข่าวผู้มุ่งมั่นที่พยายามสร้างเส้นทางของตัวเองในนิวยอร์กยุค 1930 ท่ามกลางอุปสรรคมากมายที่ถาโถมใส่เขา Robbie พร้อมทำทุกวิถีทางเพื่อหน้าที่การงาน และเพื่อ Ben เพื่อนรักของเขา

อะไรคือสิ่งที่ดึงดูดให้คุณตัดสินใจมาร่วมแสดงในซีรีส์เรื่องนี้ตั้งแต่แรก?

การได้เป็นส่วนหนึ่งของแฟรนไชส์ระดับตำนานแบบนี้ถือเป็นความฝันที่เป็นจริง และพอมี Nicolas Cage เข้ามาร่วมด้วย ก็แทบไม่ต้องคิดเลย ผมโชคดีมากในเส้นทางอาชีพที่ได้ร่วมงานกับผู้คนเจ๋งๆ มาหลายคน แต่ทีมนักแสดงชุดนี้พิเศษมาก ผมคงโง่มากถ้าปฏิเสธโอกาสนี้ โดยเฉพาะการได้มาสำรวจเรื่องราวในเวอร์ชั่นนี้ของ Spider-Man มันพิเศษจริง ๆ

Robbie มีความผูกพันอย่างแน่นแฟ้นกับ Ben ซึ่งถือเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของซีรีส์ การถ่ายทอดมิตรภาพนี้บนหน้าจอเป็นอย่างไรบ้าง?

มันยอดเยี่ยมมากเวลาคุณต้องร่วมงานกับนักแสดงอีกคน โดยเฉพาะคนระดับเขา มันอาจทำให้รู้สึกกดดันได้ แต่ Nick ทำให้ผมรู้สึกสบายใจมาก เขาเป็นนักแสดงที่ใจกว้าง อบอุ่น และนำทีมด้วยการเป็นแบบอย่าง ผมได้เห็นการเตรียมตัวของเขาสำหรับแต่ละฉากอยู่บ่อยครั้ง และมันเหมือนการได้ดูมาสเตอร์คลาสด้านการเตรียมงานแสดง เขาทุ่มเทให้กับตัวละครอย่างเต็มที่จนคุณรู้สึกราวกับว่า Robbie กำลังใช้เวลาอยู่กับ Ben จริงๆ

การได้ร่วมงานกับ Nicolas Cage เป็นอย่างไรบ้าง?

มันสนุกมาก ผมรู้สึกเหมือนต้องหยิกตัวเองทุกวันว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นจริง เขาเป็นคนที่สร้างแรงบันดาลใจ กล้าหาญ และเท่มาก เขายังเป็นเหมือนสารานุกรมเดินได้คนหนึ่งเลย ผมรู้สึกว่าเขารู้แทบทุกเรื่อง บทสนทนาของเราครอบคลุมตั้งแต่ฮอลลีวูดยุค 90 การเลี้ยงลูก ไปจนถึงประวัติศาสตร์ของเครื่องแต่งกายในแต่ละยุค เขาเป็นคลังความรู้อย่างแท้จริง

Robbie เป็นนักข่าว คุณได้ทำการศึกษาหรือค้นคว้าเกี่ยวกับงานด้านนี้ก่อนมารับบทนี้หรือไม่?

ทำครับ โดยเฉพาะเกี่ยวกับวงการสื่อในยุคนั้น ผมศึกษาข้อมูลไว้เยอะมากเกี่ยวกับนักข่าว Ted Poston ระหว่างที่ค้นคว้า ผมได้พบว่า Ted Poston มีคุณสมบัติหลายอย่างที่คล้ายกับ Robbie มาก ผมแอบคิดอยู่เหมือนกันว่า Robbie อาจได้รับแรงบันดาลใจมาจากชีวิตของ Ted ตั้งแต่การฝ่าฟันกำแพงด้านเชื้อชาติใน New York Post ไปจนถึงการเปิดโปงความลับดำมืดของเมือง เขากับ Robbie มีเส้นทางชีวิตที่คล้ายกันมาก

ซีรีส์เรื่องนี้เป็นการคารวะต่อนครนิวยอร์กในยุค 1930s การได้ดำดิ่งสู่ช่วงเวลาอันคลาสสิกนั้นเป็นอย่างไรบ้าง?

ด้วยฝีมือของทีมศิลป์ งานออกแบบฉาก เครื่องแต่งกาย สถานที่ถ่ายทำ และองค์ประกอบต่างๆ มันทำให้คุณรู้สึกราวกับถูกพาย้อนเวลากลับไปสู่อีกยุคหนึ่งจริงๆ การได้เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งนี้เป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมมาก ฉากใหญ่ๆ ที่มีนักแสดงประกอบจำนวนมาก บางครั้งทำให้คุณเผลอลืมไปเลยว่านี่คือการถ่ายทำ เพราะทุกอย่างสมจริงมาก มันคือความฝันของนักแสดงเลย

ผู้ชมจะสามารถเลือกรับชมซีรีส์ได้ทั้งแบบภาพสีและขาวดำ การถ่ายทำโดยคำนึงถึงการนำเสนอทั้งสองรูปแบบนี้เป็นอย่างไรบ้าง?

มันเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก เพราะแต่ละเวอร์ชั่นให้อารมณ์ที่แตกต่างกันออกไป ผมตื่นเต้นมากที่จะได้เห็นว่าผู้คนจะพูดถึงเวอร์ชั่นไหนมากกว่ากัน แต่ไม่ว่าจะเวอร์ชั่นไหน พวกเขาต้องชอบแน่นอน!

คุณมีประสบการณ์ในวงการโทรทัศน์มาอย่างยาวนาน อะไรคือสิ่งที่แตกต่างเกี่ยวกับ Spider-Noir?

ความแตกต่างอยู่ที่แนวของงานครับ ทั้งภาพขาวดำ ทั้งฉากหลังในยุคอดีต และความเป็นนัวร์ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นแนวที่ผมอยากทำมาตลอดในฐานะนักแสดง และซีรีส์เรื่องนี้ก็มีครบทุกอย่างเลย

อะไรคือสิ่งที่คุณชื่นชอบมากที่สุดในการรับบท Robbie?

สิ่งที่ผมชอบที่สุดคือการได้ทำความรู้จักกับทุกคน ทั้งทีมนักแสดง ทีมงาน ผู้กำกับ โปรดิวเซอร์ และอีกมากมาย ทุกคนมาทำงานด้วยความตั้งใจที่จะสนุกไปกับมัน และพวกเราก็สนุกกันมากจริงๆ ถ้ามีทีมนี้ร่วมอยู่ด้วยล่ะก็ เรียกผมได้เลย ในวงการนี้มีโปรเจกต์และฉากการถ่ายทำเจ๋งๆ มากมายก็จริง แต่การได้เจอผู้คนที่ยอดเยี่ยมแบบนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดขึ้นบ่อยนัก และนั่นคือหนึ่งในเหตุผลที่ผมยังรักการทำงานนี้ พวกเราต้องห่างจากครอบครัวเป็นเวลานานอยู่เสมอ การได้รู้ว่าคุณกำลังทำงานกับคนที่ยอดเยี่ยมจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะถ้าไม่เป็นแบบนั้น มันคงน่าเบื่อไม่น้อยเลย

Karen Rodriguez (รับบท “Janet”)

เลขานุการสาวของ Ben Reilly ผู้ทั้งฉลาด คล่องแคล่ว และภักดี เธอมุ่งมั่นอยากช่วยให้เจ้านายและธุรกิจเล็กๆ ของเขาประสบความสำเร็จ และเธอไม่เคยลังเลที่จะพูดความจริงต่อหน้าผู้มีอำนาจ

อะไรคือสิ่งที่ดึงดูดให้คุณตัดสินใจมาร่วมแสดงในซีรีส์เรื่องนี้ตั้งแต่แรก?

บทนี้โดดเด่นขึ้นมาจากหน้ากระดาษทันที และฉันรู้สึกว่า Janet เป็นตัวละครที่มีชีวิตชีวา มีอารมณ์ขัน และเต็มไปด้วยมิติทางอารมณ์และความรู้สึก ฉันมองว่าเธอเป็นเหมือนศูนย์กลางที่ยึดโยงกลุ่มเพื่อนทั้งสามคนไว้ด้วยกัน และคิดว่าน่าจะเป็นตัวละครที่สนุกมากในการถ่ายทอดออกมา นอกจากนี้ การได้ร่วมงานกับ Nick, Lamorne และ LiLi ก็เป็นประสบการณ์ที่เหมือนได้เรียนมาสเตอร์คลาสเลยจริงๆ

Janet มีความสัมพันธ์ที่ทั้งแน่นแฟ้นและเต็มไปด้วยอารมณ์ขันกับ Ben ซึ่งถือเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของซีรีส์ การถ่ายทอดความสัมพันธ์นี้บนหน้าจอ รวมถึงการสร้างจังหวะการโต้ตอบระหว่างตัวละครทั้งสอง เป็นอย่างไรบ้าง?

มันเป็นประสบการณ์ที่ฉันไม่มีทางลืม มีความจริงใจอยู่มากในสิ่งที่ผู้ชมจะได้เห็น และฉันไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งจะได้พูดว่าฉันมีโอกาสถ่ายทอดความสัมพันธ์ที่งดงาม อบอุ่น และเต็มไปด้วยอารมณ์ขันร่วมกับ Nicolas Cage ฉันภูมิใจกับสิ่งนั้นมาก และรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ถ่ายทอดมิตรภาพนี้ เพราะในความเห็นของฉัน มันเป็นความสัมพันธ์ที่มีเอกลักษณ์มาก มันไม่ใช่ความสัมพันธ์เชิงโรแมนติกเลย เป็นมิตรภาพล้วนๆ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นมิตรภาพที่ยอดเยี่ยมและน่าจดจำมากที่สุดแบบหนึ่ง

การได้ร่วมงานกับ Nicolas Cage เป็นอย่างไรบ้าง?

มันคือประสบการณ์แบบที่คุณหวังว่าจะได้พบเจอในเส้นทางนักแสดงของตัวเอง การได้ถ่ายทอดตัวละครและเรื่องราวที่ทรงพลังร่วมกับคนที่ทำให้คุณพัฒนาขึ้น และสำหรับฉัน Nick คือคนแบบนั้น การได้ร่วมงานกับเขา ได้อยู่เคียงข้างเขา และได้ฟังเรื่องราวเกี่ยวกับเส้นทางอาชีพอันยิ่งใหญ่ของเขา เป็นประสบการณ์ที่เปลี่ยนมุมมองของฉันไปอย่างสิ้นเชิง การได้เห็นวิธีที่เขาตัดสินใจในฐานะนักแสดง รวมถึงได้เห็นว่าเขาเป็นศิลปินที่พิถีพิถันและใส่ใจในงานของตัวเองมากเพียงใด มันสร้างแรงบันดาลใจให้คุณอยากทุ่มเทอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะกับโปรเจกต์ที่มีขนาดใหญ่และมีความสำคัญในระดับนี้ ฉันรู้สึกซาบซึ้งมากกับการสนับสนุนและคำแนะนำที่เขามอบให้

ซีรีส์เรื่องนี้เป็นการคารวะต่อนครนิวยอร์กในยุค 1930s การได้ดำดิ่งสู่ช่วงเวลาอันคลาสสิกนั้นเป็นอย่างไรบ้าง?

มันเป็นประสบการณ์ที่พาคุณหลุดเข้าไปอยู่ในอีกโลกหนึ่งจริงๆ ฉันแทบจำตัวเองไม่ได้เลย และนั่นแหละคือสิ่งที่นักแสดงทุกคนใฝ่หา การได้รู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นอีกคนหนึ่งอย่างแท้จริง ฉันรู้สึกแบบนั้นไม่ใช่แค่จากรูปลักษณ์ภายนอก แต่ทันทีที่ก้าวเข้าสู่กองถ่ายและเข้าไปในออฟฟิศของตัวเอง ได้เห็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตของ Janet  ทุกแผนกต่างช่วยเติมเต็มให้กับตัวละครและประสบการณ์นี้อย่างสมบูรณ์ คุณได้ทำงานท่ามกลางผู้คนมากความสามารถมากมายที่ช่วยยกระดับทุกอย่าง และมันเป็นประสบการณ์แห่งการร่วมมือกันที่ทั้งสนุกและน่าประทับใจมาก

ผู้ชมจะสามารถเลือกรับชมซีรีส์ได้ทั้งแบบภาพสีและขาวดำ การถ่ายทำโดยคำนึงถึงการนำเสนอทั้งสองรูปแบบนี้เป็นอย่างไรบ้าง?

มันให้ความรู้สึกเป็นงานศิลปะมาก เพราะคุณรับรู้อย่างชัดเจนถึงความทุ่มเทจากทุกฝ่ายที่ต้องร่วมกันทำให้งานนี้สามารถถ่ายทอดออกมาได้ทั้งในรูปแบบขาวดำและภาพสีไปพร้อมกัน และยังต้องถ่ายทำในแบบที่ใช้งานได้จริงด้วย คุณสามารถสัมผัสได้ถึงการจัดแสงและวิธีการเล่าเรื่อง เราได้เห็นช็อตบางอย่าง รวมถึงวิธีที่กล้องใช้เล่าเรื่องภายในตัวมันเอง ซึ่งให้มุมมองที่แตกต่างจากสิ่งที่ผู้ชมส่วนใหญ่อาจคุ้นเคย ไม่ว่าจะเป็นองค์ประกอบภาพ หรือวิธีที่ภาพทำให้คนดูรู้สึกราวกับกำลังแอบมองเข้าไปในบางสิ่ง หรือรับรู้ได้ว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล หรือบางทีอาจมีอันตรายอยู่ในฉากนั้น มันเหมาะกับผู้ชมทุกคน แต่ถ้าคุณเป็นคนรักภาพยนตร์ ฉันคิดว่าคุณจะยิ่งชื่นชอบมันมาก เพราะมันคือความงดงามของการมีทางเลือกให้รับชม ขอย้ำอีกครั้งว่า ทุกคนที่มีส่วนร่วมในโปรเจกต์นี้ต่างทำงานด้วยความตั้งใจอย่างมหาศาล และการเลือกนำเสนอทั้งเวอร์ชั่นขาวดำและภาพสีก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของความพิถีพิถันนั้น ทั้งสองเวอร์ชั่นมอบประสบการณ์การรับชมที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน และฉันพูดได้เต็มปากเพราะฉันได้ดูมาทั้งสองแบบแล้ว

เครื่องแต่งกายของ Janet สะท้อนสไตล์อเมริกันยุค 1930s ได้อย่างชัดเจน คุณมีส่วนร่วมกับการออกแบบลุคของตัวละครมากน้อยแค่ไหน?

เรามีส่วนร่วมกันมาก และเพราะฉันเข้ามาร่วมโปรเจกต์นี้ค่อนข้างกะทันหัน ทุกคนจึงต้องช่วยกันระดมทั้งแรงกายและความคิดอย่างเต็มที่ หลังจากที่ฉันได้รับบท คำถามสำคัญที่เราตั้งต้นกันคือ “Janet คือใคร?” ทีมออกแบบเครื่องแต่งกายมีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์มาก การออกแบบชุดต่างๆ และสิ่งที่พวกเขาสามารถสร้างขึ้นได้ภายในเวลาจำกัดนั้นน่าทึ่งมาก และเราก็ได้ทดลองอะไรหลายอย่างร่วมกัน ฉันรู้สึกว่าเครื่องแต่งกายเหล่านี้สะท้อนทั้งความเป็นยุค 1930s อย่างชัดเจน ขณะเดียวกันก็เหมือนเป็นการสร้างภาพลักษณ์เฉพาะขึ้นมาเพื่อฉันในฐานะผู้แสดงด้วย และฉันคิดว่ามันเหมาะกับ Janet มาก เพราะเธอกลมกลืนอยู่ในโลกนั้นอย่างสมบูรณ์ แต่ในขณะเดียวกันก็มีบางอย่างที่โดดเด่นแตกต่างออกมา ราวกับเป็นคนที่คุณอาจพบเจอได้ในชีวิตจริงแม้แต่ในยุคปัจจุบัน รายละเอียดต่างๆ ก็ยอดเยี่ยมอย่างเหลือเชื่อ ทุกอย่างสะท้อนความเป็นยุค 1930s อย่างชัดเจน ตั้งแต่ถุงน่อง รองเท้า ไปจนถึงเครื่องประดับ บางชิ้นยังเป็นของวินเทจจริงด้วย

Janet เป็นตัวละครที่มีความมั่นใจในตัวเองและไม่ยอมใคร การได้ถ่ายทอดบุคลิกแบบนี้สนุกแค่ไหน?

เธอสอนอะไรฉันหลายอย่างเลย ส่วนหนึ่งก็เพราะตอนที่ฉันเข้ามาร่วมโปรเจกต์นี้ ฉันรู้สึกตั้งตัวแทบไม่ทัน และต้องขอบคุณ Janet ที่ทำให้ฉันไม่หวั่นไหวไปกับสถานการณ์นั้น เพราะในทุกฉากเธอรู้เสมอว่าตัวเองกำลังทำอะไร และเธอก็พร้อมลุยอยู่ตลอด ฉันคิดว่าเธอเป็นตัวละครที่ช่วยเยียวยาฉันในหลายด้าน ผ่านความมั่นใจในตัวเองของเธอ และไม่ว่าเมื่อไร เธอก็มักแสดงออกด้วยอารมณ์ขันแบบขี้เล่น พร้อมด้วยความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่เสมอ ฉันรู้สึกเหมือนอยากเป็นเธอ และก็อยากให้เธอเป็นเพื่อนของฉันด้วย

อะไรคือสิ่งที่คุณชื่นชอบมากที่สุดในการรับบท Janet?

สิ่งที่ฉันรักที่สุดในการได้รับบท Janet คือการที่เธอสอนอะไรฉันมากมาย และยังคงสอนฉันอยู่เสมอ ฉันตกหลุมรักเธอมากขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะอ่านบททั้งหมดจบ ฉันก็อยากเป็นผู้หญิงคนนี้และอยากมีเธออยู่ในชีวิตของตัวเองแล้ว เราทุกคนต่างอยากมีเพื่อนแบบ Janet ใช่ไหมล่ะ เพราะเธอคือคนที่อยู่เคียงข้างเราในวันที่มืดมนที่สุด ยังคงเชื่อมั่นในตัวเรา มองเห็นแสงสว่างในตัวเราแม้ในวันที่เราเองยังมองไม่เห็น ทำให้เราหัวเราะและช่วยเยียวยาเรา เธอเป็นตัวละครที่สร้างแรงบันดาลใจให้ฉันในช่วงเวลานี้ของชีวิต และฉันคิดว่ายังมีอีกมากที่เราสามารถเรียนรู้จาก Janet ได้ ในฐานะนักแสดงคุณมักเฝ้าหวังและอธิษฐานว่าจะได้พบบทบาทที่มีความหมายและส่งผลบางอย่างกับคุณ และสำหรับฉัน Janet คือบทบาทแบบนั้นในแบบที่มีความเป็นมนุษย์อย่างที่สุด สิ่งนั้นอยู่ในคุณค่าที่เธอยึดมั่น ความรักที่เธอมอบให้ และความเข้มแข็งเด็ดเดี่ยวในตัวตนของเธอ

Li Jun Li (รับบท “Cat Hardy)

ดาวเด่นแห่งไนต์คลับชื่อดังที่สุดของนิวยอร์กซิตี้ ภายนอกเธออาจดูเป็นคนที่คำนึงถึงตัวเองเป็นอันดับแรกเสมอ แต่ความจริงแล้ว ตัวตนของเธอซับซ้อนกว่าที่เห็นมาก

อะไรคือสิ่งที่ดึงดูดให้คุณตัดสินใจมาร่วมแสดงในซีรีส์เรื่องนี้ตั้งแต่แรก?

ในการสัมภาษณ์ครั้งหนึ่งก่อนที่ฉันจะได้รับบท มีคนถามว่าบทบาทแบบไหนที่ฉันอยากเล่นเป็นลำดับถัดไป ฉันตอบไปว่าอยากลองรับบทหญิงสาวลึกลับทรงเสน่ห์ในแบบ femme fatale พอโปรเจกต์นี้เข้ามาฉันก็รู้ทันทีเหมือนจักรวาลกำลังตอบรับสิ่งที่ฉันพูดไว้ ฉันเองก็หลงใหลในโลกของฟิล์มนัวร์อยู่แล้ว เพราะมันมีความเป็นภาพยนตร์อย่างชัดเจน มีความคลาสสิกและสง่างาม ฉันรักทั้งภาพลักษณ์ ความเย้ายวน และบรรยากาศของมัน มันทำให้ทุกอย่างดูดราม่าและทรงพลังยิ่งขึ้น

Cat มีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับ Ben ซึ่งถือเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของซีรีส์ การถ่ายทอดความสัมพันธ์นี้บนหน้าจอเป็นอย่างไรบ้าง?

ฉันคิดว่าในตอนที่ Cat และ Ben พบกันครั้งแรก มันให้ความรู้สึกราวกับว่าทั้งคู่ได้พบคนที่สมน้ำสมเนื้อกับตัวเองในที่สุด ทั้งสองคนเฉียบคม ไหวพริบดี และสามารถมองทะลุเปลือกนอกหรือภาพลวงของอีกฝ่ายได้ จึงเหมือนต่างฝ่ายต่างคอยหยั่งเชิงกันอยู่ตลอดเวลา แต่ขณะเดียวกัน ก็มีบางอย่างระหว่างพวกเขาที่เต็มไปด้วยความเข้าอกเข้าใจและเห็นอกเห็นใจกันอย่างน่าประหลาดเช่นกัน

การได้ร่วมงานกับ Nicolas Cage เป็นอย่างไรบ้าง?

เป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมมาก เขาเป็นคนที่มีสมาธิและพิถีพิถันกับทุกการตัดสินใจอย่างเต็มที่ คุณสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าเขารักฟิล์มนัวร์มากเพียงใด และเห็นได้ถึงอิทธิพลต่างๆ ที่เขานำมาใช้ในการแสดง แม้ส่วนหนึ่งของฉันจะรู้สึกว่า Nick ฉันชื่นชอบวิธีที่เขาถ่ายทอดทั้งความเจ็บปวด บาดแผลทางใจ ความอยากรู้อยากเห็น และน้ำหนักทางอารมณ์ของ Ben Reilly ออกมาได้อย่างลงตัว ขณะเดียวกันก็ยังห่อหุ้มทุกอย่างไว้ด้วยเสน่ห์ของอารมณ์ขันแห้งๆ และความเปราะบางในแบบของตัวละคร

Cat เป็นนักร้อง คุณได้ศึกษาการแสดงของศิลปินชื่อดังในยุค 1930s ก่อนมารับบทนี้หรือไม่?

ส่วนใหญ่เป็นการศึกษาว่าในยุคนั้นบรรยากาศเป็นอย่างไร และศิลปินในเวลานั้นวางตัวและถ่ายทอดตัวเองอย่างไร แต่ในขณะเดียวกัน ฉันก็อยากใส่ความเป็นตัวเองลงไปด้วย ดนตรีใน Spider-Noir ได้รับอิทธิพลจากยุคนั้นอย่างชัดเจน แต่ขณะเดียวกันก็ถูกโปรดิวซ์ออกมาในรูปแบบที่ร่วมสมัยมาก ซึ่งเปิดโอกาสให้พวกเราสามารถเชื่อมโยงมันเข้ากับผู้ชมในปัจจุบันได้มากขึ้น

ซีรีส์เรื่องนี้เป็นการคารวะต่อนครนิวยอร์กในยุค 1930s การได้ดำดิ่งสู่ช่วงเวลาอันคลาสสิกนั้นเป็นอย่างไรบ้าง?

สำหรับนักแสดงแล้ว มันเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นเสมอเมื่อคุณได้ก้าวเข้าสู่ไม่ใช่แค่ตัวละครที่เปลี่ยนแปลงตัวเองได้ แต่รวมถึงโลกอีกใบที่แตกต่างไปจากความเป็นจริงโดยสิ้นเชิง ยิ่งโลกนั้นห่างไกลจากชีวิตประจำวันของเรามากเท่าไร การได้เล่นก็ยิ่งสนุกมากขึ้นเท่านั้น ฉันเกิดและเติบโตที่นิวยอร์กซิตี้ ดังนั้นสำหรับฉันมันจึงยิ่งพิเศษมากที่ได้เห็นเมืองนี้ในภาพของเมื่อเกือบร้อยปีก่อนถูกนำกลับมามีชีวิตอีกครั้ง

ผู้ชมจะสามารถเลือกรับชมซีรีส์ได้ทั้งแบบภาพสีและขาวดำ การถ่ายทำโดยคำนึงถึงการนำเสนอทั้งสองรูปแบบนี้เป็นอย่างไรบ้าง?

ฉันตื่นเต้นมาก และรู้สึกซาบซึ้งจริงๆ ที่แฟนๆ Spider-Noir ให้ความสำคัญกับการได้รับชมซีรีส์ในเวอร์ชั่นขาวดำ เพราะนั่นคือรูปแบบที่ซีรีส์นี้ถูกออกแบบทางภาพมาตั้งแต่ต้น Darran Tiernan ผู้กำกับภาพของเรา ทุ่มเทอย่างเต็มที่ในการสร้างภาษาภาพแบบนัวร์ที่แท้จริงผ่านการใช้กล้องและแสง และฉันตื่นเต้นมากที่ผู้ชมจะได้เห็นว่างานของเขาน่าทึ่งเพียงใด ตลอดทั้งซีรีส์ยังเต็มไปด้วยรายละเอียดทางภาพและลูกเล่นที่อ้างอิงถึงงานภาพยนตร์มากมาย ซึ่งฉันเชื่อว่าคนรักหนังจะต้องชื่นชอบอย่างแน่นอน แต่ในขณะเดียวกัน ฉันก็ชอบมากที่เรามีเวอร์ชั่นภาพสีด้วย เพราะเวลาที่คุณอยู่ในกองถ่ายและได้เห็นเครื่องแต่งกาย การแต่งหน้าทำผมและงานโปรดักชั่นดีไซน์ คุณจะเห็นว่ามีรายละเอียดอันน่าทึ่งมากมายที่ควรค่าแก่การได้รับชมแบบภาพสีเช่นกัน ฉันได้สัมผัสมาทั้งสองแบบแล้ว และมันให้อารมณ์ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ดังนั้นถ้าเป็นฉัน ฉันแนะนำให้ดูทั้งสองเวอร์ชั่นเลย

การแต่งหน้าทำผมและเครื่องแต่งกายของ Cat มีความโดดเด่นมาก และสะท้อนสไตล์อเมริกันยุค 1930s ได้อย่างชัดเจน คุณมีส่วนร่วมกับการออกแบบลุคของตัวละครมากน้อยแค่ไหน?

เมื่อคุณได้ร่วมงานกับคนที่มีความสามารถ คุณก็สามารถไว้วางใจพวกเขาได้อย่างเต็มที่ และโฟกัสกับการแสดงของตัวเองได้อย่างเต็มที่เช่นกัน พวกเขารังสรรค์ลุคของ Cat ขึ้นมาด้วยความใส่ใจอย่างมาก และยังทำให้มั่นใจด้วยว่าฉันรู้สึกสบายและมั่นใจในทุกชุดที่สวมใส่ ทีมงานออกแบบภาพลักษณ์ของเธอออกมาได้อย่างงดงามและแม่นยำ เพียงแค่มองก็รับรู้ได้ทันทีว่าเธอเป็นใคร

อะไรคือสิ่งที่คุณชื่นชอบมากที่สุดในการรับบท Cat?

สิ่งที่ฉันชอบที่สุดในการรับบท Cat คือการได้เล่นเป็น femme fatale แบบคลาสสิก ขณะเดียวกันก็ได้ถ่ายทอดความเป็นมนุษย์ให้กับตัวละครนี้ด้วย เพราะตัวละครประเภทนี้มักถูกลดทอนให้เป็นเพียงภาพของผู้หญิงที่นำพาผู้คนไปสู่ความพินาศ แต่ภายใต้เปลือกนอกนั้น เธอก็เป็นคนที่ซับซ้อน เจ็บปวด โหยหาอิสรภาพ เต็มไปด้วยความเข้าใจผิดจากผู้คนรอบตัว และแน่นอนว่าการได้ใส่ชุดสวยๆ ขึ้นร้องเพลงบนเวที ก็เป็นข้อดีไม่น้อยเหมือนกัน

 

พลังอันยิ่งใหญ่... มาพร้อมกับความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่ง!! บทสัมภาษณ์ทีมนักแสดงนำจากซีรีส์ “Spider-Noir สไปเดอร์-นัวร์: ไอ้แมงมุมพันธุ์นรก”