“Oasis: Don’t Look Back In Anger” เปิดตัวอันดับ 1 Box Office เมืองไทย จากโรงฉายเพียง 15 สาขา 13 กันยายน วันสุดท้าย

“Oasis: Don’t Look Back In Anger” เปิดตัวอันดับ 1 Box Office เมืองไทย จากโรงฉายเพียง 15 สาขา 13 กันยายน วันสุดท้าย

 

กระแสแรงเกินต้าน “Oasis: Don’t Look Back In Anger” ภาพยนตร์สารคดีที่พาแฟนเพลงทั่วโลกกลับมาสัมผัสมนต์เสน่ห์และพลังของ Oasis อีกครั้ง สร้างปรากฏการณ์ทันทีที่เข้าฉายในประเทศไทย ด้วยการเปิดตัวขึ้นอันดับ 1 Box Office เมืองไทย จากโรงฉายเพียง 15 สาขา ตอกย้ำกระแสความร้อนแรงของการกลับมาของวงร็อกระดับตำนานที่แฟนเพลงทั่วโลกรอคอย พร้อมชวนชาวร็อกมาร่วมพิสูจน์ที่สุดแห่งประสบการณ์ทางดนตรีด้วยตัวเอง ถึงวันที่ 13 กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น

“Oasis: Don’t Look Back In Anger” คือภาพยนตร์สารคดีที่พาผู้ชมร่วมเดินทางไปกับการกลับมารวมตัวกันอีกครั้งของ Liam Gallagher และ Noel Gallagher ผ่าน Oasis Live ’25 หนึ่งในการกลับมาของวงร็อกแอนด์โรลที่แฟนเพลงทั่วโลกตั้งตารอมากที่สุด พร้อมนำเสนอฟุตเทจที่ไม่เคยเปิดเผย และการเข้าถึงเบื้องหลังอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งช่วงการซ้อม เบื้องหลังเวที และการแสดงบนเวที โดยภาพยนตร์ถ่ายทอดเรื่องราวของทัวร์คอนเสิร์ตผ่านการแสดงจาก 12 เวทีใน 3 ทวีป และถ่ายทำสำหรับ IMAX เพื่อเก็บทั้งพลังของการแสดง รวมถึงอารมณ์ความรู้สึกของสมาชิกวงและแฟนเพลงจากทั่วโลกอย่างลึกซึ้งที่สุด

ไม่เพียงการได้เห็น Oasis กลับมาอยู่บนเวทีเดียวกันอีกครั้ง แต่ความพิเศษของภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้ยังรวมถึงการถ่ายทอดประสบการณ์ของแฟนเพลง ซึ่งทีมผู้สร้างให้ความสำคัญไม่แพ้เรื่องราวของวง โดยทีม Cinematographers ได้รับโจทย์ให้ถ่ายทอดประสบการณ์ของตัวเองจากการชมการแสดง ขณะที่การถ่ายทำก็มุ่งค้นหาอารมณ์อันหลากหลายทั้งบนเวทีและท่ามกลางฝูงชน เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกถึงความสดใหม่ และความใกล้ชิด เสมือนได้อยู่ในคอนเสิร์ตจริง ๆ ผลลัพธ์จึงออกมาเป็นฟุตเทจการแสดงสดที่เปี่ยมด้วยพลังและอารมณ์อย่างยิ่ง

ซึ่งหนึ่งเหตุผลที่ทำให้การกลับมาของ Oasis เป็นหนึ่งในการคัมแบ็กของวงร็อกที่ยิ่งใหญ่แห่งยุค คือการที่ Oasis Live ’25 ไม่เพียงดึงดูดเฉพาะแฟนเพลงรุ่นเดิม แต่ยังขยายไปสู่แฟนเพลงเจเนอเรชันใหม่ เพราะในหลายเวทีผู้ชมส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นเพียงคนรุ่นก่อนที่ค้นพบวงในยุค 90s แต่ยังมีลูก ๆ และหลาน ๆ ของแฟนเพลงรุ่นนั้นเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์ครั้งนี้ด้วย โดย Steven Knight ผู้สร้างและเขียนบทภาพยนตร์ เล่าว่า สิ่งที่สร้างความประทับใจอย่างมากให้กับ Liam และ Noel คือการได้เห็นพ่อกับลูกชาย หรือแม่กับลูกสาว มีปฏิกิริยาทางอารมณ์ร่วมกันไปกับบทเพลงของ Oasis ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าดนตรีของวงได้กลายเป็นสะพานเชื่อมผู้คนต่างรุ่นเข้าหากัน

ยิ่งไปกว่านั้น ภาพยนตร์ยังนำเสนออีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญที่แฟน Oasis ทั่วโลกรอคอย นั่นคือ บทสัมภาษณ์ร่วมกันครั้งแรกของ Liam และ Noel ในรอบกว่า 20 ปี เปิดโอกาสให้ผู้ชมได้เห็นสองพี่น้องพูดคุยและย้อนรำลึกถึงความทรงจำร่วมกันอีกครั้ง ในมุมที่ทั้งจริงใจ เป็นธรรมชาติ และแตกต่างจากภาพจำที่ผู้คนคุ้นเคย

ทั้งหมดนี้ทำให้ “Oasis: Don’t Look Back In Anger” ไม่ใช่เพียงภาพยนตร์สารคดีทางดนตรี แต่เป็นเรื่องราวของการกลับมาพบกันอีกครั้ง การให้อภัย การคืนดี และพลังของดนตรีที่สามารถเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน ดังที่ผู้กำกับ Dylan Southern และ Will Lovelace มองว่า หัวใจสำคัญของภาพยนตร์คือการถ่ายทอดเรื่องราวของการให้อภัยและการกลับมาคืนดี ผ่านความรู้สึกที่เกิดขึ้นจริงบนเวทีและท่ามกลางแฟนเพลง ขณะที่ความสุขและความปลาบปลื้มของผู้ชมเองก็มีส่วนในการขับเคลื่อนการกลับอย่างยิ่งใหญ่ของวงเช่นกัน

แฟนเพลงชาวไทยอย่าพลาด มาร่วมสัมผัสความยิ่งใหญ่แห่งประวัติศาสตร์วงการเพลง ที่มีพลังเชื่อมโยงผู้คนต่างเจเนอเรชันเข้าด้วยกัน ใน “Oasis: Don’t Look Back In Anger” เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ถึงวันที่ 13 กันยายนนี้เท่านั้น

โซเชียลมีเดีย:

X: @DisneyStudiosTH

Instagram: @disneystudiosth

Facebook: @WaltDisneyStudiosTH

Youtube: @waltdisneystudiosth

Hashtag: #OasisDontLookBackInAnger

“Oasis: Don’t Look Back In Anger” เปิดตัวอันดับ 1 Box Office เมืองไทย จากโรงฉายเพียง 15 สาขา 13 กันยายน วันสุดท้าย พิสูจน์ปรากฏการณ์พลังร็อกครั้งประวัติศาสตร์ด้วยตัวเอง ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น