บทสัมภาษณ์ John Krasinski กับการรับภารกิจผ่านบทบาทของ Jack Ryan อีกครั้งใน Tom Clancy’s Jack Ryan: Ghost War
ภาพยนตร์ที่หลายคนรอคอยอย่าง Tom Clancy’s Jack Ryan: Ghost War หลังประสบความสำเร็จในเวอร์ชั่นซีรีส์มาแล้วถึง 4 ซีซั่นบน Prime Video ครั้งนี้ในฉบับภาพยนตร์จะพาวีรบุรุษอย่าง Jack Ryan กลับเข้าสู่โลกแห่งการจารกรรมอีกครั้ง กับภารกิจที่เกี่ยวพันกับชีวิตและอันตรายมากที่สุดของเขา เกิดเป็นการผสมผสานการเล่าเรื่องที่เฉียบคมเข้ากับฉากแอ็กชั่นเดิมพันสูง โดยภาพยนตร์ระทึกขวัญอัจฉริยะเรื่องนี้ พร้อมสตรีมให้ชมทั่วโลกบน Prime Video แล้ววันนี้
ในภาพยนตร์เรื่องใหม่นี้ Jack Ryan ถูกดึงตัวกลับเข้าสู่โลกจารกรรมอย่างไม่เต็มใจ เมื่อภารกิจลับระดับนานาชาติเกิดความผิดพลาดจนเผยให้เห็นแผนสมคบคิดมรณะ เขาถูกบีบให้ต้องเผชิญหน้ากับหน่วยปฏิบัติการลับสุดยอดระหว่างที่เวลาเหลือน้อยลงทุกที ท่ามกลางปฏิบัติการที่มีชีวิตเป็นเดิมพันและภัยคุกคามที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกย่างก้าว Jack ได้กลับมารวมตัวกับ Mike November (รับบทโดย Michael Kelly) เจ้าหน้าที่ CIA ผู้ผ่านศึกมาอย่างโชกโชน และอดีตหัวหน้า CIA อย่าง James Greer (รับบทโดย Wendell Pierce) ซึ่งมีเพียงประสบการณ์อันยาวนานของพวกเขาเท่านั้นที่จะเป็นอาวุธสำคัญในการต่อกรกับศัตรูที่รู้ทันพวกเขาทุกฝีก้าว นอกจากนี้ Jack ยังได้รับความช่วยเหลือจากคนที่ดูไม่น่าเป็นไปได้อย่าง Emma Marlowe (รับบทโดย Sienna Miller) เจ้าหน้าที่ MI6 ผู้ชาญฉลาด ทั้งนี้ Jack และทีมต้องร่วมกันฝ่าฟันเครือข่ายที่ทรยศและเผชิญหน้ากับอดีตที่เคยคิดว่าจบสิ้นไปแล้ว กลายเป็นภารกิจที่มีเดิมพันสูงที่สุดและอันตรายที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยเผชิญมา
ภาพยนตร์เรื่องนี้นำแสดงโดย John Krasinski ในบท Jack Ryan ร่วมด้วย Wendell Pierce และ Michael Kelly ที่จะกลับมาพร้อมกับตัวละครที่ผู้ชมหลงรักจากฉบับซีรีส์ เสริมทัพด้วย Sienna Miller ในบท Emma Marlowe เจ้าหน้าที่ MI6 ผู้ปราดเปรื่องและมีไหวพริบทัดเทียมกับ Jack จนกลายเป็นคู่หูที่ยากจะหยุดยั้ง

บทสัมภาษณ์นักแสดง John Krasinski (รับบท Jack Ryan)
การได้กลับมารับบท Jack Ryan อีกครั้งเป็นอย่างไรบ้าง?
John Krasinski : มันยอดเยี่ยมมาก จริงๆ แล้วผมคิดว่านี่คือช่วงเวลาที่สนุกที่สุดที่ผมเคยมีในการเล่นบทนี้ มันเป็นประสบการณ์ที่แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง ซีรีส์มีรูปแบบการเล่าเรื่องอีกแบบหนึ่ง มันใช้เวลาถ่ายทำนานกว่า และใช้เวลาสร้างนานกว่า แต่พอมาเป็นภาพยนตร์ เรารู้สึกว่าผู้ชมรู้จักตัวละครเหล่านี้อยู่แล้ว และเราก็ได้สนุกกับโครงสร้างการเล่าเรื่องแบบภาพยนตร์
คุณชอบอะไรในตัวละครนี้ จนทำให้คุณอยากกลับมารับบทอีกครั้ง?
John Krasinski : ผมชอบแนวคิดของ Jack Ryan มาโดยตลอด ที่ว่าเขาเป็นคนธรรมดา เป็นคนดี และเป็นคนจริงๆ ที่ออกไปอยู่แนวหน้า เป็นฮีโร่ที่ไม่ได้มีผ้าคลุมหรือพลังวิเศษ มันเป็นแรงบันดาลใจที่ไม่ว่าโลกจะเกิดอะไรขึ้น จะมีเรื่องดีหรือร้าย ก็ยังมีคนที่ต่อสู้เพื่อความยุติธรรมและความถูกต้องอยู่เสมอ
การดัดแปลงซีรีส์ให้กลายเป็นภาพยนตร์เป็นอย่างไรบ้าง?
John Krasinski : เรามีไอเดียอยากทำภาพยนตร์ประมาณสองปีที่แล้ว เพราะเราอยากเล่าเรื่องของ Jack Ryan เพิ่มเติม และเราอยากลองทดสอบแนวคิดว่า ถ้าคุณทำเรื่องราวให้เข้มข้นและกระชับขึ้นอีกนิด จะสามารถดึงอะไรออกมาจากมันได้อีกไหม? ผมสนุกมากกับการเขียนบทนี้ร่วมกับ Aaron เขาเก่งมาก
.jpg)
ในภาพยนตร์เรื่องนี้ เราจะได้เจอกับ Jack ในจุดไหนของเรื่อง และช่วยเชื่อมช่วงเวลาจากตอนสุดท้ายที่เราเห็นเขาได้ไหม?
John Krasinski : ในแง่ของไทม์ไลน์ หนังจะเริ่มต้นขึ้นหลังจบซีซั่น 4 ประมาณหนึ่งปีครึ่ง ตอนจบของซีซั่น 4 Jack ตัดสินใจไม่อยู่กับ CIA ต่อ เพราะทุกอย่างมันหนักเกินไปสำหรับเขา และเขาอยากกลับไปใช้ชีวิตแบบคนธรรมดา แล้วเขาก็เริ่มตั้งคำถามว่า ชีวิตจริงที่ไม่มี CIA สำหรับเขาแล้วคืออะไร? เพราะสำหรับเขา ชีวิตจริงไม่มีความหมายเลย ถ้าเขาไม่ได้รับใช้ ไม่ได้ทำบางสิ่งเพื่อช่วยขับเคลื่อนความปลอดภัยและความมั่นคงของโลก ดังนั้น นั่นคือจุดที่เราเริ่มต้นในหนังเรื่องนี้ โดย Greer พยายามดึง Jack กลับมา แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่การล่อลวงให้กลับมาเท่าไร มันเหมือนเขาถูกดึงกลับเข้าสู่สถานการณ์นั้นมากกว่า
ช่วยเล่าเกี่ยวกับเรื่องราวของ Jack และ Greer ในภาพยนตร์เรื่องนี้หน่อยได้ไหม?
John Krasinski : สิ่งที่ผมชอบที่สุดในการทำงานเรื่องนี้ คือการได้ร่วมงานกับทีมนักแสดงชุดนี้ พวกเขาคือนักแสดงที่ยอดเยี่ยมที่สุด เป็นคนที่ดี มีน้ำใจ และฉลาดที่สุดเท่าที่ผมเคยรู้จักมา สำหรับผม เรื่องราวของ Jack Ryan มักจะเกี่ยวกับ Greer และ Jack มาโดยตลอด มันคือความสัมพันธ์แบบพี่น้องที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นตลอดสี่ซีซั่นที่ผ่านมา มีทั้งความรัก ความผูกพัน รวมถึงบทเรียนมากมาย และ ณ จุดนี้ในชีวิตของพวกเขา ทั้งคู่ต่างมั่นคงในระบบความเชื่อของตัวเองมาก แล้วในภาพยนตร์เรื่องนี้ คุณจะได้เห็นว่าระบบความเชื่อเหล่านั้นเริ่มขัดแย้งกัน เป็นครั้งแรกเลยที่เราได้เห็น Jack และ Greer พูดถึงความรู้สึกของตัวเองอย่างเต็มที่ และไม่เห็นด้วยกันอย่างจริงจังในวิธีการจัดการปัญหาต่างๆ
ช่วยเล่าเกี่ยวกับ Michael Kelly และตัวละคร Mike November ในภาพยนตร์เรื่องนี้หน่อย เขาเป็นอย่างไรหลังจากครั้งสุดท้ายที่เราได้เห็นเขา?
John Krasinski : Michael Kelly น่าจะเป็นหนึ่งในนักแสดงที่ดีที่สุดที่เราเคยได้เข้ามาเสริมในซีรีส์เรื่องนี้ ผมจำได้ว่าเขาเพิ่งจบจาก House of Cards ตอนที่เราเสนอบทนี้ให้เขา และผมคิดจริงๆ ว่าไม่มีทางที่เราจะได้นักแสดงแบบเขามา เพราะเขาโดดเด่นมากจากเรื่องนั้น แต่ไม่รู้เพราะอะไร เขาตัดสินใจกระโดดเข้ามาเล่นกับพวกเรา เขาคือสีสันด้านคอเมดี้ของซีรีส์เรื่องนี้ เพราะมุกตลกทั้งหมดของเขาเกิดจากความจริงใจ มันจริง มันซื่อสัตย์ เขาสนุกกับชีวิต เพราะเขาทุ่มเทให้กับ Jack ให้กับ Greer ให้กับ CIA และยังรวมถึงการใช้ชีวิตด้วย เขาใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ที่สุด Mike อยู่เคียงข้าง Jack มาโดยตลอด เวลาที่ Jack มีปัญหา คนเดียวที่ Greer รู้ว่าน่าเชื่อถือพอจะไปปกป้อง Jack ได้ ก็คือ Mike November
.jpg)
ช่วยแนะนำตัวละคร Emma ของ Sienna ให้เรารู้จักหน่อยได้ไหม?
John Krasinski :Sienna Miller เป็นนักแสดงที่แสดงได้ยอดเยี่ยมและสม่ำเสมอมากในทุกผลงานที่ผมเคยดู เธอเหมือนอยู่ในจุดสูงสุดของฝีมือการแสดงมาโดยตลอด ผมเป็นแฟนของเธอมานานมาก และโชคดีมากที่ได้กลายมาเป็นเพื่อนกับเธอ ครั้งหนึ่งตอนทานอาหารเย็นกับกลุ่มเพื่อน ผมถามเธอว่าเธอสนใจจะร่วมแสดงใน Jack Ryan ไหม แล้วเธอก็ตอบตกลง ตอนนั้นเองผมก็คิดบทนี้ขึ้นมาทันที ผมไม่คิดว่าตัวเองจะเขียนบทนี้ได้เลย ถ้าไม่ได้รู้ว่าเธอจะมาเล่น
การที่เธอเข้ามามีส่วนร่วม ทำให้ผมเกิดไอเดียเรื่องความเชื่อมโยงระหว่าง MI6 กับ CIA เธอยอดเยี่ยมมากในบทนี้ และยังเป็นคู่พาร์ตเนอร์ที่ยอดเยี่ยมสำหรับ Jack อีกด้วย ตอนท้ายของภาพยนตร์ คุณจะได้เห็นคนสองคนที่ไม่ชอบแบ่งปันชีวิตของตัวเองกับใคร แต่กลับได้เรียนรู้ว่าการแบ่งปันชีวิตกับใครสักคน มันกลายเป็นสายสัมพันธ์และความสัมพันธ์ที่แทบไม่มีวันตัดขาดได้ และโดยส่วนตัวแล้ว ผมหวังว่าจะได้เห็นความสัมพันธ์นี้อีกครั้งครับ
คุณยกระดับฉากแอ็กชั่นในภาพยนตร์เรื่องนี้ขึ้นอย่างไรบ้าง?
John Krasinski : ในหลายๆ ด้านเลย เราเพิ่มความเข้มข้นขึ้นในทุกองค์ประกอบของการเล่าเรื่อง สำหรับการเล่าเรื่องแบบซีรีส์ ต่อให้คุณมีฉากแอ็กชั่นมากแค่ไหน ก็ยังมีช่วงเวลาหลายชั่วโมงของเนื้อเรื่องที่ต้องดำเนินไป ดังนั้นแอ็กชั่นจึงถูกกระจายอยู่ตลอดทั้งซีซั่น
แต่สำหรับภาพยนตร์ มันให้ความรู้สึกเหมือนระเบิดเวลาที่กำลังเดินอยู่ตลอดเวลา ซึ่งทำให้ฉากแอ็กชั่นเชื่อมเข้ากับเนื้อเรื่องได้อย่างลื่นไหล มีพลัง และเต็มไปด้วยความเร่งเร้าและเข้มข้น ผมคิดว่าในแง่หนึ่ง ฉากแอ็กชั่นของเราออกมาดีกว่าที่เคยเป็นมา เพราะเราสามารถอัดทุกอย่างไว้ในเส้นเรื่องที่กระชับมากขึ้นได้
คุณหวังว่าอะไรจะเป็นสิ่งที่เข้าถึงผู้ชมระหว่างรับชมภาพยนตร์เรื่องนี้?
John Krasinski : ผมหวังว่าผู้ชมจะรู้สึกเชื่อมโยงกับ Jack Ryan ด้วยเหตุผลเดียวกับที่ผมรู้สึก นั่นคือเขาเป็นคนธรรมดาคนหนึ่งที่อยู่แนวหน้า เป็นเรื่องที่น่าทึ่งมากเมื่อรู้ว่ายังมีผู้คนที่ยอมเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยง และเผชิญหน้ากับอันตรายแทนพวกเรา และผู้คนที่กล้าหาญมากพอจะทำแบบนั้น พวกเขาสมควรได้รับคำขอบคุณอย่างมากจริงๆ




