Asian Stereotype เมื่อเอเชียยังไม่พ้นถูกเหมารวม
กลายเป็นประเด็นร้อนแรงไปทั่วโลกออนไลน์ หลังจากภาพยนตร์ The Devil Wears Prada 2 ดรอปตัวอย่างเพิ่มเติมออกมา พร้อมเปิดเผยตัวละครใหม่ชาวเอเชียที่มีชื่อว่า “Jin Chao” ซึ่งดูเหมือนการออกเสียงชื่อของเธอนั้นจะสร้างข้อสงสัยเกี่ยวกับประเด็นเรื่อง Asian Stereotype ในกลุ่มชาวตะวันตก
ย้อนกลับไปในอดีตก่อนที่โลกของเราจะ Woke ตระหนักรู้เกี่ยวกับประเด็นทางสังคม โดยเฉพาะการ Racist (เหยียดเชื้อชาติ) การ Stereotype (เหมารวม) กลุ่มคนเชื้อชาติต่าง ๆ ตามที่ตัวเองคิดหรือเข้าใจ สำหรับฝั่งตะวันตกนั้นเอเชียมักจะเป็นตัวโดนเสมอ ดังที่เราได้เห็นผ่านตาหลายครั้งบนสื่อฮอลลีวูดเก่า ๆ ที่ตัวละครเอเชียมักมีทรงคล้าย ๆ กัน อาทิ ตัดผมหน้าม้า เนิร์ด เรียนเก่ง ใส่แว่น ชอบสีม่วง แต่งตัวเฉิ่ม เป็นต้น
นอกเหนือไปกว่านั้น ด้วยความที่ฝั่งตะวันตกมักจะเหมารวมเอาว่าเอเชียส่วนมากเป็นคนจีน (ซึ่งก็จริงเมื่อดูจากจำนวนประชากร) ทำให้พวกเขาติดภาพจำว่าชื่อ-นามสกุลของชาวเอเชียมักจะเป็น Ching–Chong หรือมีการออกเสียงโช ๆ เชง ๆ เชิน ๆ ชาว ๆ เสมอเพราะมันคือเสียงที่ได้ยินบ่อยในภาษาจีน ทั้งที่จริงแล้วนามสกุลของคนฝั่งนี้มีเยอะแยะเลยที่ออกเสียงง่ายสำหรับภาษาอังกฤษโดยไม่จำเป็นต้องนำมาล้อเลียนสำเนียงกัน อาทิ หลี่/ลี (Li) อู๋/วู (Wu) ถัง/ทัง (Tang) เฉิน/ชาน (Chen/Chan) หวัง/หว่อง (Wang/Wong) เป็นต้น แล้วเหตุใดในปี 2026 ยังคงมีสื่อบันเทิงระดับโลกหยิบเอาชื่อเอเชียที่ดูสุ่มเสี่ยงจะดราม่ามาใช้กันเล่า?

อาจจะคล้ายกับคำว่า “พร” ในภาษาไทยที่ไปพ้องกับคำว่า “Porn” ในภาษาอังกฤษ ซึ่งเราคิดกันว่าไม่จำเป็นต้องให้ทุกอย่างหมุนรอบตะวันตก ดังนั้นก็จงภูมิใจกับความหมายอันดีงามของ “พร” ที่แปลว่า “Wish” ต่อไปได้แบบไม่แคร์ แต่กรณีของตัวละคร “Jin Chao” ที่ปรากฏอยู่ในตัวอย่างเรื่อง The Devil Wears Prada 2 นั้นอาจต่างออกไปหน่อย เนื่องจากมันไม่ใช่แค่ชื่อที่สุ่มเสี่ยงจะถูกโยงไปยังประเด็น Ching – Chong เพียงอย่างเดียว แต่เพราะว่าลักษณะภายนอกของตัวละครนี้ดูตรงตามคุณสมบัติ Asian Stereotype ทุกประการเลย ตั้งแต่ใส่แว่น ดูเนิร์ด ๆ แต่งตัวเฉิ่มเชย (ในหนังที่เกี่ยวกับวงการแฟชั่นอะนะ) ท่ามกลางปี 2026 ที่ Asian Stars พากันตบเท้าเดินพรมแดงเมืองคานส์ เข้าร่วมงาน Met Gala ถือครองตำแหน่งแบรนด์แอมบาสเดอร์แฟชั่นชั้นนำกันอยู่เนือง ๆ กลับไม่สามารถพิสูจน์อะไรได้เลยว่าชาวเอเชียนั้นจัดจ้านมากกว่าจืดชืดแบบที่ฮอลลีวูดมักจะจดจำ

สุดท้ายนี้ชื่อ “Jin Chao” มีอยู่จริงไหมในภาษาจีน? คำตอบคือมีจริง ๆ โดยอาจจะออกเสียงว่า “จิน เฉา / จิ่น เชา / จิน เชา” ประมาณนี้แล้วแต่ตัวอักษร แต่อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าการหยิบยกเอาชื่อที่สุ่มเสี่ยงกับประเด็นดราม่า Racist อย่าง Ching-Chong มาใช้ ทั้งที่มีตัวเลือกชื่อคนจีนมากมายเต็มไปหมดที่ออกเสียงห่างไกลจากโช ๆ เชง ๆ บวกกับการสร้างภาพลักษณ์ภายนอกของตัวละครเอเชียที่ Stereotype สุด ๆ อย่างกับออกมาจากตำราหนังฮอลลีวูดยุค 80s 90s ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ล้วนไม่น่าแปลกใจที่จะถูกตั้งคำถามต่อสังคม
สรุปแล้วตัวละคร Jin Chao เฉิ่มจริงหรือเปล่า แล้วชื่อนี้ตั้งมาเพื่อจงใจเหยียดหรือไม่ เชิญพิสูจน์ได้ด้วยการรับชม The Devil Wears Prada 2 ในวันที่ 30 เมษายน 2026 นี้ทุกโรงภาพยนตร์



