เจาะลึกฝันร้ายครั้งใหม่ ผ่านวิสัยทัศน์ทีมผู้สร้าง “Lee Cronin’s The Mummy - ลี โครนิน เดอะ มัมมี่” คืนชีพตำนานสู่เวอร์ชัน “Monster in Daylight”

เจาะลึกฝันร้ายครั้งใหม่ ผ่านวิสัยทัศน์ทีมผู้สร้าง “Lee Cronin’s The Mummy - ลี โครนิน เดอะ มัมมี่” คืนชีพตำนานสู่เวอร์ชัน “Monster in Daylight”

รูปภาพ

หากพูดถึง “มัมมี่” ภาพจำของใครหลายคนอาจนึกถึงนักบวชโบราณผู้คลั่งรัก กับเรื่องราวสไตล์หนังแอ็กชัน-ผจญภัย-แฟนตาซีสุดมันส์ แต่สำหรับ ลี โครนิน ผู้กำกับที่เพิ่งสร้างปรากฏการณ์ความสยองเลือดสาดจาก EVIL DEAD RISE กำลังจะเปลี่ยนนิยามนั้นไปตลอดกาล ด้วยการผนึกกำลังระหว่างสามค่ายยักษ์ใหญ่ New Line Cinema, Atomic Monster และ Blumhouse ในภาพยนตร์สยองขวัญ-แฟนตาซี Lee Cronin’s The Mummy - ลี โครนิน เดอะ มัมมี่” ที่หลายเสียงต่างยืนยันว่ามันคือฝันร้ายแห่งปี

หวนคืนสู่รากเหง้าความสยองขวัญเต็มรูปแบบ

สำหรับผู้กำบกับ ลี โครนิน เขาไม่ได้ต้องการสร้างหนังมัมมี่เพื่อความตื่นเต้นแบบที่เราคุ้นเคย แต่ต้องการ “ฝัง” ความกลัวลงใต้ผิวหนังของผู้ชมทุกคน

“ผมต้องการเล่าเรื่องเกี่ยวกับความลับที่ถูกฝังไว้ มันไม่ใช่แค่เรื่องของสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อ 3,000 หรือ 4,000 ปีก่อน แต่มันคือการสืบสวนปริศนาของคนที่หายสาบสูญไปและกลับมาอีกครั้ง ซึ่งนั่นคือจุดต่างที่น่าสนใจที่สุดของหนังเรื่องนี้ครับ” ลี โครนิน กล่าว

ทางด้าน เจสัน บลัม โปรดิวเซอร์มือทองสายสยองขวัญแห่งยุคเสริมว่า “มัมมี่เวอร์ชันนี้คือการพาคำสาปโบราณกลับไปสู่จุดเริ่มต้น นั่นคือความสยองขวัญที่น่ากลัวถึงขีดสุด” ขณะที่ เจมส์ วาน ยืนยันว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะเป็นสิ่งที่คอหนังมัมมี่ “ไม่เคยเห็นมาก่อน” ด้วยการผสมผสานบรรยากาศแบบหนังสืบสวนสอบสวน เข้ากับความสยองแบบหนังบ้านเฮี้ยนวิญญาณหลอน

บางอย่างควรถูกฝังเอาไว้ตลอดกาล

เรื่องราวของ Lee Cronin’s The Mummy เริ่มต้นขึ้นอย่างเรียบง่ายแต่น่าติดตามอย่างแท้จริง เมื่อลูกสาววัยของนักข่าวหายไปในทะเลทรายนานถึง 8 ปี และจู่ๆ เธอก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างน่าประหลาด ท่ามกลางความดีใจของครอบครัวที่แตกสลาย กลับมีความผิดปกติบางอย่างที่ค่อยๆ เผยออกมา ลี โครนิน เลือกใช้แนวคิด “Monster in Daylight” หรือ “สัตว์ประหลาดที่อยู่ท่ามกลางแสงสว่าง” เพื่อสร้างความกดดันอันน่าสะพรึง

“เราอยากให้ผู้ชมเห็นบางอย่างที่ดู ‘ผิดปกติ’ แต่ยังไม่เปิดเผยตัวตนทั้งหมดออกมา มันเป็นการคลี่คลายความสยองอย่างช้าๆ มากกว่าการระเบิดออกมาในทันที”

งานสร้างที่พิถีพิถันและทีมนักแสดงที่ “ทุ่มสุดตัว”

ท่ามกลางยุคสมัยที่ CG คือเวทมนต์ สิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้แตกต่างและสมจริงยิ่งกว่า คือการใช้ Practical Effects หรือ เอฟเฟคทำมือ แทนที่ CG เกือบทั้งหมด เพื่อถ่ายทอดความสยองของร่างกายที่กำลังเน่าเปื่อย โดยมี นาตาลี เกรซ นักแสดงดาวรุ่งที่รับบทเป็น “มัมมี่ควีน” คนล่าสุด เธอต้องนั่งบนเก้าอี้แต่งหน้านานหลายชั่วโมง ก่อนใช้ร่างกายแสดงแบบทุ่มสุดตัวเพื่อสื่อสารความสยองสุดน่าสะพรึงออกมาด้วยตัวเอง

“นาตาลีมีความมุ่งมั่นที่บริสุทธิ์มาก ภายหนังเรื่องนี้ทุกมูฟเมนต์ของตัวละคร ‘เคธี่’ ล้วนเกิดขึ้นจากการเคลื่อนไหวของเธอทั้งหมด” ลี โครนิน กล่าวชื่นชม

นอกจากนี้ หนังยังได้ แจ็ก เรย์เนอร์ และ ไลอา คอสตา มารับบทพ่อแม่ที่ต้องแบกรับบาดแผลทางจิตใจ ผสมโรงด้วย เมย์ คาลามาวี ในบทบาทที่เต็มไปด้วยความลึกลับ และ เวโรนิกา ฟัลคอน ในบทคุณยายผู้แข็งแกร่ง

รูปภาพ

ความสยองขวัญที่ควรค่าแก่การรับชมบนจอยักษ์

เดฟ การ์เบตต์ ผู้กำกับภาพของ Lee Cronin’s The Mummy เลือกใช้เลนส์พิเศษในการถ่ายทำเพื่อเจาะลึกความสยองของร่างกาย “มัมมี่” ที่ค่อย ๆ ผุผัง น่าสยดสยอง และชวนสะอิดสะเอียน

สำหรับดนตรีประกอบสุดหลอน สตีเฟน แม็คคีออน ผู้ประพันธ์พร้อมเนรมิตทุกตัวโน๊ตเพื่อทำให้ Lee Cronin’s The Mummy ไม่ใช่แค่หนัง แต่มันคือเครื่องเล่นสุดสยองที่พร้อมหลอนทุกโสตสัมผัสของคุณอย่างต่อเนื่อง

“ผมอยากให้คนไปดูกันเยอะๆ ในโรงภาพยนตร์ เพราะมันคือประสบการณ์ที่ต้องแชร์ร่วมกัน ทั้งเสียงกรีดร้อง การสะดุ้งด้วยความสะพรึง และป๊อปคอร์นที่หกกระเด็นไปพร้อม ๆ กัน” ลี โครนิน กล่าวทิ้งท้าย

Lee Cronin’s The Mummy - ลี โครนิน เดอะ มัมมี่” เตรียมพบกับประสบการณ์สยองครั้งใหม่ที่จะเปลี่ยนทุกภาพจำของ “มัมมี่” ให้กลายเป็นสิ่งที่คุณเห็นในหนังเรื่องนี้ 15 เมษายนนี้ ในโรงภาพยนตร์ และในระบบ IMAX , Dolby Vision+Atmos® , 4DX , Screen X

 

เจาะลึกฝันร้ายครั้งใหม่ ผ่านวิสัยทัศน์ทีมผู้สร้าง “Lee Cronin’s The Mummy - ลี โครนิน เดอะ มัมมี่” คืนชีพตำนานสู่เวอร์ชัน “Monster in Daylight”