“PROJECT HAIL MARY – ภารกิจกู้สุริยะ” มหากาพย์ไซไฟผจญภัยแห่งปี กับการทุ่มเทงานสร้างที่ยิ่งใหญ่และสมจริง ทั้งสร้างยานอวกาศ และ “ร็อกกี้”
.jpg)
“PROJECT HAIL MARY – ภารกิจกู้สุริยะ” คือผลงานมหากาพย์ไซไฟ-ผจญภัยฟอร์มยักษ์แห่งปี ดัดแปลงจากนิยายของ “แอนดี้ เวียร์” ผู้เขียน The Martian ผ่านวิสัยทัศน์ของคู่หูผู้กำกับ “ฟิล ลอร์ด” และ “คริสโตเฟอร์ มิลเลอร์” จาก Spider-Verse ไตรภาค บทภาพยนตร์โดย “ดรูว์ ก็อดดาร์ด” (The Martian)
ก่อนที่โปรเจกต์ “PROJECT HAIL MARY – ภารกิจกู้สุริยะ” จะเริ่มขึ้น ทีมผู้สร้างต้องตอบคำถามข้อหนึ่งก่อนว่า หากมนุษยชาติสร้างยานเพื่อช่วยชีวิตตนเองจริง ๆ มันจะมีหน้าตาอย่างไร ?
“ชาร์ลส์ วูด” ผู้ออกแบบงานสร้าง (Guardians of the Galaxy, Avengers: Endgame) เผยแนวคิดว่า ถ้าหากนี่คือความพยายามครั้งสุดท้ายของมนุษยชาติในการช่วยโลก ยาน Hail Mary ควรจะออกมาหน้าตายังไง “เราพูดคุยกันอย่างมากเกี่ยวกับความสมจริง และอยากให้แน่ใจว่าสิ่งที่เราสร้างขึ้นในภาพยนตร์จะทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนอยู่บนยานเดียวกับเกรซและร็อกกี้จริง ๆ ซึ่ง ลอร์ดและมิลเลอร์ 2 ผกก. ได้ย้ำอย่างชัดเจนว่าพวกเราไม่ต้องการใช้ภาพจำแบบเดิมของหนังอวกาศ ยาน Hail Mary ถูกสร้างขึ้นโดยหลายประเทศ ดังนั้นพวกเราจึงต้องการสิ่งที่ดูเหมือนถูกประกอบขึ้นโดยพันธมิตรระดับโลกของนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรที่กำลังแข่งกับเวลา”
.jpg)
“แต่ละแคปซูลที่คุณเดินผ่านจะให้ความรู้สึกแตกต่างกัน แต่ละส่วนถูกสร้างโดยคนละประเทศ สิ่งนี้ทำให้สีและวัสดุกลายเป็นองค์ประกอบที่สื่ออารมณ์ได้ โดยไม่ทำให้ดูเหมือนการตกแต่ง เรื่องของสี โดยปกติสภาพแวดล้อมในหนังอวกาศมักใช้โทนเหล็กและสีเทา และบางครั้งก็ให้ความรู้สึกเรียบหรือไม่ชัดเจน ลอร์ดและมิลเลอร์ต้องการทดลองกับชุดสีและสร้างสิ่งที่สดใหม่ครับ “พวกเขาไม่อยากให้มันดูแข็งกระด้างหรือมีโทนสีเดียวเกินไป เราได้ค้นหาสีสันในอวกาศที่ สด ใหม่ แล้วความเรียบง่ายแบบโลหะเงา เราได้เพิ่มผ้าและวัสดุฉนวนเข้ามาเป็นองค์ประกอบของโครงสร้าง แรงโน้มถ่วง คือส่วนหนึ่งของภาษาในการออกแบบ พื้นที่ต่างๆ ของ Hail Maryทำงานภายใต้สภาวะแรงโน้มถ่วงที่แตกต่างกัน ทั้งแรงโน้มถ่วงจากการเร่งความเร็ว แรงโน้มถ่วงจากการหมุนเหวี่ยง และสภาวะไร้น้ำหนัก ซึ่งต้องการฉากที่สามารถหมุนหรือปรับทิศทางได้ แต่ละฉากทำงานเหมือนกิ้งก่าเปลี่ยนสี ยกตัวอย่างเช่น ห้องควบคุม ในสภาวะแรงโน้มถ่วงจากการเร่งความเร็ว คุณต้องปีนขึ้นไป แต่ในแรงโน้มถ่วงแบบหมุนเหวี่ยง คุณต้องปีนลง สิ่งนี้สร้างผลลัพธ์ทางสถาปัตยกรรมที่แปลก เช่น เก้าอี้ที่ติดอยู่บนผนัง หรือบันไดที่อยู่บนผนัง มันทำให้พื้นที่ดูแปลกและนามธรรม ซึ่งนั่นน่าตื่นเต้นมากครับ” แนวทางแบบปฏิบัติจริงนี้ยังรวมถึงการสร้างโครงสร้างภายนอกของยานขนาดใหญ่บนเวทีถ่ายทำ” ชาร์ลส์ วูด กล่าวเพิ่มเติม
.jpg)
คริสโตเฟอร์ มิลเลอร์ ผกก. กล่าว “ในทางเทคนิคแล้วมันซับซ้อนมากในการถ่ายทำ แต่ผลลัพธ์คือภาพที่น่าเชื่อถือที่สุดในภาพยนตร์ เราพยายามทำทุกอย่างให้เป็นของจริงมากที่สุด และพอลกับทีมของเขาก็ทำให้มั่นใจว่าทุกช็อตจะดูสมจริงอย่างยิ่งตั้งแต่ตอนที่เรากำลังถ่ายทำ ภาพยนตร์เรื่องนี้ ‘เกินขีดจำกัด’ ทีมงานจึงเลือกถ่ายทำด้วยระบบ IMAX เพื่อสร้างการเปรียบเทียบระหว่างความใกล้ชิดกับความยิ่งใหญ่ สิ่งที่ยอดเยี่ยมของการชมภาพยนตร์ในรูปแบบจอขนาดใหญ่แบบ IMAX คือมันเกินขอบเขตสายตาของคุณ คุณติดตามตัวละครไปโดยที่ไม่เห็นขอบจอเลย จึงรู้สึกเหมือนทุกอย่างอยู่รอบตัวคุณ ความยิ่งใหญ่และความกว้างใหญ่ของมันในระบบ IMAX นั้นน่าทึ่งจริง ๆ”
นอกจากการสร้างยาน การทำให้ “ร็อกกี้” มิตรภาพจากต่างดาวมีชีวิตขึ้นมา นี่คือเวทมนตร์เชิงปฏิบัติ ร็อกกี้ปรากฏตัวขึ้นกลางเรื่องราวเหมือนรอยแยกบางอย่าง การปรากฏตัวของสิ่งมีชีวิตต่างดาวที่เปลี่ยนเรื่องราวการเอาชีวิตรอดให้กลายเป็นความสัมพันธ์ระหว่างกัน ความท้าทายไม่ได้อยู่เพียงแค่ว่าจะทำให้เขามีภาพลักษณ์อย่างไร แต่คือการรักษาความแปลกประหลาดที่ทำให้ตัวละครนี้น่าดึงดูดตั้งแต่แรก คริสโตเฟอร์ มิลเลอร์ ผกก.กล่าว “สิ่งที่ยอดเยี่ยมเกี่ยวกับร็อกกี้ในหนังสือคือคำบรรยายที่ว่าเขาดูเหมือนทำจากหิน ไม่มีใบหน้า และมีแขนขาห้าขาที่สามารถใช้ทำสิ่งต่างๆได้หลายแบบ แทนที่จะลดทอนความซับซ้อนเหล่านั้น ทีมผู้สร้างกลับเลือกจะยอมรับมันทั้งหมด หลายคนอาจจะปรับบางอย่างให้เรียบง่ายเพื่อทำให้ชีวิตตัวเองง่ายขึ้น แต่เราไม่ทำแบบนั้น”

นีล สแกนแลน ผู้ควบคุมเอฟเฟกต์สิ่งมีชีวิตเจ้าของรางวัลออสการ์ (Babe, Star Wars: The Force Awakens) เข้าใจทันทีว่านี่ไม่ใช่เพียงการสร้างสิ่งมีชีวิตประกอบฉาก แต่มันคืออีกครึ่งหนึ่งของความสัมพันธ์ ด้วยเหตุนี้เขาจึงเริ่มออกแบบร็อกกี้จากพฤติกรรมของตัวละคร มากกว่าจากกายวิภาค “หนึ่งในเสน่ห์สำคัญของภาพยนตร์เรื่องนี้คือร็อกกี้คือผู้เล่นคนที่สอง มันเป็นหนังเพื่อนซี้ ดังนั้นการสร้างและนำตัวละครอีกครึ่งหนึ่งของเรื่องขึ้นสู่จอจึงเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมาก การออกแบบเริ่มจากภาพรวมก่อน รูปร่างโดยรวม น้ำหนัก สัดส่วน และความสัมพันธ์ระหว่างแขนขากับเปลือกภายนอก การปรับเปลี่ยนเพียงเล็กน้อยสามารถเปลี่ยนบุคลิกของตัวละครได้อย่างมาก มันน่าทึ่งมากที่การเปลี่ยนขนาดของเปลือก ความหนาของแขน หรือสัดส่วนระหว่างแขนส่วนบนและส่วนล่างเพียงเล็กน้อย สามารถเปลี่ยนบุคลิกของเขาได้อย่างชัดเจน ทีมงานได้ทดลองทั้งการเชิดหุ่นและระบบอนิเมทรอนิกส์ขั้นสูง โดยสร้างหลายเวอร์ชันเพื่อใช้ในฉากต่าง ๆ โดยเฉพาะระบบอนิเมทรอนิกส์ที่ผลักดันขีดจำกัดของสิ่งที่ทีมเคยทำมาก่อนครับ”
“ร็อกกี้มีสติปัญญาระดับอัจฉริยะ เขาเป็นนักประดิษฐ์และวิศวกร แต่ภายในแล้ว ผมคิดว่าเขาเป็นเหมือนการผสมกันทางพันธุกรรมของชายชราขี้งก ลาบราดอร์ที่ร่าเริง และเด็กชายวัย 14 ปีที่ขี้กังวลมาก ไม่มีฉากของร็อกกี้ฉากใดในภาพยนตร์ที่ร็อกกี้ไม่ได้อยู่ในกองถ่ายจริง ผมภูมิใจกับเรื่องนั้นมาก มันเป็นข้อพิสูจน์ถึงศิลปะการเชิดหุ่น มันใช้ได้จริง มันมีคุณค่า และมันสามารถสร้างเวทมนตร์พิเศษได้” คริสโตเฟอร์ มิลเลอร์ ผกก. กล่าวทิ้งท้าย
.jpg)
PROJECT HAIL MARY ว่าด้วยเรื่องราวของครูวิทยาศาสตร์ “ไรแลนด์ เกรซ” (ไรอัน กอสลิง) ที่ตื่นขึ้นมาในยานอวกาศ ซึ่งห่างจากโลกหลายปีแสง กับความทรงจำที่หายไป โดยไม่รู้ว่าเขาเป็นใครและไปอยู่ที่นั่นได้ยังไง พอความทรงจำเริ่มกลับมา เขาจึงได้รู้ว่าเขามีภารกิจไขความลับของสสารลึกลับที่กำลังทำให้แสงของดวงอาทิตย์ดับลง ด้วยการใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่เขามี เพื่อปกป้องทุกสิ่งบนโลกให้พ้นจากการสูญสิ้น แต่ระหว่างทางเขาได้พบกับมิตรภาพที่ไม่คาดคิด และทำให้เขาพบว่าเขาอาจไม่ต้องทำภารกิจนี้เพียงลำพัง
“PROJECT HAIL MARY – ภารกิจกู้สุริยะ” 19 มีนาคม 2569 ในโรงภาพยนตร์ และสัมผัสประสบการณ์ภาพยนตร์สุดยิ่งใหญ่ที่ถ่ายทำเพื่อระบบ IMAX โดยเฉพาะ 19 - 25 มีนาคม 69 นี้เท่านั้น #ProjectHailMary #ภารกิจกู้สุริยะ





