“The Bride! - เจ้าสาว!” กับเบื้องหลังความพังก์!! นิยามใหม่ของคลาสสิกมอสเตอร์ที่คืนชีพขึ้นมาเพื่อเป็นปากเสียงให้กับทุกคน

“The Bride! - เจ้าสาว!” กับเบื้องหลังความพังก์!! นิยามใหม่ของคลาสสิกมอสเตอร์ที่คืนชีพขึ้นมาเพื่อเป็นปากเสียงให้กับทุกคน

เตรียมพบกับอุบัติการณ์ความพังก์ขั้นสุด เมื่อเรื่องราวที่โลกคุ้นเคยถูกยกเครื่องใหม่ด้วยวิสัยทัศน์สุดขั้วของ “แม็กกี้ จิลเลนฮาล” ผู้กำกับและมือเขียนบทที่เคยพาเราไปสำรวจสถานะความเป็นแม่ใน The Lost Daughter (2021) ครั้งนี้เธอกลับมาพร้อมกับโปรเจกต์ฟอร์มยักษ์จาก วอร์เนอร์ บราเดอร์ส พิกเจอร์ส ที่จะพาคุณไปสัมผัสความรัก ความคลั่ง และการปฏิวัติที่สั่นสะเทือนยุค 1930s ใน “The Bride! - เจ้าสาว!”

เรื่องราวของ “The Bride! - เจ้าสาว!” เริ่มต้นในชิคาโกยุค 30s “แฟรงก์” (คริสเตียน เบล) อสูรคืนชีพผู้โดดเดี่ยวที่ใช้ชีวิตมากว่าร้อยปี ได้เดินทางไปขอความช่วยเหลือจาก ดร. ยูโฟรเนียส (แอนเน็ต เบ็นนิ่ง) นักวิทยาศาสตร์หญิงนอกคอกผู้ปราดเปรื่อง เพื่อสร้าง “เพื่อนร่วมทาง” ให้กับเขาไม่ต้องโดดเดี่ยวอีกต่อไป ผลลัพธ์คือการปลุกชีพหญิงสาวผู้ถูกฝังให้เงียบเสียงขึ้นมาใหม่ในนาม “เจ้าสาว” (เจสซี่ บัคลีย์) แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นกลับเกินกว่าใครจะจินตนาการ เมื่อเธอมิได้ตื่นขึ้นมาเพื่อเป็นเพียง “คนรัก” ของใคร แต่เธอตื่นขึ้นมาพร้อมกับสติปัญญา พลังงานอันพลุ่งพล่าน และการตั้งคำถามต่อสังคม จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความโกลาหล และการเคลื่อนไหวทางสังคมที่รุนแรง!

เบื้องการคืนชีพของ “เจ้าสาว!”

แรงบันดาลใจจากความเงียบ : แม็กกี้ได้รับไอเดียขณะเห็นรอยสักรูป The Bride of Frankenstein ในงานปาร์ตี้ เธอพบว่าในหนังต้นฉบับปี 1935 ตัวละครนี้มีบทบาทเพียง 3 นาทีและไม่มีโอกาสได้พูดเลยด้วยซ้ำ เธอจึงอยากมอบ “เจตจำนงเสรี” และเสียงให้กับเจ้าสาวในเวอร์ชันนี้

ความพังก์คือหัวใจหลักของเรื่อง : แม้จะเป็นหนังย้อนยุค แต่แม็กกี้และทีมงานนิยามหนังเรื่องนี้ว่า “พังก์” มันไม่ใช่แค่แนวเพลง แต่คือความรู้สึกของการขบถต่อระบบ

Filmed For IMAX : หนังเรื่องนี้ถูกถ่ายทำเพื่อฉายในระบบ IMAX โดยเฉพาะ พร้อมสัดส่วนภาพขยายเต็มจอ IMAX กว่า 72 นาที โดยมีการปรับจาก 2.39 เป็น 1.90 (และ 1.43 ในบางโรง) เพื่อขยายความรู้สึกในฉากที่เหนือจริงและฉากที่มีแรงผลักดันทางอารมณ์สูง

ทีมนักแสดงคุณภาพกับบทบาทอันบ้าคลั่ง

เจสซี่ บัคลีย์ รับบท เจ้าสาว : ตอนอ่านบทครั้งแรก ฉันรู้สึกเหมือนโดนไฟช็อต มันคือเรื่องราวของความเหงาและส่วนที่เลวร้ายในตัวเราที่เราพยายามซ่อนไว้ แต่นี่คือหนังรักพังก์ที่บ้าคลั่งที่สุดเท่าที่เคยมีมา!

คริสเตียน เบล รับบท แฟรงก์ : บทนี้มันมีความเป็นพังก์ร็อกมาก ผมนึกถึงเพลง Killing In The Name ของ Rage Against the Machine เลยครับ ผมอยากสร้างแฟรงก์ที่มีความเป็นมนุษย์ มีบาดแผลทางใจจากการถูกทอดทิ้งมานานนับศตวรรษ

เจก จิลเลนฮาล รับบท รอนนี่ รีด : พี่สาวของผม (แม็กกี้) กลั่นกรองไอเดียทั้งหมดที่เธอสะสมมาหลายปีลงในบทนี้ มันคือทัศนียภาพทางภาพยนตร์แบบใหม่ที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว

เพเนโลเป ครูซ รับบท เมอร์นา มัลลอย : หนังเรื่องนี้เป็นบรรณาการที่สวยงามให้กับประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ในทุกทศวรรษ มันมีความเป็นพังก์ที่ป่าเถื่อนแต่ก็โรแมนติกและฉลาดล้ำลึก

รายละเอียดงานสร้างที่น่าขนลุก

เมคอัพของแฟรงก์ : คริสเตียน เบล ต้องใช้เวลาแต่งเอฟเฟกต์นานถึง 7 ชั่วโมงครึ่ง! ทีมงานอ้างอิงรอยแผลและการปลูกถ่ายผิวหนังจากเทคนิคการแพทย์ในสงครามโลกครั้งที่ 1 เพื่อให้ดูสมจริงที่สุด

ชุดสีส้มในตำนาน : แซนดี้ โพเวล ออกแบบชุดเดรสสีส้มสุดจี๊ดให้เจ้าสาว ซึ่งต้องทำซ้ำถึง 23 ชุด เพื่อรองรับการถ่ายทำที่ต้องเปื้อนเลือดและโคลน

เพลงประกอบที่บิดเบี้ยว : ฮิลดูร์ กืดนาดอตเตียร์ ผสมผสานเสียงออร์เคสตราเข้ากับกีตาร์พังก์ดิบๆ ของ Lee Ranaldo จากวง Sonic Youth เพื่อสร้างโทนเสียงที่ไม่เคยมีใครได้ยินมาก่อน

ปลุกชีพ “เจ้าสาว” สู่การยกเครื่องใหม่ที่พิลึกพิลั่นในทุกมิติ | Film to Watch Short Review by MiX Magazine

โคตรเท่! โคตรอันตรายของจริง!! สำหรับ “The Bride! - เจ้าสาว!” ผลงานการกำกับโดย “แม็กกี้ จิลเลนฮาล” หยิบอสูรกายสุดคลาสสิกแห่งโลกวรรณกรรมและม้วนฟิล์ม รวมถึงภาพยนตร์คลาสสิกอย่าง The Bride of Frankenstein (1935) มายกเครื่องใหม่ในแบบฉบับโศกนาฏกรรมรักที่โคตรพังก์เหลือหลาย เจือกลิ่นเรื่องอาชญากรรม สอดแทรกด้วยประเด็นทางสังคมที่ร่วมสมัย อัดลูกบ้ามาเต็มแม็กซ์ ทั้งเกรี้ยวกราด หัวขบถ และจัดจ้านขั้นสุดนับตั้งแต่ซีนเปิดเรื่องกันเลยทีเดียว (อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.mixmagazine.in.th/00017632)

คนตายมีบางอย่างจะพูด คุณพร้อมแล้วหรือยัง? เตรียมสัมผัสความคลั่งที่จัดจ้านในทุกมิติพร้อมกันใน “The Bride! - เจ้าสาว!” นี่ไม่ใช่แค่ภาพยนตร์ แต่มันคือประสบการณ์ที่คุณต้องสัมผัสในโรงภาพยนตร์เท่านั้น วันนี้ในระบบปกติ และ IMAX

 

“The Bride! - เจ้าสาว!” กับเบื้องหลังความพังก์!! นิยามใหม่ของคลาสสิกมอสเตอร์ที่คืนชีพขึ้นมาเพื่อเป็นปากเสียงให้กับทุกคน