จากนิยายเข้าขั้นคลาสสิกของ “เอมิลี บรอนเต” สู่ภาพยนตร์โรแมนติกรักเจียนคลั่ง “Wuthering Heights - วัทเตอริ่ง ไฮต์ส” 12 กุมภาพันธ์นี้ ในโรงภาพยนตร์

จากนิยายเข้าขั้นคลาสสิกของ “เอมิลี บรอนเต” สู่ภาพยนตร์โรแมนติกรักเจียนคลั่ง “Wuthering Heights - วัทเตอริ่ง ไฮต์ส” 12 กุมภาพันธ์นี้ ในโรงภาพยนตร์

จูบฉันสิ ให้เราตกนรกหมกไหม้ไปด้วยกัน ขอเพียงเธออยู่กับฉันจะในฐานะใดก็ตาม “เอเมอรัลด์ เฟนเนลล์” ถ่ายทอดจินตนาการอันโดดเด่นและแปลกใหม่ หยิบแรงบันดาลใจจากนิยายเข้าขั้นคลาสสิกของ “เอมิลี บรอนเต” สู่ภาพยนตร์โรแมนติกรักเจียนคลั่ง “Wuthering Heights - วัทเตอริ่ง ไฮต์ส” 

Wuthering Heights เรื่องราวความรักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลของ “แคธี” และ “ฮีธคลิฟฟ์” คู่รักต้องห้ามที่เปลี่ยนจากความรักโรแมนติกเป็นความหลงใหลในเรื่องราวอันยิ่งใหญ่แห่งตัณหา ความรัก และความบ้าคลั่ง เคมีความสัมพันธ์ที่ดิบเถื่อน รุนแรงและงดงามจนน่าขนลุก นำแสดงโดย “มาร์โก้ ร็อบบี้” ผู้เข้าชิงรางวัลออสการ์และรางวัล BAFTA ประกบ “เจคอบ เอลอร์ดี” ผู้เข้าชิงรางวัล BAFTA ร่วมด้วยนักแสดงสมทบอย่าง ฮอง เชา ผู้เข้าชิงรางวัลออสการ์, ชาซาด ลาทิฟ, อลิสัน โอลิเวอร์, มาร์ติน คลูนส์ ผู้ชนะรางวัล BAFTA และ ยวน มิตเชลล์

เมื่อ “แคธี่” ไม่ใช่แค่ตัวละครเอก แต่เป็น “สัตว์ประหลาดตัวน้อย”

มาร์โกต์ ร็อบบี้ ก้าวข้ามบทบาทโปรดิวเซอร์มาสวมวิญญาณเป็น แคธี่ ในแบบที่ดิบเถื่อนที่สุด เฟนเนลล์ นิยามเธอว่าเป็นเหมือน “ดาราฮอลลีวูดที่ติดอยู่กลางที่เปลี่ยวร้าง” เธอมีความเอาแต่ใจ มีความซาดิสม์เล็กๆ และความหลงตัวเองที่น่าหลงใหล ขณะที่ เจคอบ เอลอร์ดี ถ่ายทอด ฮีธคลิฟฟ์ ในฐานะ “คนนอก” ที่มีความเปราะบางซ่อนอยู่ภายใต้ความโหดร้าย “มันไม่ใช่แค่เรื่องรักหรือชัง แต่มันคือเรื่องของตัวละครที่เป็นฝ่ายกระทำต่อโลก ไม่ใช่ให้โลกมาเลือกทางเดินให้พวกเขา” มาร์โกต์ ร็อบบี้ กล่าว

งานสร้างระดับ “Old School” ที่ใช้มือสร้างทุกกระเบียดนิ้ว

ในยุคที่ CGI ครองเมือง แต่ Wuthering Heights ฉบับนี้เลือกหวนคืนสู่ความขลังแบบดั้งเดิม โดยการสร้างคฤหาสน์ขึ้นมาจริง ๆ ภายในสตูดิโอ เริ่มต้นที่ Wuthering Heights คฤหาสน์ที่ถูกออกแบบให้ดูเหมือนถูก “ทวงคืน” โดยธรรมชาติ มีก้อนหินแทงทะลุผนังอาคาร และเพดานห้องครัวที่ตั้งใจทำให้ต่ำกว่าปกติ เพื่อให้ เจคอบ เอลอร์ดี ที่สูงถึง 195 ซม. รู้สึกอึดอัด เพราะว่าเขาไม่ใช่ส่วนหนึ่งของสถานที่แห่งนี้อย่างแท้จริง ขณะที่ Thrushcross Grange คือโลกใบใหม่ที่เหมือนหลุดมาจาก The Wizard of Oz (1939) จากโทนสีหม่นเทาสู่ความหรูหราแบบ “บ้านตุ๊กตา” ที่ เอ็ดการ์ รับบทโดย ชาซาด ลาทิฟ ใช้ดึงดูดให้ แคธี เลือกตัดสินใจแต่งงานกับเขา

งานศิลป์ที่ “เซ็กซี่” และ “สั่นประสาท” ในเวลาเดียวกัน

เบื้องหลังการออกแบบงานศิลป์ในภาพยนตร์เรื่องนี้ซ่อนสัญลักษณ์ที่ชวนให้ผู้ชมต้องว้าว

- ห้องผิวหนัง (The Skin Room) ห้องนอนของ แคธี ที่ Thrushcross Grange ผนังห้องถูกสร้างจากวัสดุลาเท็กซ์ที่สแกนจาก “ผิวจริง” ของ มาร์โก้ ร็อบบี้ พร้อมรายละเอียดเส้นเลือดและไฝ เพื่อสื่อถึงความหมกมุ่นที่ เอ็ดการ์ มีต่อเธอ

- แฟชั่น 38 ชุด 60 ลุค โดย แจ็กเกอลีน เดอร์แรน ดีไซเนอร์เจ้าของรางวัลออสการ์จาก Barbie (2023) เจ้าของรางวัล Academy Award และ BAFTA ออกแบบเครื่องแต่งกาย ออกแบบชุดของ แคธี โดยเน้นแค่สี ดำ ขาว และ แดง พร้อมเครื่องประดับวินเทจจากคลังสะสมของ Chanel

- เพลงประกอบที่ไม่ได้มาแค่เพลงเดียวแต่มาทั้งอัลบั้ม โดย ชาร์ลี เอ็กซ์ซีเอ็กซ์ (Charli XCX) ได้รับโจทย์สั้นๆ จากผู้กำกับว่า “อ่านบทแล้วรู้สึกอย่างไร?” ผลที่ได้คือดนตรีที่สดใหม่ เซ็กซี่ และกระตุ้นอารมณ์แบบสุดทาง

วิสัยทัศน์ผู้กำกับ “ความรักคือแรงเสียดทาน และมันไม่ผิดที่จะส่งเสียงสะท้อนดัง”

เอเมอรัลด์ เฟนเนลล์ เปิดเผยว่าเธอตกหลุมรักหนังสือเล่มนี้ตั้งแต่อายุ 14 ปี สำหรับเธอ Wuthering Heights คือเรื่องราวที่ “ต้องรู้สึกมากกว่าทำความเข้าใจ” เธอตั้งใจสร้างหนังเรื่องนี้ให้มี “ปัจจัยแห่งเสียงกรี๊ด” (The Scream Factor) คือทุกฉากต้องกระตุ้นอารมณ์ผู้ชมอย่างรุนแรง ไม่ว่าจะหัวเราะ ร้องไห้ หรือรู้สึกถูกรบกวน เธอยังเลือกใช้การถ่ายทำแบบ Old School สร้างฉากจริง ใช้แสงธรรมชาติจากเตาผิงและเทียนไส้คู่ เพื่อให้ได้มิติทางกายภาพที่ CGI ทำไม่ได้ ทั้งเหงื่อ น้ำลาย และปฏิกิริยาทางร่างกายของนักแสดง ทุกอย่างต้องดู “จริง” และ “สด”

เคมี “รักเจียนคลั่ง” ของสองนักแสดงนำ

แคธี เอิร์นชอว์: “สัตว์ประหลาดตัวน้อยบนทุ่งมอร์”

มาร์โกต์ ร็อบบี้ รับบทเป็น แคธี ที่ เฟนเนลล์ นิยามว่าเหมือน สการ์เล็ตต์ โอฮารา ตัวเอกในนวนิยายเรื่อง Gone with the Wind ของ มาร์กาเร็ต มิตเชลล์ ผสมกับความซาดิสม์ แคธี เวอร์ชันนี้คือเด็กสาวที่ทำร้ายคนรอบข้างเพียงเพื่อดูว่าเธอจะไปได้ไกลแค่ไหน เธอเป็นดาราภาพยนตร์ที่หลงทางอยู่ในที่เปลี่ยวร้าง มาร์โกต์ เล่าว่าเธออ่านบทในฐานะโปรดิวเซอร์ก่อน และร้องไห้ไม่หยุดจนต้องเอ่ยปากว่า “ฉันอยากเล่นเป็นแคธี!” เพราะตัวละครนี้มีความเป็นมนุษย์ที่สูงมาก ทั้งเห็นแก่ตัว เอาแน่เอานอนไม่ได้ แต่ก็เปี่ยมด้วยพลังชีวิต

ฮีธคลิฟฟ์: “วีรบุรุษผู้ไม่น่าให้อภัย”

เจคอบ เอลอร์ดี กลับมาร่วมงานกับ เฟนเนลล์ อีกครั้งหลัง Saltburn (2023) เพื่อรับบทชายผู้เป็นคนนอกตลอดกาล ฮีธคลิฟฟ์ คือ ‘คนนอก’ ที่ถูกทำร้ายโดยโลกทั้งใบ ภาษากายของเขาในช่วงแรกจะดูห่อเหี่ยวและเกร็งเพื่อปกป้องตัวเอง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นชายที่เปี่ยมอำนาจและเยือกเย็นเมื่อเขากลับมาทวงคืนทุกอย่าง เจคอบ เน้นไปที่ความเปราะบางของตัวละครที่พูดไม่เก่งแต่รู้สึกอย่างท่วมท้น เขาพยายามเล่นให้อยู่บนเส้นบางๆ ระหว่างการเป็นคนที่น่ารังเกียจกับการเป็นคนที่ผู้ชมห้ามใจไม่ให้รักไม่ได้

เหล่าตัวละครที่ช่วยเสริมเคมี “รักเจียนคลั่ง”

เนลลี (ฮอง เชา): ไม่ใช่เพียงคนรับใช้ที่ยืนอยู่หลังประตู แต่คือ “ผู้ชักใย” ที่เฝ้ามองพฤติกรรมของ แคธี และ ฮีธคลิฟฟ์ อย่างเงียบงัน ฮอง เชา ถ่ายทอด เนลลี ออกมาให้มีความเย็นชาและฉลาดหลักแหลม เป็นตัวละครที่มีความชัดเจนและไม่ปล่อยให้อารมณ์ครอบงำ

เอ็ดการ์ ลินตัน (ชาซาด ลาทิฟ): คู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อของ ฮีธคลิฟฟ์ เขาคือภาพแทนของความมั่นคงและปลอดภัย แต่ความรักที่เขามีต่อแคธี่กลับแฝงไปด้วยความปรารถนาจะ “ทำให้เธอเชื่อง” และเก็บเธอไว้ในกล่องสวยหรูของเขา

อิซาเบลลา ลินตัน (อลิสัน โอลิเวอร์): เด็กสาวที่ถูกเลี้ยงดูมาเหมือนตุ๊กตาในบ้านหลังใหญ่ เธอสะท้อนความไร้เดียงสาที่ถูกความคลั่งไคล้ครอบงำ และเปลี่ยนจากมิตรภาพที่มีต่อ แคธี กลายเป็นความริษยาเพื่อแย่งชิง ฮีธคลิฟฟ์

มิสเตอร์ เอิร์นชอว์ (มาร์ติน คลูนส์): พ่อผู้ไร้ความอดทนและติดเหล้า เขาคือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดจากการ “รับเลี้ยง” ฮีธคลิฟฟ์ ด้วยความเมตตาตามอำเภอใจตอนเมามาย

จูบฉันสิ!! ให้เราตกนรกหมกไหม้ไปด้วยกัน เตรียมหัวใจให้พร้อมรับจินตนาการใหม่ของเรื่องราวความรักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลใน “Wuthering Heights - วัทเตอริ่ง ไฮต์ส” 12 กุมภาพันธ์นี้ ในโรงภาพยนตร์ ทั้งระบบปกติ, Dolby Vision, Dolby Vision + Atmos และ IMAX #WutheringHeightsMovie #วัทเตอริ่งไฮต์ส

 

“เอเมอรัลด์ เฟนเนลล์” ถ่ายทอดจินตนาการอันโดดเด่นและแปลกใหม่ หยิบแรงบันดาลใจจากนิยายเข้าขั้นคลาสสิกของ “เอมิลี บรอนเต” สู่ภาพยนตร์โรแมนติกรักเจียนคลั่ง “Wuthering Heights - วัทเตอริ่ง ไฮต์ส” 12 กุมภาพันธ์นี้ ในโรงภาพยนตร์