เจาะลึกเบื้องหลังทีมนักแสดง จากภาพยนตร์แอคชั่น-ไซไฟสุดตื่นตา TENET : MiX Magazine It's man man's world!
เจาะลึกเบื้องหลังทีมนักแสดง จากภาพยนตร์แอคชั่น-ไซไฟสุดตื่นตา TENET

เมื่ออาวุธเป็นเพียงหนึ่งคำ เทเน็ต และการต่อสู้เพื่อเอาตัวรอดจากทั่วโลก ตัวละครได้เดินทางผ่านรุ่งอรุณแห่งการโจรกรรมข้ามประเทศ ในภารกิจที่จะเปิดโปงบางสิ่งที่อยู่เหนือกาลเวลาจริง ไม่ใช่เป็นการเดินทางข้ามเวลา แต่เป็นการย้อนกลับ Tenet นี่คือผลงานภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของผู้กำกับมากวิสัยทัศน์ คริสโตเฟอร์ โนแลน

ในการคัดเลือกตัวนักแสดงหลักที่มารับบทพระเอก คริสโตเฟอร์ โนแลน ได้เล่าว่า

“เราต้องการนักแสดงที่กุมความสนใจบนหน้าจอได้อย่างอยู่หมัด สำหรับผมแล้วช่วงเวลาสำคัญที่สุดในการเข้าใจ ‘Tenet’ คือตอนฉาย ‘BlacKkKlansman’ ครั้งแรกของโลกในงาน Cannes Film Festival ผมไม่ได้ทึ่งกับหนังเพียงอย่างเดียว แต่พอได้เห็น จอห์น เดวิด วอชิงตัน แล้ว ผมรู้สึกหลงในเสน่ห์ที่มีในตัวเขา ซึ่งมันเห็นได้ชัดบนหน้าจอ และมันทำให้ผมรู้สึกมั่นใจมากว่าเขาจะดึงความสนใจได้”

จอห์น เดวิด วอชิงตัน เล่าถึงสิ่งแรกที่ทำให้เขาสนใจในเรื่อง “Tenet” คือการที่มันสรุปทุกอย่างได้ในคำเดียว “มันคือความเป็น คริสโตเฟอร์ โนแลน ผมดูหนังของเขาทุกเรื่อง ฉะนั้นไม่ว่าเขาอยากให้ผมทำอะไร ผมพร้อมที่จะทำให้เลย เขาเป็นคนที่มีความสร้างสรรค์และเล่าเรื่องราวในหนังได้ด้วยการรวมคอนเซ็ปต์ต่างๆ เข้าด้วยกัน สร้างโลกที่ไม่มีใครเหมือนแบบนี้ขึ้นมาได้ คุณจะหลงใหลกับสิ่งที่ได้เห็น ไม่ว่าจะเป็นฉากแอ็คชั่น ความฉลาดที่รวมไว้เป็นองค์ประกอบในเรื่อง เพลงประกอบภาพยนตร์.. แต่ประเด็นสำคัญคือการสื่อสารกับมนุษย์ และการสำรวจสภาพแวดล้อมรวมตัวมนุษย์ ความต้องการมิตรภาพ และอารมณ์ต่างๆ ที่เราได้พบ มันคือตัวละครที่ผมทุ่มเทสุดตัวเลย” 

นักแสดงชายยังเล่าอีกว่า “ตอนที่ได้อ่านบทสิ่งที่ได้ใจผมทันทีคือพระเอกก็เหมือนกับผู้ชมคนหนึ่งในหลากหลายด้าน การผจญภัยที่เขากำลังเผชิญคือสิ่งเดียวกับที่ผู้ชมกำลังจะเผชิญด้วย”

จอห์น เดวิดเป็นคนที่มีความอบอุ่นและใจดีมากครับ”  

คริสโตเฟอร์ โนแลน กล่าว “แต่มันอยู่ที่เขาทำอะไรได้บ้างในฐานะของนักแสดงมากกว่า เขามีความสามารถหลากหลาย เขามีความเข้มแข็ง และเขาสามารถเข้าถึงการแสดงได้มากขนาดไหน มีทั้งการวิเคราะห์และความเข้าใจในบทภาพยนตร์ การอ่านบทของเขามีความถูกต้องและตรงตามจังหวะสอดคล้องกับสิ่งที่ผมรู้สึกว่าเรากำลังมองหา ซึ่งเป็นความแปลกใหม่ของตัวละครที่เป็นสายลบ มีความโดดเด่น ต้องเดินทางทั่วโลกเพื่อหลีกเลี่ยงหายนะที่จะทำลายทุกคนและทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวเขา ผมคิดว่าเขามีความเข้าใจที่ชัดเจนมากตั้งแต่แรกเริ่มเลยครับ”

“นี่คือผู้ชายที่พร้อมจะเสี่ยงตาย ไม่ใช่แค่เพื่อภารกิจ แต่เพื่อคนที่เขาพร้อมยอมสู้ด้วย และผมรักตรงประเด็นนั้น”

จอห์น เดวิด วอชิงตัน กล่าว “ผมคิดว่ามันสื่อชัดเจนว่าเขาเป็นคนแบบไหน ตลอดทั้งเรื่องเขามองความตายไม่เหมือนกันเลยสักครั้ง ผมคิดว่าสิ่งที่เขาได้พบเจอ ด้วยกฎของเวลาที่ต่างกันไป เขาสามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ ได้ และอาจปกป้องโลกได้ในอีกวิธีหนึ่ง หรือบางทีอะไรจะเกิดก็คงต้องเกิด แต่ผมเชื่อว่ามุมมองที่มีต่อสิ่งต่างๆ มุมมองที่มีต่อตัวเองมันจะเปลี่ยนไปตลอดการเมื่อรู้ว่านี่คือเรื่องที่เป็นไปได้”

พระเอกจะมีคู่หูคนหนึ่งที่มาช่วยเขาทำภารกิจคือนีล เอ็มม่า โธมัส เล่าว่า

โรเบิร์ต แพททินสัน ถ่ายทอดความสดใสสู่ภาพยนตร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่มีมาก เราเคยเห็นและพบกับความสนุกจากผลงานของเขามานานหลายปี แต่หนังเรื่องล่าสุดของเขาได้เปิดมุมมองของเราต่างออกไป และดึงดูดความสนใจจากเราได้มาก มันน่าตื่นเต้นที่ได้เห็นว่าเขามีวิธีสวมบทบาทอย่างไร เรารู้สึกตื่นเต้นที่เขาตอบรับมาร่วมงานในหนังเรื่องนี้ เขาเป็นนักแสดงที่น่าทึ่งมากค่ะ”

เรื่องราวในอดีตและความเกี่ยวข้องของนีลที่ผ่านมาเป็นเรื่องที่ไม่อาจเปิดเผยได้ ประเด็นนั้นทำให้ โรเบิร์ต แพททินสัน เกิดความสนใจตัวละครนี้มาก

“ผมสนใจมิตรภาพระหว่างนีลกับตัวละครของจอห์น เดวิดขึ้นมาทันที”  เขายืนยัน

“เขาเป็นเพื่อนหรือศัตรูกัน? เราตัดสินใจจากอะไรเวลาที่จะไว้ใจใครสักคนหรือสงสัยใครสักคน? จะรู้ได้ยังไงว่าเชื่อสัญชาตญาณตัวเองได้? เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องซับซ้อนที่เกิดขึ้นบนโลก แต่ผมอยากเห็นว่าเรื่องพวกนี้จะซับซ้อนขึ้นไปอีกได้อย่างไร เมื่อกฎต่างๆ ที่รู้กันว่าเป็นความจริงได้เปลี่ยนไปและสวนทิศทางกัน สิ่งต่างๆ ในตัวมนุษย์จะเปลี่ยนไปหรือยิ่งรู้ว่าควรถอยห่างจากตัวละครต่างๆ? นีลมีทักษะความรู้ ประสบการณ์ และไหวพริบหลายอย่าง ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเรียนรู้ได้มากน้อยแค่ไหน เราต้องเชื่อมั่นในอะไรบางอย่างมากกว่าตัวเอง ข้ามผ่านความเชื่อ และสิ่งที่น่าสนใจกว่าการข้ามผ่านความเชื่อคือตอนที่เราไม่รู้ว่าสิ่งที่เราเชื่อหรือสิ่งที่เราทำอยู่มันถูกหรือผิด ผมชอบตรงนั้นละครับ”

สำหรับนักแสดงทั้งสองคน การมาร่วมงานกันในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เรื่องแรกของทั้งคู่ ความไว้ใจจึงไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวล “เจดีเป็นคนที่มีฝีมือมากครับ” โรเบิร์ต แพททินสัน กล่าว “ถือว่าเป็นการถ่ายทำที่ท้าทาย เขามักจะใส่พลังลงไปอย่างล้นเหลือและมองแง่บวกตลอด ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมากครับ”

“ผมรักวิธีการทำงานของร็อบ”  จอห์น เดวิด วอชิงตัน กล่าว “เวลาส่วนใญ่เราไม่ค่อยคุยกันว่าจะทำอะไร เรามักจะปล่อยให้อะไรๆ เกิดขึ้น ทุกอย่างมีการคำนวณออกมาแล้ว และปล่อยให้ทุกสิ่งเป็นไปหรือสร้างความเซอร์ไพรส์ให้เกิดขึ้นในแต่ละวัน ยอมรับอย่างเปิดใจกว้างและเดินหน้าไปกับมัน”

บุคคลสำคัญในภารกิจของพระเอกคือ อังเดร ซาทอร์ ชาวรัสเซียผู้มีอำนาจรายหนึ่ง “แน่นอนว่าเราต้องมีศัตรู”  

เคนเนธ บรานอห์ ผู้รับบทนั้นออกความเห็น “ตอนที่คริสกับผมพูดถึงเรื่องเขา เขาบอกผมว่าตัวละครนี้มีความชั่วร้ายอย่างที่ควรจะเป็น ‘เป็นมนุษย์ธรรมดาที่ดูน่าตกใจ’ นั่นคือตัวตนของเขา แต่สิ่งที่เขาเขียนเอาไว้ได้บอกว่าเขาเป็นคนที่ผ่านความรุนแรงและเรื่องบอบช้ำมาบ้าง คุณไม่จำเป็นต้องเห็นใจซาทอร์หรอก แต่คุณอาจเข้าใจว่าทำไมเขาถึงต่อต้านการต่อรองแบบเฟาสต์”

“เนื้อเรื่องโดยธรรมชาติแล้วเกี่ยวกับความซับซ้อนที่อยู่ในตัวคน จากมุมมองของผมเริ่มจากซาทอร์เลย” นักแสดงเล่าต่อว่า “เขาเป็นคนที่โหดเหี้ยมและนึกถึงตัวเองเป็นหลัก แถมยังเป็นตัวละครที่มีความน่ากลัวมากด้วย เช่น เขามีความพยายามในการทำให้ภารกิจสำเร็จ ฉะนั้นเขาคือคนที่เราทุกคนควรหวาดกลัว เขามีความฉลาดที่น่ากลัว กล้าเผชิญหน้าอย่างกล้าหาญ และพร้อมรับความเสี่ยงในประเด็นสำคัญของเรื่อง จนทำให้ตัวละครอื่นๆ มารวมตัวกันและทำให้โลกของเราอยู่บนความเสี่ยง”

เอ็มม่า โธมัส ได้เล่าว่า “ฉันคิดว่าเค็นตื่นเต้นกับความท้าทายในการรับบทที่ไม่เหมือนกับที่เขาเคยเล่นมาก่อน ฉันเคยเห็นเขารับบทคนร้ายมาแล้ว แต่ไม่เหมือนกับครั้งนี้ที่ดูเป็นผู้ชายน่ากลัวและโหดเหี้ยมมาก แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือความน่าประทับใจในการแสดงของเค็น เขามีทั้งความอ่อนหวานและเสน่ห์ที่เราหวังว่าจะโชคดีได้เห็นสิ่งนั้น มันเหลือเชื่อมากค่ะที่ได้พูดคุยกับเขาอย่างเป็นกันเองในฉาก จากนั้นได้เห็นเขากลายเป็นปีศาจเพียงเสี้ยวพริบตา และเขาก็ถ่ายทอดออกมาได้อย่างสมจริง”

ซาทอร์แต่งงานกับผู้หญิงที่ชื่อ แคท รับบทโดย เอลิซาเบธ เดบิคกี้ ตอนแรกที่เธออ่านบทก็รู้สึกแปลกใจทันที

“ทำไมเธอถึงมาคบคนแบบนี้นะ? พื้นฐานของมิตรภาพครั้งนี้คืออะไร? สำหรับฉันแล้วสิ่งที่โดดเด่นในตัวแคทคือความรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ต้องปิดซ่อนตัวเองเพื่อความอยู่รอด เธอมีทั้งเรื่องที่อายและสับสน ขณะเดียวกันก็ต้องคอยประคองตัวให้รอดตลอดเวลา สิ่งที่เธอถามตัวเองตลอดคือ ‘ฉันพาตัวเองมาอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายแบบนี้ได้อย่างไร? ฉันมาอยู่จุดนี้ได้อย่างไร?’ แม้เธอจะหลีกนีไม่ได้ แต่เธอก็อดทนเพื่อให้ได้อยู่ใกล้ชิดลูก เธอไม่เคยปล่อยให้ตัวเองเป็นเหยื่อในการต้องรับผิดชอบจากการอยู่ร่วมกับซาทอร์เลย และนั่นคือสิ่งที่เธอต้องต่อสู้ในหนังตลอด มันเป็นการต่อสู้ที่ต้องใช้ความอดทนในการเขียนกลั่นลงไปในตัวละครนี้”

เอ็มม่า โธมัส เปิดเผยว่าบทของแคททำให้นึกถึง เอลิซาเบธ เดบิคกี้ “แต่เดิมทีบทนั้นถูกเขียนไว้ว่ามีอายุหน่อย แต่ผมเคยดูเธอจากเรื่อง ‘Widows’ และตกใจกับการแสดงของเธอในเรื่องนั้น ผมขอให้คริสสังเกตเธอในเรื่องนั้นเป็นพิเศษและเขาก็เห็นด้วยแคทเลยถูกเขียนขึ้นมาใหม่โดยมีเอลิซาเบธอยู่ในความคิด และเธอก็แสดงได้อย่างยอดเยี่ยมมาก”

“ฉันรู้สึกว่าในบทคริสเขียนให้เธอดูเป็นผู้หญิงที่มีความเข้มแข็งมาก และจุดเด่นของเธอคือเรื่องไหวพริบความฉลาด แคทเป็นคนที่มีไหวพริบด้านการเจรจาต่อรอง แธอใช้ความฉลาดที่มีพลิกสถานการณ์ได้ในยามต้องการ เธอดูมีสัญชาตญาณในเรื่องนั้น เธออ่านทุกอย่างได้จากการเต้นของหัวใจ และเธอชอบที่จะเป็นฝ่ายเดินหน้าในเกม นั่นเป็นวิธีเอาตัวรอดของเธอที่ใช้มาตลอดค่ะ”  

อลิซาเบธ เดบิคกี้ กล่าว “และเธอก็มีมุกตลกร้ายอยู่ในตัว คริสจะชอบเรียกว่ามุกเชือดเฉือน ซึ่งเป็นอะไรที่ฉันชอบมาก เวลาที่เราได้บทที่มีความคิดลึกซึ้งและน่าสนใจอย่างแคท ได้ร่วมงานกับคนที่ไม่ธรรมดาอย่าง คริสโตเฟอร์ โนแลน เราแทบยอมทำทุกอย่างเลยค่ะ มีเหตุผลไหนจะไม่ยอมล่ะ? ไม่มีใครกำกับแนวทางได้อย่างที่คริสทำ เขาสร้างเรื่องราวการหาทางรอดชีวิตที่มีความยิ่งใหญ่ และมีเรื่องราวเกี่ยวกับมนุษย์แฝงในเรื่องภัยคุกคาม ความสร้างสรรค์ที่มารวมกันได้แบบนี้ไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก เหมือนหนังเรื่องนี้สร้างขึ้นมาเพื่อฉันเลยค่ะ”

เธอยังเล่าอีกว่าหนึ่งในข้อดีนั้นคือการได้แสดงคู่กับ เคนเนธ บรานอห์ “ถือว่าเป็นเรื่องวิเศษมากที่ได้ร่วมงานคู่กับเค็นค่ะ เขาเป็นนอกแสดงที่มีฝีมือมาก แถมยังเป็นคนน่ารักและมีอารมณ์ขัน เราได้เดินทางไปยังสถานที่ลึกลับหลายแห่งผ่านตัวละครของเรา ฉันเลยรู้สึกดีมากที่มีเค็นร่วมฉากด้วย ฉันรู้สึกว่าเราต่างเข้าใจจินตนาการที่มีความจริงจัง และถ่ายทอดมิตรภาพของทั้งสองตัวละครนี้ออกมาทางหน้าจอได้ค่ะ”

เคนเนธ บรานอห์ เองก็รู้สึกชื่นชมไม่แพ้กัน “ผมมีความสุขที่ได้ร่วมงานกับเอลิซาเบธครับ” เขากล่าว “เธอเป็นคนที่ควบคุมตัวเองได้ดีเกินอายุ แต่ยังคงมีความร่าเริงและน่ารักอยู่ในตัว เธอได้มอบการแสดงที่ชวนหลงใหลออกมาได้”

นักแสดงยอดฝีมือชาวอินเดีย ดิมเพิล คาพาเดีย ได้ร่วมงานกับทีมนักแสดงในบท ไปรยา ผู้หญิงที่ใช้ชีวิตในมุมไบ และเป็นผู้กุมข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับซาทอร์ “ฉันรู้สึกดีใจมากค่ะที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของหนังเรื่องนี้ มันเหมือนได้เป็นซินเดอเรลลาในโลกฮอลลีวูดเลย”  เธอกล่าว “ตอนที่อ่านบทฉันรู้สึกลืมไม่ลงเลยค่ะ มันคือความตื่นเต้นแบบโนแลนและฉันคิดว่ามันเป็นอะไรที่พิเศษสุด”

เพื่อนนักแสดงอย่าง อารอน เทย์เลอร์-จอห์นสัน ก็เห็นด้วยว่า คริสได้สร้างโลกต่างๆ ขึ้นมาในหนังไซไฟ แต่ทุกอย่างล้วนอยู่บนพื้นฐานแห่งความจริง ทุกอย่างดูเป็นไปได้และเข้าใจได้ และเราจะรู้สึกเห็นใจตัวละครต่างๆ ที่อยู่ในโลกใบนั้น”

อารอน เทย์เลอร์-จอห์นสัน มารับบท ไอฟ์ส ตัวละครที่เขาบรรยายไว้ว่า “เป็นผู้ชำนาญการทางทหารฝ่ายตรงกันข้าม และเป็นหัวหน้าทีมภารกิจของพระเอก ผมโชคดีมากที่มีเวลาร่วมกับที่ปรึกษาทางกองทัพช่วงเตรียมตัว เวลาที่เราต้องรับบทใดก็ตาม เราอยากแสดงออกมาให้ดูสมจริงมากที่สุด และหน้าที่ของผมคือต้งเตรียมเครื่องมือทุกอย่างให้พร้อมสำหรับผู้กำกับฯ เรียกใช้งาน”

ทีมนักแสดงหลักของเรื่อง “Tenet” ยังรวมถึง มาร์ติน โดโนแวน, ฟิโอน่า ดูริฟ, ยูริ โคโลโคลนิคอฟ, ไฮเมช พาเทล, เคลเมนซ์ โพซี่ และนักแสดงในตำนานที่โธมัสเรียกว่าเป็นเครื่องรางนำโชคของพวกเขาคือ ไมเคิล เคน “นี่จะเป็นหนังของ คริสโตเฟอร์ โนแลน ไม่ได้เลยหากไม่มี ไมเคิล เคน  เอ็มม่า โธมัส ยิ้ม “เราทั้งโชคดีและรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้ร่วมงานกับเขาตั้งแต่แรกเริ่ม”

ขณะที่การฝึกซ้อมสำหรับภาพยนตร์ของนักแสดงไม่ใช่เรื่องแปลก การฝึกซ้อมสำหรับกฎระเบียบต่างๆ ของ “Tenet” ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเช่นกัน  คริสโตเฟอร์ โนแลน เล่าว่า

“ความน่าสนุกของ ‘Tenet’ อยู่ที่มีการสมมุติว่าเราสามารถเรียนรู้กฎต่างๆ ทางความคิด จากนั้นสามารถจินตนาการเห็นภาพสิ่งต่างๆ ขึ้นมาได้ แต่นั่นยังไม่ผ่านการตรวจสอบ เราต้องวางเค้าโครงสิ่งต่างๆ ขึ้นมาและตรวจสอบว่าขัดแย้งกับกฎต่างๆ มั้ย ฉะนั้นทุกคนต้องมีความระมัดระวังมาก มันไม่ใช่สิ่งที่เราจะหยิบยกขึ้นมาเองได้โดยใช้เพียงสัญชาตญาณ มันต้องมีการฝึกซ้อมจนได้ผลดี หมายความว่าทั้งนักแสดงและทีมนักแสดงผาดโผนต้องเข้าใจคอนเซ็ปต์ต่างๆ เป็นอย่างดี แต่ก็ต้องมีการพัฒนาขั้นตอนต่างๆ เพื่อเช็คตัวเองและเช็คตรรกะในสิ่งที่กำลังทำยู่ด้วย”

“มันเป็นการซ้อมการแสดงผาดโผนที่แหวกแนวมาก”  จอห์น เดวิด วอชิงตัน ยืนยัน “มันเป็นการฝึกซ้อมวนไปเรื่อยๆ จนผมเลิกคิดถึงมัน และลงมือทำได้โดยอัตโนมัติ ผมรู้ว่าร่างกายตัวเองทำได้ แต่ต้องอาศัยการทำซ้ำหลายวันไปเรื่อยๆ ผมดึงทักษะทางการกีฬาของตัวเองมาใช้เยอะกว่าโปรเจ็กต์อื่นที่ผ่านมาเลย แถมยังต้องมีการฝึกฝนทางจิตใจอีกด้วย การฝึกซ้อมทางร่างกายทำให้ผมได้ข้อมูลหลายอย่างว่าพระเอกของเรื่องเป็นแบบไหน ฉะนั้นการสร้างตัวละครขึ้นมาจากรูปลักษณ์ภายนอกมันช่วยผมได้มากเลยในเรื่องนี้”

ทีมนักแสดงผาดโผนเองก็มีหน้าที่ฝึกสอนทีมนักแสดง แต่ขั้นแรกพวกเขาก็ต้องมีความชำนาญด้านการเคลื่อนไหวของตัวเองก่อน ผู้ควบคุมด้านการแสดงผาดโผน จอร์จ คอทเทิล ได้เล่าว่า

“มีการทดลองและล้มเหลวหลายต่อหลายครั้ง มีทั้งขั้นตอนที่ยุ่งยากแต่ก็สร้างความน่าหลงใหลได้ในเวลาเดียวกัน จอห์น เดวิด ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง จนไม่มีอะไรให้เขาต้องพัฒนาไปมากกว่านั้นอีกแล้ว ความทุ่มเทของเขามันเหลือเชื่อมาก และผมคิดว่าจะเห็นได้ชัดบนหน้าจอ”

“สำหรับผมแล้วน่าตื่นเต้นเพราะจอร์จและทุกคนพูดว่าไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อนเลย ทั้งที่พวกเขาเห็นทุกอย่างและผ่านอะไรมามาก”

จอห์น เดวิด วอชิงตัน กล่าว “ถือเป็นข้อดีที่ทั้งทีมได้รับจากการมีเวลาฝึกซ้อม เพราะเราต้องแสดงให้คล่องแคล่วและถูกจังหวะ”

ไม่มีอะไรที่ คริสโตเฟอร์ โนแลน จะประทับใจในเรื่องความสามารถทางด้านร่างกายหรือความรับผิดชอบในหน้าที่ของเขาไปได้มากกว่านี้แล้ว “แค่ความต้องการพื้นฐานของหนังแอ็คชั่นสายลับ บทบาทของ จอห์น เดวิด ก็ต้องใช้ร่างกายอย่างหนักหน่วงอยู่แล้ว พอเราเพิ่มเรื่องของการย้อนกลับเป็นเรื่งหลัก เขาก็ยิ่งมีข้อกำหนดมากขึ้นไปอีก ถ้าเราไม่มีนักแสดงที่มีทักษะและพลังขนาดนี้ หลายอย่างคงไม่สามารถแสดงต่อหน้ากล้องได้ นั่นคือสิ่งที่ผมรู้สึกเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ โดยเฉพาะกับ จอห์น เดวิด แต่ก็รวมถึง ร็อบ แพททินสัน และ เค็น บรานอห์ ด้วย ยิ่งพวกเขาสวมวิญญาณเข้าไปในสิ่งที่บทบาทของพวกเขาต้องการ เราก็ยิ่งถ่ายทำจริงหน้ากล้องได้มากขึ้น และได้รายละเอียดทุกอย่างเต็มที่”

 

Tenet นำโดย โรเบิร์ต แพททินสัน, เอลิซาเบธ เดบิคกี้, ดิมเพิล คาพาเดีย, มาร์ติน โดโนแวน, ฟิโอน่า ดูริฟ, ยูริ โคโลโคลนิคอฟ, ไฮเมช พาเทล, เคลเมนซ์ โพซี่, อารอน เทย์เลอร์-จอห์นสัน พร้อมด้วย ไมเคิล เคน และ เคนเนธ บรานอห์  

คริสโตเฟอร์ โนแลน เขียนบทและกำกับภาพยนตร์โดยอาศัยการผสมผสานระหว่างระบบ IMAX® และ ฟิล์ม 70 ม.ม. เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวสู่จอยักษ์ อำนวยการสร้างฯ โดย เอ็มม่า โธมัส และ คริสโตเฟอร์ โนแลน อำนวยการสร้างบริหารฯ โดย โธมัส เฮย์สลิป

วอร์เนอร์ บราเดอร์ส พิกเจอร์ส นำเสนอภาพยนตร์จาก a Syncopy Production ผลงานภาพยนตร์จาก คริสโตเฟอร์ โนแลน เรื่อง Tenet สัมผัสประสบการณ๋อันยอดเยี่ยมของภาพยนตร์นี้พร้อมกัน วันนี้ ในโรงภาพยนตร์ ทั้งระบบปกติ, IMAX Film 70 mm., IMAX Digital, 4DX และ MX4D