a.r.t : สัมผัสห้วงความรู้สึกผ่านเสียงดนตรี Issue 150 : MiX Magazine It's man man's world!
a.r.t : สัมผัสห้วงความรู้สึกผ่านเสียงดนตรี Issue 150

a.r.t หรือ อาร์ต กฤช วิรยศิริ ศิลปินผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการเพลงมาพอสมควร หลายคนรู้จักเขาในฐานะมือกีต้าร์ประจำวง 7thSCENE และโปรดิวเซอร์ผู้อยู่เบื้องหลังศิลปิน ตอนนี้เขามาพร้อมโปรเจกต์เดี่ยวในฐานะโปรดิวเซอร์กับอัลบั้มเต็มชุดแรกของเขาที่มีชื่อว่า "ที่แล้ว" อัลบั้มที่ร่วมงานกับเหล่าพี่น้องศิลปินหลายท่าน อัลบั้มที่ถ่ายทอดตัวตนความรู้สึกแสนเศร้าของเขาผ่านบทเพลงที่มีซาวด์ดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ประจำตัว บอกเล่าเรื่องราวของการเผชิญหน้าความผิดหวัง ความเศร้า การเรียนรู้เติบโต ก่อนที่จะก้าวข้ามไปสู่สิ่งใหม่

 

a.r.t : ผมชอบดนตรีมาตั้งแต่เด็กแล้วครับ เพราะว่าที่บ้านชอบฟังเพลง เวลาคุณพ่อคุณแม่ขับรถไปส่งที่โรงเรียนจะได้ฟังเพลงในรถ พอโตขึ้นก็เริ่มพยายามฟังเพลง ช่วงนั้นช่วงยุค 90 ก็เป็นเด็กที่ชอบซื้อเทปเดือนละประมาณ 4-5 ม้วน ผมซึมซับเรื่องดนตรีจากการฟังเพลงเยอะมาก จนอยากเล่นดนตรี คุณพ่อก็เคยสอนเล่นกีต้าร์โปร่ง พอขึ้นมัธยมปลายก็เริ่มไปซ้อมดนตรีกับเพื่อน เริ่มทำวงเล่นดนตรีกันเอง

ตัวตนของผมคือดนตรีแนวร็อกครับ แต่พอเราเดินทางมาเรื่อย ๆ เราไม่ได้ชอบแค่อย่างเดียว พยายามจับหาทางอื่น ๆ ให้มาอยู่ในเพลงของเรา ผมเริ่มรู้สึกชอบแนวอิเล็กทรอนิกหรือการสังเคราะห์เสียงต่าง ๆ เริ่มจับพวกซาวด์ดีไซน์ให้เข้ามาอยู่ในเพลง ผมเองเป็นคนชอบฟังเพลงเก่ามาก เวลาที่ใครนึกถึงเพลงเก่า ๆ ก็มักจะมาถามชื่อเพลงกับผมตลอด

 

a.r.t : นับจาก 7thSCENE ก็ประมาณ 10 ปีแล้ว ตอนนี้ผมทำงานในฐานะโปรดิวเซอร์ให้กับศิลปิน พูดถึงอัลบั้ม ที่แล้ว นี่คืออัลบั้มที่ผมขายความเป็นโปวดิวเซอร์ ทำเพลงเองทุกขั้นตอน เลือกนักร้องที่มีบุคลิกตรงกับคอนเซ็ปต์และเนื้อหาของเพลงมาถ่ายทอดบทเพลงของเรา

อัลบั้มนี้มันเกิดจากเหตุการณ์นึงในชีวิตผมคืออกหัก ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนเคยเจอ ช่วงนั้นผมเป็นหนักมาก พี่บอย โกสิยพงษ์ แนะนำว่าให้ใช้ช่วงเวลาที่เราเศร้าเขียนมันออกมาเป็นเพลงสิ ตอนนั้นก็เริ่มเขียน เขียนมาเรื่อย ๆ จนคิดว่าไม่เห็นต้องเป็นเพลงเศร้าทั้งหมดเลย แต่เปลี่ยนเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นจนจบ พูดถึงสภาวะจิตใจ จนถึงตอนสุดท้าย ไม่อย่างนั้นเพลงที่เขียนมันจะมีแต่เพลงเศร้า ๆ หรือเพลงที่โกรธมาก ๆ พอหลังจากทำอัลบั้มเศร้า เราก็ได้ไปทำงานร่วมกับจิตแพทย์ ซึ่งเขาให้ข้อมูลมาว่าเพลงทั้ง 6 เพลงที่เรียงกันในอัลบั้มดันไปตรงกับทฤษฎีการสูญเสียของ เป็นวัฏจักรของการเศร้าเริ่มตั้งแต่การปฏิเสธไม่รับรู้ เกี้ยวกราด เริ่มต่อรอง เศร้า และยอมรับความจริง

a.r.t : อัลบั้มนี้ได้ร่วมงานกับเหล่าพี่น้องศิลปินหลายคน ผมเลือกเสียงที่คิดว่าจะถ่ายทอดเพลงของเราได้ดีและเหมาะสม เป็นการทำงานที่สนุกครับ เพลงแรก ปัจจุบัน พูดถึงการที่เราไม่อยู่กับปัจจุบัน ยึดติดกัับเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว และกังวลว่าอนาคตจะเป็นยังไงต่อ ผมอยากให้ทุกคนเชื่อ การจะพูดเรื่องแบบนี้ให้คนเชื่อ เราต้องหากระบอกเสียงที่เรียกว่ามีความน่าเชื่อถือครับ เพลงต่อ ๆ ไปในอัลบั้มก็จะเริ่มไต่ระดับความเจ็บปวดของคนอกหักขึ้นไปเรื่อย ๆ จนตัวเราเองทำใจได้ทั้งหมด

วิธีการเขียนเพลงของผมนั้น ไม่ต้องเขียนอะไรที่ยากเลย ขอแค่เขียนความเป็นจริงของเรา เขียนจากสิ่งรอบตัวเรา เขียนจาดเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่พบเจอ ตัวผมเองพอเวลาพบเจออะไรที่ชอบก็จะจดโน้ตบันทึกไว้ในโทรศัพท์เป็นแก่นสั้น ๆ ที่สำคัญ ก่อนขยายเรื่องราวออกไป

พูดถึงความรัก มุมความรักของผมตอนนี้เป็นสิ่งที่เกิดในใจมนุษย์โดยไม่มีเหตุผลแล้วก็ดันเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลต่อมนุษย์อย่างเรา ถ้าพูดเรื่องความรักแล้วเหตุผลอะไรมันก็ไม่สามารถสู้ได้ ความรักกลายเป็นสิ่งมันมีเหตุผลมากกว่าไปเลย

ท้ายที่สุดนี้ผมฝากอัลบั้ม ที่แล้ว ด้วยครับ ผมตั้งใจให้มันเป็นเพลงป๊อปที่ย้อนฟังได้ มีเนื้อหาเข้าถึงได้ง่าย และผมอยากให้อัลบั้มนี้เป็นเพื่อนกับคนที่เศร้า คือเราไม่ได้ไปสอนเขานะครับ เราอยากอยู่ข้าง ๆ เขาครับ อัลบั้มเป็นผลงานที่ผมตั้งใจมาก ตั้งแต่วันแรกที่ทำจนตอนนี้ผ่านมา 8 ปีแล้วครับ ฝากทุกคนด้วยครับ

Photo : Nutchanun Chotiphan