หนุ่มดอกไม้ : ค่อยพูดค่อยจา ภาษาหนุ่มดอกไม้ | Issue 154 : MiX Magazine It's man man's world!
หนุ่มดอกไม้ : ค่อยพูดค่อยจา ภาษาหนุ่มดอกไม้ | Issue 154

เมื่อพูดถึง หนุ่มดอกไม้ ภาพที่หลายคนนึกถึงคงประมาณผู้ชายที่ดูแลตัวเองดี นิสัยอ่อนโยน อบอุ่น และโรแมนติก ยิ่งใครที่เป็นคอซีรีส์เกาหลีคงคุ้นเคยกันดี แต่ในมุมของ แขก ซาลาลีคาน ซันคาน และ โอเล่ จิโรจน์ เอี่ยวจินดา สองหนุ่มจากวง Boom Boom Cash นั้นมองหนุ่มดอกไม้ต่างจากคนอื่น

พวกเขามองว่าแม้ภาพลักษณ์ที่ดูดี อบอุ่น ลึกลงไปข้างในจิตใจ หนุ่มดอกไม้เองก็ไม่ได้แตกต่างกับคนทั่วไปที่มีรัก โลภ โกรธ หลง ความขัดแย้งดังกล่าวได้นำไปสู่จุดเริ่มต้นของไอเดียโปรเจกต์เดี่ยว หนุ่มดอกไม้ ศิลปินเดี่ยว-คู่-บอยแบนด์ จากค่าย Wayfer Records

นิยามของหนุ่มดอกไม้
แขก : หนุ่มดอกไม้คือศิลปินเดี่ยว คู่ บอยแบนด์ เป็นโปรเจกต์เดี่ยวจากวง Boom Boom Cash ของเราทั้งสองคน ทางค่ายเขาเห็นว่าช่วงนี้วงกำลังนิ่ง เลยอยากให้ทำโปรเจกต์เดี่ยวของแต่ละคน เอ้ปล่อยผลงานไปก่อนหน้านี้แล้วในนาม Botcash  ทางผม มองว่าถ้าโอเล่เป็นศิลปินเดี่ยวแล้วมันจะออกมายังไง เลยคุยกันและเป็นที่มาของผมกับโอเล่ เราคือศิลปินเดี่ยว ที่ออกคู่กันในรูปแบบบอยแบนด์ กับดนตรีแนวฮิปฮอปเมทัล
โอเล่ : ที่ใช้ชื่อว่าหนุ่มดอกไม้ เพราะเรามองว่าหนุ่มดอกไม้คือคนธรรมดาเหมือนกันแม้ภาพลักษณ์จะดูเป็นคนอบอุ่น โรแมนติก แต่เราอยากให้มองด้านที่ขัดแย้งกัน เลยใช้ชื่อนี้ ดูอย่างหน้าตาเราสองคนสิ แค่นี้ก็ขัดแย้งกับชื่อวงแล้ว (ฮา)

ถ้าต้องทำโปรเจกต์เดี่ยวคนเดียว
โอเล่ : ผมคงตีกลอง ทำเพลง แล้วหานักร้องมาร้องในเพลงนั้น
แขก : จริง ๆ โอเล่ร้องเพลงดีนะครับ แต่ไม่ค่อยชอบร้อง เขาเขิน เพลงของ Boom Boom Cash ก็มีเสียงเขาซ่อนอยู่ตลอด นี่ผมพยายามเชียร์ให้เขาแร็พด้วย
โอเล่ : สำหรับหนุ่มดอกไม้ ไม่แน่อาจมีการแจมร้องเพลงเกิดขึ้นก็ได้ครับ

รสนิยมทางดนตรี
โอเล่ :
มันเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ตามวัย อย่างตอนเด็ก ๆ ผมชอบเพลงอนิเมะ โตขึ้นมาหน่อย เป็นเพลงป็อป แล้วมาชอบหนักจริง ๆ คือพวกเมทัล บางทีมีฟังสายเคป็อปด้วยเหมือนกัน
แขก : ของผมคล้ายกัน เพราะเริ่มฟังเพลงจากเพลงอนิเมะ ตอนนั้นคุณแม่อยู่ที่ญี่ปุ่นแล้วส่งเทปเพลงอนิเมะมาให้ฟังสามม้วน โตขึ้นมาหน่อยก็ได้ฟังเพลงบอยแบนด์จากค่าย อาร์เอส แกรมมี่ จากพี่ชาย แล้วก็ฟังมาเรื่อย ๆ

พูดถึงเพลง "ค่อยพูดค่อยจา"
โอเล่ :
เพลงนี้เกิดมาจากความรู้สึกที่พวกเราอยากปล่อยของที่มี ของที่ไม่ได้ใช้กับ Boom Boom Cash เรื่องกลองผมใส่เต็มที่เลย
แขก : ด้านเนื้อหา อย่างที่เรารู้กันดีคือสังคมตอนนี้มันเต็มไปด้วยปัญหา ถ้าเรามานั่งคุยกัน ตัดอีโก้ออก มันน่าจะก้าวข้ามผ่านอะไรหลายอย่างไปได้ง่ายกว่านี้ ชีวิตมันน่าจะดำเนินไปได้ดีกว่านี้ และในสังคมการเป็นเพื่อน สังคมการทำงาน สังคมองค์กร มันจะมีบุคคลหนึ่งที่คอยขัดแข้งขัดขาเรา เราไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไร ก็เลยแบบค่อยพูดค่อยจากันไหม เผื่ออะไรมันจะดีขึ้น นี่คือที่มาของเพลง ซึ่งทางดนตรีจะเป็นเมทัลผสมแทรพฮิปฮอป อย่างที่บอกว่าเราต้องการนำเสนอความขัดแย้งกัน ชื่อเพลง ค่อยพูดค่อยจา แต่เนื้อหาดนตรีมันไม่ค่อยพูดค่อยจา กันสักเท่าไหร่

 

ผลงานหนุ่มดอกไม้ในอนาคต
แขก :
ตอนนี้เรามีโปรเจกต์เอาเพลงฮิปฮอปใต้ดิน ในไทยมาทำใหม่ในแนวหนุ่มดอกไม้ เร็ว ๆ นี้ได้ฟังกันทางยูทูปแน่นอน และเราคิดไว้ว่าจะทำ EP ขึ้นมาสัก 5-6 เพลง ตอนนี้ อยู่ในขั้นตอนกระบวนการทำอยู่เพลง มีผ่านบ้างไม่ผ่านบ้าง คอยเสนอค่ายอยู่ตลอด เรียกได้ว่าทำงานกันเต็มที่ การทำโปรเจกต์มันเหมือนกับว่าเราได้ปล่อยของกัน ได้มีโอกาสทำในสิ่งที่อยากทำแบบส่วนตัว เราอยากเดินไปทางนี้ก่อน ให้มัน เป็นรูปเป็นร่าง ส่วน Boom Boom Cash คาดว่าไม่น่า จะเกินปลายปีนี้มีผลงานแน่นอน

เป้าหมายของหนุ่มดอกไม้
โอเล่ :
เป้าหมายแรกของเราสองคนคือการปล่อยเพลง ซึ่งก็สามารถดื้อด้านทำมันออกมา ปล่อยมันออกมาได้สำเร็จ
แขก : ตั้งแต่เริ่มทำวง เคยตั้งเป้าไว้ว่าอยากไปเล่นที่ Big Mountain แล้วก็ได้ไปเล่นหลายปีติดกัน ไปเล่นเป็นวงปิด มันเหมือนเราข้ามภูเขาไปลูกหนึ่งแล้ว เป้าหมายต่อมาอยากไปเล่นที่ต่างประเทศเราก็ได้ไป ได้ข้ามภูเขาไปอีกลูก พอมาเป็นหนุ่มดอกไม้ เป้าหมายแรกอย่างที่โอเล่บอกคือปล่อยเพลงออกมา มันเป็นเพลงที่เราอยากทำและตั้งใจนำเสนอมันมาก พอค่ายไฟเขียว ได้ถ่ายเอ็มวี มันชื่นใจนะ มันคือการทำเพลง ที่เหมือนเรานับหนึ่งใหม่ แต่เป็นการนับหนึ่งแบบที่เรารู้แล้วว่าตรงนี้ต้องทำยังไง ต้องปรึกษาใคร ต้องให้ใครช่วย เรามีคอนเน็คชั่นแล้ว เรียกได้มันว่าง่ายขึ้น เห็นภาพกว้างขึ้นจากตอน ทำ Boom Boom Cash ซึ่งตอนนั้นพวกเราลองผิดลองถูกกันเยอะมาก
โอเล่ : สำหรับแฟนเพลง Boom Boom Cash รอกัน อีกสักหน่อย ขอให้เราสองคนได้สนุกกับหนุ่มดอกไม้กันสักครู่ ให้มันได้เป็นรูปเป็นร่างมากกว่านี้ก่อนครับ
แขก : สำหรับปีนี้ พวกเรามีอะไรให้ติดตามเยอะแยะมากมาย ทั้ง Boom Boom Cash ทั้งหนุ่มดอกไม้ ฝากติดตามกันด้วยนะครับ

Photo : Satchaphon Rungwichitsin