One Man Show ตัวจริง Ed Sheeran Divide Tour 2019

music spotlight

Text By aumlove 

ยอมรับว่าตอนแรกผมไม่ได้อินกับ Ed Sheeran มากนัก แต่ก็ซื้อซีดีอัลบั้ม Divide มาฟังนะครับ เพราะด้วยตัวบทเพลงที่เขาเขียนได้จับใจหลายเพลง ฟังบ่อยพอสมควรแต่ก็ยังไม่เข้าขั้นแฟนพันธุ์แท้ แต่ค่ำคืนวัน 28 เมษายน ที่ผ่านมา Ed Sheeran Divide Tour 2019 ทำให้ผมต้องตกตะลึง กับคอนเสิร์ตครั้งล่าสุดในเมืองไทย

ช่วงแรกเปิดด้วยวงร็อคจากญี่ปุ่นที่ดังระดับโลกอย่าง One Ok Rock ซาวน์เล่นสดดีมาก เพอร์ฟอร์แมนซ์ดี นักร้องเสียงดี บทจะสูงก็ลากได้สะใจ บทจะหวานก็หวานหยดย้อย กีตาร์สีสันแพรวพราว เบสก็เดินแน่นหนึบ กลองก็ตีมันส์

แต่ทุกอย่างที่กล่าวมาเมื่อเจอเพลงแรกที่ Ed Sheeran บรรเลง ชายหนุ่มผมแดงผู้มากับกีตาร์โปร่งเพียงตัวเดียวพร้อมรอยยิ้มละไม เมื่อเพลง Castle on the Hill เริ่มบรรเลงผมก็ได้แต่ยืนนิ่งราวโดนมนต์สะกด ในใจก็นึกขึ้นว่า โอ้ว! เล่นดีเป็นบ้า

กีตาร์โปร่งตัวเดียวกับเอฟเฟ็ค Loop มันรังสรรค์สรรพเสียงได้ขนาดนี้เชียวหรือ แน่นอย่างกับมาทั้งวง จากนั้นทำให้ผมต้องสังเกตยาวเขาเริ่มเคาะกีตาร์ พูดหรือร้องฮัมใส่อีกไลน์แล้วอัด สตรัมคอร์ดเป็นริทึ่ม เล่นไลน์เบสบ้างลิกโซโล่ตอดบ้าง

แล้วเมื่อเขาเหยียบเอฟเฟ็คให้เสียงทุกเสียงที่บันทึกลั่นออกมา ความแน่นของซาวน์ ไลน์ทั้งหลายมันผสมผสานกลายเป็นทีมเวิร์คที่แน่นตึ๊บ แถมเพราะเสียด้วย จังหวะตรงกันเป๊ะ เมื่ออัดแล้วร้องไลน์หลักเข้าไปมันทำให้เหมือนได้ฟังคนเล่นกีตาร์โปร่งพร้อมกันถึงสามตัว แถมมีจังหวะเพอร์คัสชั่นที่มาจากการทุบตัวกีตาร์ให้เกิดเสียงคล้ายกลองอีก อุวะ แม่เจ้า

บทเพลงต่างๆ ทยอยเล่นสลับกับพูดความในใจ Eraser, The A Team , Don’t , New Man, Love Yourself, Perfect, Lego House, Kiss Me, Give Me Love, Wayfaring Stranger และเมื่อมาถึงเพลงประกอบภาพยนตร์ Hobbit อย่าง I See Fire ผมไม่อาจละสายตาจากจอมอนิเตอร์บนเวทีได้เลย มังกรพ่นไฟบินโฉบไปมาบนจอทั้งหลายบนเวทีมันช่างอลังการมาก นอกจากระบบเสียงดี ชัด เคลียร์แล้ว ระบบไฟ แสง สี ต้องบอกเลยว่าสุดยอดความประทับใจครับ

หลายๆ เพลงเอฟเฟ็คสีสันจากจอมันงดงามมาก ทำให้เวลากว่าสามชั่วโมงที่ต้องยืนเบียดเสียดผู้คน และต่อสู้กับความร้อนของอากาศในสนามราชมังคลากีฬาสถานกลายเป็นเรื่องจิ้บจ้อยไปเลย

ช่วงท้ายมีบทเพลงเพราะๆ หวานๆ อีกเพียบ Dive, Thinking Out Loud เพลงให้โยกก็มาเพียบ Galway Girl, Nancy Mulligan และ Sing รวมไปถึงเพลงปิดท้ายที่แร๊พได้มันส์หยด You Need Me, I Don’t Need You เอาเป็นว่าเสียดายแทนคนที่ไม่ได้ไปดูจริงๆ ประทับใจมาก และหลังจากดูคอนเสิร์ตนี้จบ Loop คือเอฟเฟ็คตัวต่อไปที่ผมจะเอามาหัดเล่น เล่นได้แค่เสี้ยวนึงของ Ed ก็พอใจแล้วครับ One Man Show ตัวจริง ไม่แปลกใจเลยที่เขาก้าวขึ้นเป็นศิลปินระดับโลกและเป็นสุดยอดนักแต่งเพลงรุ่นใหม่ได้อย่างรวดเร็ว

ขอบคุณแรงบันดาลใจ จากคนที่เพิ่งเป็นแฟนคลับ Ed Sheeran

ขอขอบคุณ ภาพสวยๆ จาก คุณจ๊ะ #BECLiveNation

ตอนคอนเสิร์ตจบ ด้วยเพราะคนเยอะอาจทำให้การเดินทางลำบากหน่อย แต่มันเป็นปรากฏการณ์ที่ผมไม่ได้เห็นมานานมาก คนเยอะมากจริงๆ ครับ สนุก ประทับใจ ผมซื้อตั๋วยืน 3,500 บ. โซนด้านล่างหน้าเวที แต่เป็นซีกหลัง จะเห็นใกล้กว่าคนที่นั่งเก้าอี้พอสมควร อรรถรสอาจแตกต่างกันบ้างนิดหน่อย

Know Him

Ed Sheeran เกิดปี ค.ศ.1991

เรียนจบปริญญาตรี สถาบัน Academy of Contemporary Music ตอนอายุ 18 ปี (ค.ศ. 2009)

ออกอีพีแรก No. 5 Collaborations Project ทำเองขายเองอินดิ้สุดๆ ตอนต้นปี 2011 เป็นที่ชื่นชอบของศิลปินมากมาย จากนั้นค่ายเพลง Asylum Records ก็มาดึงตัวเข้าสังกัด

ออกเมเจอร์เดบิวในปี + "plus" (บวก) ในปีเดียวกัน

อัลบั้มขายดีระดับแพลตินัมในสหราชอาณาจักร

ซิงเกิล " The A Team " ทำให้เขาได้รับรางวัล The Ivor Novello Award สาขาเพลงยอดเยี่ยม ด้านดนตรีและเนื้อเพลงยอดเยี่ยม

ในปี 2012 ได้รับเสียงตอบรับและความนิยมจนได้รางวัล Best British Male Solo Artist และ British Breakthrough จาก Brit Award

 ในปีนี้เขาเริ่มมีชื่อเสียงในต่างประเทศโดยเฉพาะในอเมริกา ได้เป็นนักร้องรับเชิญในอัลบั้ม Red สตูดิโออัลบั้มที่สี่ของ เทย์เลอร์ สวิฟต์

เพลง "Everything has changed" ได้เข้าชิงรางวัลแกรมมี ค.ศ. 2013 สาขาเพลงแห่งปี ซึ่งเขาเล่นเพลงนี้ร่วมกับเอลตัน จอห์น ปี ค.ศ. 2013 และใช้เวลาส่วนใหญ่ร่วมทัวร์คอนเสิร์ตกับสวิฟต์ในอเมริกาเหนือ

ปลายปี ค.ศ. 2013 Word Tour ของเขาประสบความสำเร็จขายดีทั่วโลก และการแสดงที่แมดิสันสแควร์การ์เดน ในนิวยอร์ก

สตูดิโออัลบั้มที่สอง x (อ่านว่า "มัลติพลาย") ออกจำหน่ายวันที่ 23 มิถุนายน ค.ศ. 2014

อัลบั้มขึ้นอันดับ 1 ในบ้านเกิดและอเมริกา

ในปี ค.ศ. 2015 อัลบั้ม x ได้รับรางวัล Brit Award สาขาอัลบั้มแห่งปี และเขาได้รับรางวัล The Ivor Novello Award สาขานักแต่งเพลงแห่งปี ซิงเกิลจากอัลบั้ม x

เพลง "Thinking Out Loud" ทำให้เขาได้รับรางวัลแกรมมีในงานประจำปี ค.ศ. 2016 สาขา Song of the Year และ Best Pop Solo Performance

ในทัวร์คอนเสิร์ตรอบโลกของเขา ขายบัตรหมดเกลี้ยงถึง 3 รอบ

คอนเสิร์ตที่สนามกีฬาเวมบลีย์ กรุงลอนดอน ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2015 คือคอนเสิร์ตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดจนถึงเวลานี้

เดือนมีนาคม ค.ศ. 2017 ชีแรนออกสตูดิโออัลบั้มที่สาม ÷ (อ่านว่า "ดิไวด์") ซิงเกิ้ล Shape of You และ Castle on the Hill ขึ้นสู่อันดับที่ 1 และอันดับที่ 6 ของบิลบอร์ดฮอต 100 ตามลำดับ

วันที่ 28 เมษายน คือคอนเสิร์ตครั้งที่ 2 ในเมืองไทย และเป็นครั้งแรกที่ผมได้ดู บอกเลยโคตรประทับใจ

Back Issue