สมชัย ส่งวัฒนา : Creativity  &  Arts

สมชัย ส่งวัฒนา : Creativity & Arts

หลายคนอาจที่ได้มาสัมผัสพื้นที่แห่งศิลปะตรงนี้ต่างให้คำนิยามแตกต่างกันไป หรือหลายคนอาจจะยังไม่เคยย่างกรายเข้ามาในพื้นที่ ขนาด 11 ไร่ แห่งนี้ ขอแนะนำให้มาเยี่ยมเยียนดูสักครั้งเพื่อต่อยอดไอเดียทางด้านครีเอทีฟและงานศิลปะเอาไว้อย่างลงตัว วันนี้เราจะพามาทำความรู้จักกับผู้ก่อตั้งอาณาจักร “ช่างชุ่ย” แห่งนี้กัน พร้อมเล่าถึงไอเดียที่มาที่ไปของสถานที่แห่งนี้

“เท้าความไปถึง แบรนด์ Fly Now ของตัวผมเองก่อน Fly Now เกิดจากความคิดที่อยากจะเห็นแบรนด์ไทยสักแบรนด์ได้ประสบความสำเร็จในระดับที่ควรจะเป็น ซึ่งวันนี้มันก็ไปจนถึงจุดนั้นแล้ว แต่วันนี้ด้วยเรื่องของวัย เรื่องของอายุ เรื่องของความอยากของชีวิต เราดำเนินชีวิตมาถึงอายุใกล้จะ 60 แล้ว เราอยากจะทำอะไรให้กับชีวิตของตัวเรา แน่นอนล่ะ! เราทำธุรกิจมันก็เป็นเรื่องของธุรกิจ แฟชั่นก็เป็นธุรกิจ แต่ว่ามันเป็นเรื่องของดีไซน์ ความคิดสร้างสรรค์ รวมทั้งศิลปะด้วย อันนั้นก็เป็นเรื่องราวของเราเช่นกัน
“แน่นอนว่าในวันนี้ ช่างชุ่ย ก็เป็นตัวผมด้วยส่วนหนึ่ง มันเป็นความฝัน ความทะเยอทะยาน ที่จะสร้างมันขึ้นมา และเราก็มีคนจำนวนหนึ่งซึ่งเป็นพรรคพวก เพื่อนฝูง ที่คิดว่ามีอุดมการณ์ และมีอะไรพอที่จะแลกเปลี่ยนกันได้ อยากจะเห็นช่างชุ่ยมีบทบาท ที่ดีต่อสังคม และเราก็อยากเห็นสังคมพัฒนาไปสู่จุดที่ดีตามสไตล์ของผม มันเกิดขึ้นจากความรู้สึกที่คิดว่ามันดี 
“ถ้าเราเคยทำธุรกิจจนสำเร็จไปแล้ว เราก็ควรจะทำธุรกิจที่ทำให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม อยากจะเห็นคนรุ่นใหม่ เขาทำมาหากินเป็น จากการใช้ความคิดสร้างสรรค์ ต่อยอดไอเดีย การออกแบบ อยากจะเห็นคนในสังคมได้มาเรียนรู้เรื่องใหม่ ๆ ได้มีการนำเสนอมุมมองใหม่ ๆ ซึ่งมันก็คงไม่ได้เหมือนที่ไหนมาก่อน ในประเทศนี้ หรือแม้กระทั่งในโลกใบนี้ เพราะเราพยายามทำให้ช่างชุ่ยมีความแตกต่าง ฉะนั้นเมื่อมันเกิดพื้นที่นี้ขึ้นมา มันก็คงเป็นมุมมองใหม่ ๆ บางคนอาจจะคิดว่าละม้ายคล้ายอะไรก็สุดแล้วแต่ แต่ว่าในที่สุด ช่างชุ่ย 
ก็คือ ช่างชุ่ย นั่นเอง
“ตอนนี้เริ่มมีการสนใจความหมายของคำว่า ช่างชุ่ย ซึ่งผมว่าในเรื่องความหมายเราควรจะฟังจากคนที่มาช่างชุ่ยมากกว่าที่เราจะเป็นคนพูดออกไป เพราะก่อนหน้านี้เราพูดมาเยอะ แต่ว่าตอนนี้คนที่เข้ามาช่างชุ่ยนั้นหลากหลายกลุ่มมาก ซึ่งบางกลุ่มเราก็ไม่คาดฝันว่าเขาจะมา แต่เขาก็มา ฉะนั้นวันนี้เราจะหยุดพัก เพื่อจะมองว่าคนที่มายังที่แห่งนี้ เขาคือใคร แล้วเขาคิดอะไร แล้วเขาตีความหมายสำหรับที่นี่ ช่างชุ่ย อย่างไร วันนี้ผมคิดว่ามันก็คงเป็นเครื่องหมายคำถามกลับไปและมันเป็นโจทย์ที่เราอยากตั้ง ให้คนช่วยบอกหน่อย
ว่า ‘ช่างชุ่ย’ คืออะไร ‘ช่างชุ่ย’ มีอะไรดี 


“ความชุ่ย ชุ่ยยังไง? ถ้ามันดี ดียังไง? ก็กลับกันแทนที่จะพูดถึงนิยาม หรือจำกัดความ แต่วันนี้คิดว่าคนที่มาช่างชุ่ยคงจะเป็นคนที่ตอบมากกว่า และเราก็ควรที่จะเคารพคำตอบของเขา 
“ตอนนี้ก็ยังไม่ได้วางมือจากธุรกิจหลัก แต่ก็ไม่ได้ยึดติด แต่ไม่ได้ถึงกับปล่อยวาง คือมันเป็นกระบวนการที่เราจะต้องรู้ว่า เรามีชีวิตอยู่ มีบทบาทหน้าที่การงาน ในระดับไหนที่มีความเหมาะสมมากกว่า เพราะว่าการที่เรายึดกับบทบาทของตัวเองไปไม่เปลี่ยนแปลง ถือว่ามันเป็นความโง่เขลาของชีวิต การที่เราจะต้องรู้ว่าเราจะต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับงาน มากน้อยขนาดไหน มันเป็นปัญญาของผู้นำ อะไรที่มันควรปล่อยวางมันก็ต้องปล่อยวาง การที่เรามาสนใจเรื่องคน มาดูแลเรื่องคน ฟังคน ผมว่ามันเป็นเรื่องที่น่าสนใจ 


“ทุกสิ่งอย่างมันมีความต้องการ ความอยากที่จะทำ แต่เมื่อมันทำไปแล้ว มันก็ผ่านไปแล้ว เมื่อผ่านไปแล้วผมก็ไม่ได้สนใจนะ ว่าอะไรคือ Masterpiece แล้วถ้าจะมาพิจารณาจริง ๆ มันเป็นเพียงความคิดที่ว่ามันจะเป็น Masterpiece ทั้งชีวิตเมื่อถึงจุดจุดหนึ่งแล้ว ไม่มีอะไรเป็น Masterpiece เลย แต่ใครจะบอกว่ามันเป็นงาน Masterpiece ก็สุดแล้วแต่ เมื่อเวลามันผ่าน มันก็ผ่านไป 
“เหมือนกับเคยเห็นว่ายอดเขานี้มันสวยจังเลย อยากขึ้นไป แต่เมื่อขึ้นไปแล้วมันก็ไม่เห็นอะไรนะ! แต่กลับทำให้เราอยากเดินทางไปเขายอดอื่น ๆ คุณก็ได้ไปเห็นเขาหลาย ๆ ยอด ที่ทำให้คุณอยากจะเดินทางต่อไปอีก ถ้าคุณจะเปลี่ยนเป้าหมายไปทำอย่างอื่นต่อ มันขึ้นอยู่กับเราว่า เรากำหนดความทะเยอทะยานออกไป ความรู้สึกว่ามันต้องไปให้ได้ แล้วเมื่อทุกครั้งที่เราไปได้ มันก็ไม่มีอะไร มันก็แค่นั้นเอง และก็มักจะต้องหาเรื่องที่จะไปต่ออีก ก็เหมือนกับ FLYNOW ที่ประสบความสำเร็จในเวทีระดับโลก จนเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางนั่นแหละ


“ผมจะเบื่อตัวเองมากเลย ถ้าหากตื่นเช้ามาแล้ว มันมีแต่เรื่องเดิม ๆ ไม่มีอะไรดีกว่าเดิม เราจะรู้สึกว่าวันนี้ไม่ต้องมีอีกก็ได้ สมมติเราจะต้องตายช่วงอายุ 70 ปี แล้วมันมีวันที่ไม่มีค่าอยู่สัก 30 ปี มันก็เทียบเท่ากับว่าเราตายในช่วง อายุ 40 ปีก็ได้ ฉะนั้นวันนี้จะรังเกียจตัวเองแล้ว ถ้าตื่นขึ้นมาแล้ววันนี้ไม่ได้ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์เลย จะไม่ Happy กับตัวเอง 
“ธุรกิจกับความคิดสร้างสรรค์ว่าด้วยประโยชน์ทางสังคม สองเรื่องนี้เราคิดคำนึงไปพร้อมกัน เชียร์เรื่องที่สองมากกว่าเรื่องที่หนึ่ง แต่ว่ามันก็คือธุรกิจ แต่ถ้าธุรกิจอยู่ไม่รอด การช่วยเหลือหรือการอยากให้สังคมมีเรื่องราวดี ๆ ก็คงไม่ปรากฏ หรือปรากฏแต่เพียงเล็กน้อย ฉะนั้นธุรกิจมันจะต้องแข็งแรง เพื่อเอาเงินไปสร้างเรื่องราวที่มันจะเป็นประโยชน์ต่อสังคม ให้มันเจริญงอกงามเรากำลังจะทำโมเดลนี้ควบคู่กันไป สองสิ่งที่แหละที่ช่วยให้มั่นคงต่อไป” 

ธุรกิจกับความคิดสร้างสรรค์ว่าด้วยประโยชน์ทางสังคม สองเรื่องนี้เราคิดคำนึงไปพร้อมกัน