อัศจรรย์วันทอง : คลาสสิกท็อกซิกเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือความบันเทิงที่ร่วมสมัย สดใหม่ได้แสนอัศจรรย์แต่ยังไม่จับใจ | Film to Watch Short Review

อัศจรรย์วันทอง : คลาสสิกท็อกซิกเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือความบันเทิงที่ร่วมสมัย สดใหม่ได้แสนอัศจรรย์แต่ยังไม่จับใจ | Film to Watch Short Review

จากวรรณคดี “ขุนช้างขุนแผน” ที่เราคุ้นเคย สู่การดัดแปลงยกเครื่องเรื่องราวใหม่ในร่างเดิม “อัศจรรย์วันทอง” นับเป็นผลงานที่เต็มไปด้วยองค์ประกอบน่าสนใจ ภาพรวมของหนังยังคงเส้นเรื่องต้นฉบับเอาไว้ โดยเฉพาะเรื่องรักท็อกซิก พร้อมสอดแทรกมุมมองของยุคปัจจุบันเข้าไปอย่างชาญฉลาด ใช้ความแฟนตาซีเกิดใหม่ในต่างโลก บิดนั้นนิด เติมนี่หน่อย เพื่อชวนคนดูตั้งคำถามและวิพากษ์ค่านิยมจากอดีตที่ยังคงถูกส่งต่อมาจนถึงปัจจุบัน ทั้งความเป็นหญิง วิธีคิดแบบปิตา รวมถึงโครงสร้างอำนาจในสังคม

ถึงอย่างนั้น ประเด็นทั้งหลายที่ว่ามากลับทรงพลังน้อยกว่าที่คิด อาจเป็นเพราะการเล่าเรื่องที่เน้นพึ่งความรู้พื้นฐานในวรรณคดีต้นฉบับเพื่ออธิบายสิ่งที่หนังไม่ได้เล่ามากจนเกินไป โดยเฉพาะเส้นความรักที่ไม่มีซีนไหนทำให้เราเชื่อได้สนิทใจเลยว่านี่แหละจุดที่ทำให้พวกเขารักกันจริง ๆ บวกการลำดับเรื่องที่ทำให้แต่ละซีนดูโดดเด้งออกมาเป็นความสนุกแบบตอน ๆ มากกว่าเป็นเนื้อเดียวกัน เมื่อการนำเสนอกระท่อนกระแท่น ทำให้พอถึงจังหวะที่ควรจะตบได้แบบคม ๆ ไอเราคนดูเหมือนนั่งฟังตัวละครพูด ๆ สอนใจเราบลา ๆ โอเคมันเข้าใจ แต่มันไม่ได้อิมแพ็กทางอารมณ์อย่างที่ควรจะเป็น

ด้านนักแสดง “อิ้งค์ วรันธร” ฉายออร่าความปังผสานความมีมได้อย่างลงตัว มาพร้อมเคมีสาธารณะที่จับคู่กับใครก็ลงตัว “หมาก ปริญ” เท่จัดแต่ปักธงแดงได้น่าขนลุกขนพอง “กลัฟ คณาวุฒิ” กลายเป็นไอต้าวคลั่งรักได้ละมุนน่าหยิก “เฟย ภัทร” มาฮาไม่เกินจริง แต่ที่ยกให้เฉิดฉายคือ “ปริมมี่ วิพาวีร์” ที่บทส่ง การแสดงส่ง จนเธอคือ MVP ของเรื่อง

“อัศจรรย์วันทอง” จึงเป็นผลงานที่มอบความบันเทิงสุดอัศจรรย์สมชื่อ ดูเพลินมากมาย สดใหม่ในแง่การนำเสนอ เคมีนักแสดงยอดเยี่ยม แต่ท้ายที่สุด หนังยังคงพร่องในแง่ของความเข้มข้นและกลมกล่อม ที่จะส่งให้เรื่องราวของวันทองเวอร์ชันนี้จับใจคนดูได้อยู่หมัด

 

อัศจรรย์วันทอง : คลาสสิกท็อกซิกเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือความบันเทิงที่ร่วมสมัย สดใหม่ได้แสนอัศจรรย์แต่ยังไม่จับใจ | Film to Watch Short Review