ทวงแค้นเดือดระอุ โคตรคลั่งกว่าครั้งไหน เปิดใจ “เจสัน สเตแธม” ทุ่มสุดตัวทั้งหน้ากล้องและหลังฉาก พร้อมลากเดนคนจมก้นมหาสมุทร “Mutiny คนระห่ำห้ามรอด”
.jpg)
แอ็กชันสตาร์แห่งยุคผู้ไม่เคยถอยให้ใคร “เจสัน สเตแธม” พร้อมกลับมาระเบิดความระห่ำกระหน่ำความคลั่งยิ่งกว่าครั้งไหนในภาพยนตร์แอ็กชันบล็อกบัสเตอร์แห่งปี “Mutiny คนระห่ำห้ามรอด” กับภารกิจใหม่ทวงแค้นบนเรือบรรทุกสินค้าขนาดยักษ์กลางมหาสมุทร จัดเต็มความเดือดด้วยฉากแอ็กชันสุดมันส์นอนสต็อปที่โชว์สกิลหาตัวจับยาก เขาจะซัดไม่เลี้ยง ยิงไม่ยั้ง ฆ่าไม่หยุดในพื้นที่ปิดตาย รับรองงานนี้ไม่ว่าใครก็ไม่มีทางรอด!
หนังเล่าเรื่องราวของ “โคล รีด” (เจสัน สเตแธม) อดีตนาวิกโยธินคอมมานโดและเจ้าหน้าที่ตำรวจพิเศษประจำกรุงลอนดอน ซึ่งปัจจุบันทำงานรักษาความปลอดภัยให้กับ “ทิบู แคมพัลโล” (รามอน ติการัม) มหาเศรษฐีเจ้าของธุรกิจเดินเรือชาวไทยผู้เป็นทั้งเพื่อนและที่ปรึกษา เมื่อทิบูถูกลอบสังหารต่อหน้าต่อตา โคลจึงต้องทวงแค้นให้กับสหายร่วมรบ ภารกิจนี้พาเขาออกสู่น่านน้ำสากลที่ซึ่งเขาได้ค้นพบความลับอันชั่วร้ายที่ฝังรากลึกเกินคาดคิด
.jpg)
อะไรคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้คุณตัดสินใจรับเล่นภาพยนตร์เรื่องนี้ และการได้ร่วมงานกับผู้กำกับ “ฌ็อง-ฟร็องซัว ริเชต์” เป็นอย่างไรบ้าง
“ฌ็อง-ฟร็องซัว” เป็นผู้กำกับที่เจ๋งมากครับ เขามีลายเซ็นเป็นของตัวเองซึ่งผมชอบมาก และผมก็ประทับใจผลงานเก่าๆ ของเขาด้วย การได้ทำงานกับเขามันได้อะไรกลับมาเยอะมาก เขาอยากถ่ายทำจริงหน้ากล้องให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่อยากพึ่งพา CGI ซึ่งข้อนี้ผมขอคารวะเขาเลยครับ
ผู้กำกับหลายคนไม่มีแนวทางที่ชัดเจน แต่ “ฌ็อง-ฟร็องซัว” รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร เขาเลยทำงานได้ไว ถ่ายแค่เทกสองเทกแล้วก็ไปฉากต่อไปเลย เขามีทีมงานชั้นเยี่ยม เป็นประสบการณ์การทำงานที่สุดยอดมากครับ
เรื่องนี้คุณควบสองตำแหน่ง ทั้ง “แสดงนำ” และ “โปรดิวเซอร์” ด้วย
ผมหลงใหลในความซับซ้อนของการทำหนังครับ ผมรู้ว่าผมอยากทำหนังแนวไหน และอยากร่วมงานกับใคร ในฐานะโปรดิวเซอร์คุณได้เติมเต็มความฝันนั้น คุณจะอินกับผลลัพธ์ตอนจบมากขึ้นด้วย เพราะคุณรู้ว่ากว่าจะมาถึงจุดนี้ต้องฝ่าฟันอะไรมาบ้าง
ช่วยเล่าถึงงานสร้างฉากในสตูดิโอไพน์วูดให้ฟังหน่อย
ซีนที่เราถ่ายกันที่นั่นมันสุดยอดมากครับ งานฉากที่ “รัสเซลล์ เดอ โรซาริโอ” และทีมงานเนรมิตขึ้นมา มันเจ๋งสุดๆ ผลงานของเขามันไร้ที่ติจริงๆ
.jpg)
ความรู้สึกแรกตอนที่ได้เห็นเรือบรรทุกสินค้าของจริงที่จะใช้ถ่ายทำเป็นอย่างไรบ้าง
มันใหญ่กว่าภาพจำที่เรามีเยอะเลยครับ เพราะปกติเราจะเห็นมันแล่นผ่านไกลๆ เห็นลิบๆ ที่เส้นขอบฟ้าเท่านั้น พอมาเห็นใกล้ๆ มันมโหฬารมาก ใหญ่จนน่าทึ่งเหมือนเกาะลอยน้ำ การได้เห็นของจริงเป็นอะไรที่พิเศษมากครับ
ทำไมถึงเลือกที่จะไปถ่ายทำบนเรือจริงกลางทะเล ทั้งที่การถ่ายในสตูดิโอน่าจะสบายกว่า
การถ่ายทำบนเรือจริงมันค่อนข้างหฤโหดครับ แต่มันก็น่าสนใจกว่ามาก เพราะคุณจะได้เห็นกลไกของจริง มันดีกว่าการถ่ายทำในสตูดิโอแบบเทียบไม่ติด คุณอยู่กลางทะเล ได้กลิ่นควันเครื่องยนต์ และสัมผัสสนิมเหล็ก ทั้งหมดนี้มันช่วยเติมเต็มมิติให้กับบรรยากาศ มันไม่ใช่แค่การแสดง แต่เป็นการตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมจริงที่โอบล้อมคุณอยู่ ผมว่านี่แหละคือข้อดีที่เห็นได้ชัด
พูดถึง “สตีฟ กริฟฟิน” และทีมงานสตันต์ พวกเขามีส่วนสำคัญกับเรื่องนี้อย่างไร
“สตีฟ” และทีมงานของเขาเก่งกาจหาตัวจับยากครับ มันยากนะที่จะคิดคิวบู๊ใหม่ๆ เพราะมันถูกทำมาแล้วเป็นพันๆ แบบ แต่พวกเขากลับทำผลงานได้เหนือความคาดหมาย สำหรับผมทีมสตันต์คือฮีโร่ตัวจริงที่ปิดทองหลังพระ พวกเขาคือที่มาของความมันส์ที่เราได้เห็นบนจอ พวกเขาคือคนที่คิดภาพ ประกอบมันขึ้นมา และคอยดูแลความปลอดภัย ทีมสตันต์แบกรับความรับผิดชอบไว้มหาศาลมาก ถ้าไม่มีพวกเขา เราคงไม่มีหนังแอ็กชันให้ดูครับ
.jpg)
ส่วนตัวคุณเองมีแพสชันกับการเล่นฉากบู๊มากน้อยแค่ไหน
มันอาจจะฟังดูเหมือนเด็กประถมนะครับ แต่ผมตื่นเต้นกับคิวสตันต์และวิธีที่เราจะถ่ายทำมาก บางฉากในหนังอาจค่อนข้างสุดขั้ว แต่ผมว่ามันสมเหตุสมผล โหดได้ใจเลยละครับ
ไฮไลต์อย่างฉากต่อสู้ไคลแม็กซ์บนสะพานพาดเรือ มีความดุเดือดแค่ไหน และการทำงานกับ “โรแลนด์ มอลเลอร์” เป็นอย่างไร
ซีนนี้เป็นฉากการดวลเดือดสามสเต็ป เป็นซีนที่ “รีด” ต้องปะทะ “แมดเซน” (มอลเลอร์) เริ่มขึ้นบนเรือ “อาร์ทิมิส” ก่อนจะลากยาวไปบนสะพานพาดเรือที่แกว่งไปมาเหนือเกลียวคลื่น และไปจบลงที่เรือโจรสลัดอีกลำ เราต้องโหนไปมาระหว่างเรือสองลำบนสะพานนี้ ฟาดฟันกันด้วยขวานกับมีด ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นกลางทะเลเลยครับ “โรแลนด์” เล่นได้สุดยอดมาก นักแสดงหลายคนไม่อยากเปลืองตัวเล่นคิวบู๊หนักๆ แต่เขาตรงกันข้ามเลยครับ ทุ่มเทมาก
.png)
การเดินทางไปถ่ายทำที่ “ประเทศมอลตา” เป็นอย่างไรบ้าง
ในภาพยนตร์เรื่องนี้มีทีมงานท้องถิ่นระดับพระกาฬมาเสริมทัพทีมหลัก ทีมงานท้องถิ่นถวายหัวให้หนังเรื่องนี้เลยครับ พวกเขาทำงานกันหนักมาก ผมขอคารวะเลย เราซาบซึ้งใจจริงๆ เพราะถ้าไม่มีพวกเขา หนังเรื่องนี้คงไม่มีทางเป็นจริงได้ ทุกคนมาพร้อมกับทัศนคติที่ยอดเยี่ยม ซึ่งสำคัญมากเพราะคิวถ่ายแต่ละวันมันทั้งยาวนานและโหด สิ่งที่ผมประทับใจที่สุดใน “มอลตา” ก็คือผู้คนนี่แหละครับ ทีมงานลุยงานกันแบบไม่รู้จักคำว่าเหนื่อย แล้วในช่วงพักกองผมก็พาครอบครัวมาด้วย พวกเขาจะได้มาเห็นและสนุกไปกับผม เราไปเที่ยวเมืองเก่ากันมา มันน่าทึ่งและสวยงามมากๆ ครับ
สุดท้ายนี้ เครื่องแต่งกายในเรื่องมีส่วนช่วยในการเล่าเรื่องและสร้างตัวละครอย่างไร
ผมชื่นชมฝีมือของ “ลูลู บงต็อง” (ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย) มากครับ เราเคยร่วมงานกันมาสองสามครั้ง และเธอก็สุดยอดมาก เสื้อผ้าเป็นองค์ประกอบที่สำคัญมากในการทำหนัง สิ่งที่คนสวมใส่และภาพลักษณ์ของพวกเขาบอกเล่าเรื่องราวได้เยอะมาก เธอเหมือนวาดภาพผ่านเสื้อผ้าและงานตัดเย็บเลยครับ
โนสลิง โนสตันต์ มันส์สนั่นสุดขีด “เจสัน สเตแธม” ซัดเดือดจนมหาสมุทรต้องลุกเป็นไฟ “Mutiny คนระห่ำห้ามรอด” 3 กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์




