Supergirl : ดาร์กกว่าที่คิด ดีพกว่าที่คาด ภาพรวมอาจไม่สมบูรณ์แบบ แต่ดูเพลินสนุกมาก | Film to Watch Short Review
.png)
นับว่าเป็นก้าวที่เฉียบอยู่ไม่น้อย สำหรับการนำเสนอทิศทางของภาพยนตร์ลำดับที่สองของ DCU ให้แตกต่างจาก Superman ที่ฝั่งนั้นเน้นความหวัง ความสดใส แต่ขณะที่ “Supergirl - ซูเปอร์เกิร์ล” ออกทางพังก์ เกรอะกัง และดีพดาร์กกว่าที่คิด
สำหรับภาพรวม Supergirl ดูเป็นงานที่ว่าด้วยเรื่องราวของคนใจพังจากการสูญเสียบ้าน ใช้ชีวิตเมามายไปวัน ๆ เพื่อกลบฝังแผลใจ ก่อนเผชิญหน้าจุดพลิกผัน พยายามข้ามผ่าน และพบสถานที่ที่เรียกได้เต็มปากว่าบ้านในท้ายที่สุด ผสมผสานพล็อตบุกบู๊สู้เพื่อหมาแบบ John Wick ตะลุยอวกาศคล้าย GOTG ตัวร้ายและฟิลเตอร์ความเกรอะกรังแบบ Mad Max นำเสนอผ่านจังหวะการเล่าที่ค่อนข้างเรียบง่าย ไม่หวือหวา ดูบันเทิงแบบจอย ๆ ไม่ถึงขั้นฮุคคนดูได้อยู่หมัด แต่ก็สนุกตามแบบฉบับหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่เราเคยผ่านตาจนคุ้นชิน

สิ่งที่เป็นจุดขายหลักของเรื่องอย่าง “มิลลี่ อัลค็อก” ในบท “คาร่า ซอร์-เอล” นี่คือตัวเลือกที่ถูกต้องที่สุด เธอไม่ใช่แค่แสดงดี แต่เผยเสน่ห์ได้เฉิดฉายในทุกลุค มีทั้งความกวน ความเท่ ความพัง ความพังก์ ครบจบในคนเดียว มีพลังแต่ก็ไม่ได้เก่งเข้าขั้นพระเจ้า ยังคงโดนเนิร์ฟเหมือนลูกพี่ลูกน้องเธอ ด้วยสถานการณ์ที่สมเหตุสมผล เพื่อเพิ่มความลุ้นระทึกให้กับคนดู ซึ่งส่วนตัวมองว่าเวิร์กดี
ขณะที่งานสร้างของเรื่องนี้ก็ตระการตาอยู่ไม่น้อย ขยายเขตแดนอวกาศของ DCU ได้อย่างน่าสนใจ ไม่ใช่โลกที่ฉูดฉาดสวยงาม แต่กลับเป็นความดิบเถื่อน เป็นโลกเสื่อมโทรม สวนทางกับความสดใสของเรื่องก่อนหน้านี้ เสริมด้วยฉากแอ็กชันที่เสิร์ฟมาแบบพอดีคำ มีซีนเท่ ๆ ซีนสโลว์ที่น่าจดจำ อาจไม่ดุดันเท่าไหร่นัก แต่ทุกครั้งที่บู๊กัน บอกเลยว่ามันส์สะใจ ยิ่งดูใน IMAX สัมผัสประสบการณ์จอยักษ์ด้วยสัดส่วนภาพขยายที่ช่วงแรก ๆ อาจเน้นไปที่ห้วงอวกาศ ก่อนที่จะเฉลี่ยให้กับซีนแอ็กชันที่ช่วยสร้างอารมณ์ร่วมได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะไฟนอลแบทเทิลช่วงท้าย
.png)
แต่ถ้าถามว่ามีอะไรที่ไม่เวิร์กบ้าง อันดับแรกคงเป็นวิธีการนำเสนอที่ค่อนข้างเรียบง่ายไม่หวือหวา ตามอย่างที่พูดไว้ข้างต้น กล่าวคือทีมผู้สร้างเขามีวัตถุดิบชั้นดีในการสร้างสรรค์ความเข้มข้นให้กับเรื่องราว มีแมสเสจที่อยากจะสื่อสาร สามารถปรุงจัดได้อย่างถึงเครื่อง แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับกลายเป็นว่าดันปรุงจืดจนแอบรู้สึกว่าน่าเสียดาย
แถมตัวร้ายหลักของเรื่อง “เคร็มแห่งเยลโล่ฮิลล์” แม้ออกแบบการแสดงได้น่าสนใจ แต่ยังขาดมิติความลุ่มลึก เป็นแค่ตัวร้ายดาด ๆ ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ไม่เห็นอะไรไปมากกว่านั้น

ดีที่ยังมีพ่อหนุ่ม “โลโบ” การคาดเดาอะไรจากเขาไม่ได้เลยนี่แหละ ทำให้ซีนที่ปรากฏตัวเต็มไปด้วยรสชาติที่จี๊ดจ๊าดมากยิ่งขึ้น อร่อยมากยิ่งขึ้น แวะมาสั้น ๆ ไม่เยอะ แต่ก็ถือว่าขโมยซีนและน่าจดจำอยู่ไม่น้อย
สรุปแล้ว “Supergirl - ซูเปอร์เกิร์ล” อาจไม่ใช่ผลงานที่สร้างอิมแพ็กมากมายให้กับคนดู แต่ปฏิเสธไม่ได้เหมือนกันว่าดูแล้วเพลินมาก เป็นความบันเทิงแบบจอย ๆ ที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะความน่ารักของ “มิลลี่ อัลค็อก” ที่รับรองว่าได้ว่าดูบนจอยักษ์มันคุ้มค่ากว่าการดูผ่านหน้าจอทีวี มือถือ หรือแท็บเล็ตที่บ้านอย่างแน่นอน



