OUTRIGGER Phi Phi Island Resort เปิดประตูต้อนรับแขก สู่ประสบการณ์ Barefoot Luxury ริมทะเลอันดามัน

OUTRIGGER Phi Phi Island Resort เปิดประตูต้อนรับแขก สู่ประสบการณ์ Barefoot Luxury ริมทะเลอันดามัน

OUTRIGGER Phi Phi Island Resort เปิดประตูต้อนรับแขกสู่ประสบการณ์ Barefoot Luxury ริมทะเลอันดามัน

สัมผัสการพักผ่อนระดับห้าดาวริมชายหาดแหลมตง บนเกาะพีพี ที่สามารถเข้าถึงได้ทางเรือเท่านั้น ท่ามกลางอุทยานแห่งชาติทางทะเลของไทย

OUTRIGGER Hospitality Group ประกาศเปิดตัว OUTRIGGER Phi Phi Island Resort อย่างเป็นทางการ พร้อมต้อนรับแขกกลุ่มแรกสู่รีสอร์ตริมชายหาดแห่งใหม่บนเกาะพีพี เสริมพอร์ตโฟลิโอในประเทศไทยของแบรนด์ต่อจากรีสอร์ตในสมุย เขาหลัก และภูเก็ต รีสอร์ตแห่งนี้ตั้งอยู่ภายในเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา หมู่เกาะพีพี รายล้อมด้วยธรรมชาติอันงดงามของหน้าผาหินปูนที่ทอดตัวเหนือผืนน้ำสีเขียวมรกต พร้อมแนวต้นมะพร้าวที่เรียงรายตลอดแนวชายหาด และวิวทะเลอันดามันอันเงียบสงบ 

โดยรีสอร์ตประกอบด้วยห้องสวีทและวิลล่ารวม 63 ห้อง

“สิ่งที่เราได้สร้างขึ้นที่ OUTRIGGER Phi Phi Island Resort คือรีสอร์ตที่มีความพิเศษ เป็นหนึ่งในสถานที่พักผ่อนที่สะท้อนความงดงามของจุดหมายปลายทางที่น่าประทับใจที่สุดของประเทศไทย พร้อมถ่ายทอดวัฒนธรรมท้องถิ่นและธรรมชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่แห่งนี้อย่างเคารพและจริงใจ  การเปิดตัวครั้งนี้ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นระยะยาวของ OUTRIGGER ที่มีต่อประเทศไทย และเราเชื่อว่าผู้ที่เดินทางมาสัมผัสที่นี่จะได้รับประสบการณ์ที่แตกต่างและน่าประทับใจอย่างแท้จริง” Jeff Wagoner ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ OUTRIGGER Hospitality Group กล่าว

รีสอร์ตแห่งนี้สามารถเข้าถึงได้โดยทางเรือเท่านั้น ตั้งอยู่ภายในเขตอุทยานแห่งชาติซึ่งมีการควบคุมการพัฒนาอย่างเข้มงวด เพื่อคงไว้ซึ่งความสมบูรณ์ของธรรมชาติโดยรอบ ผู้เข้าพักจะเดินทางมาถึงทางทะเล ก่อนก้าวลงสู่ชายหาดท่ามกลางวิวเส้นขอบฟ้าของทะเลอันดามันที่ทอดยาว

ห้องสวีทและวิลล่าของรีสอร์ตได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด “นิทรา” หรือ “จิตวิญญาณแห่งการพักผ่อน” ถ่ายทอดผ่านงานเฟอร์นิเจอร์ทำมือ สิ่งทอจากวัสดุธรรมชาติ และลวดลายสานที่ได้รับแรงบันดาลใจจากงานหัตถกรรมท้องถิ่นของเกาะ ผสานเข้ากับความสะดวกสบายร่วมสมัยอย่างลงตัว รีสอร์ตนำเสนอห้องพักหลากหลายรูปแบบ โดยไฮไลต์ประกอบด้วย Hilltop Ocean View Pool Villa วิลล่าบนเนินเขาพร้อมสระว่ายน้ำอินฟินิตี้ส่วนตัวและวิวทะเลอันดามัน, Beachfront Pool Villa ที่ตั้งอยู่ติดชายหาด พร้อมมอบบรรยากาศการพักผ่อนริมทะเลอย่างใกล้ชิด และ Family Garden Villa ที่รายล้อมด้วยสวนตกแต่งแบบแนวเขตร้อน เหมาะสำหรับการพักผ่อนกับครอบครัว

ภายในรีสอร์ต ห้องอาหาร Mala Kitchen นำเสนอประสบการณ์ด้านอาหารภายใต้แนวคิด “สำรับไทย” ซึ่งสะท้อนศิลปะแห่งอาหารใต้ที่ให้ความสำคัญกับความสมดุลของรสชาติ เนื้อสัมผัส และวัฒนธรรมการรับประทานอาหารท้องถิ่น เมนูต่าง ๆ รังสรรค์จากเครื่องเทศพื้นเมือง วัตถุดิบสดใหม่ และอาหารทะเลจากชายฝั่งอันดามัน โดยทีมเชฟผู้มีความเชี่ยวชาญและเติบโตมากับวัฒนธรรมอาหารใต้โดยตรง ขณะที่ Edgewater Bar & Grill ห้องอาหารและบาร์ริมทะเลของรีสอร์ต เสิร์ฟอาหารทะเลสดใหม่ แกงไทยรสเข้มข้น และค็อกเทลสไตล์ทรอปิคัล ท่ามกลางวิวเปิดโล่งของทะเลอันดามัน จึงกลายเป็นจุดหมายสำหรับการชมพระอาทิตย์ตกและดื่มด่ำกับค่ำคืนริมทะเลอย่างสมบูรณ์แบบ

อุทยานแห่งชาติทางทะเลที่โอบล้อมรีสอร์ตแห่งนี้ ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ระบบนิเวศทางทะเลที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยกิจกรรมดำน้ำลึกที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน PADI จะพาผู้เข้าพักออกสำรวจแนวปะการังซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของเต่าทะเล กระเบนราหู และฉลามแนวปะการังที่สามารถพบเห็นได้เป็นประจำ รีสอร์ตยังมอบประสบการณ์การเดินทางเชิงอนุรักษ์ผ่านทริปล่องเรือไปยังเกาะและอ่าวที่ยังคงความสงบและมีนักท่องเที่ยวเข้าถึงอย่างจำกัด รวมถึงกิจกรรมปิกนิกบนเรือหางยาวที่ล่องผ่านแนวป่าชายเลนท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบ เพื่อให้ผู้เข้าพักได้ซึมซับธรรมชาติรอบตัวอย่างเต็มที่ สำหรับกิจกรรมภายในรีสอร์ต ผู้เข้าพักสามารถร่วมคลาสเรียนทำอาหารไทยแบบส่วนตัว เพลิดเพลินกับกิจกรรมกีฬาทางน้ำแบบไม่ใช้เครื่องยนต์ หรือเวิร์กช็อปร้อยลูกปัดซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากงานหัตถกรรมดั้งเดิมของชุมชนบนเกาะ ขณะที่ Zeavola Spa นำเสนอโปรแกรมการผ่อนคลายที่ต่อยอดจากศาสตร์การดูแลสุขภาพแบบไทยภาคใต้และสมุนไพรท้องถิ่น รีสอร์ตยังตอบโจทย์การพักผ่อนสำหรับครอบครัวด้วย Coral Kids Club คิดส์คลับ และโซนสำหรับวัยรุ่นโดยเฉพาะ อีกทั้งยังสามารถเดินทางต่อไปยัง ต้นไทรวิลเลจที่เป็นศูนย์กลางของเกาะพีพีที่เต็มไปด้วยร้านอาหาร บาร์ และร้านค้าท้องถิ่น ได้โดยใช้เวลาเพียงไม่นานทางเรือ

ชาวอูรักลาโวยจ ซึ่งเป็นชนพื้นเมืองดั้งเดิมของหมู่เกาะแห่งนี้ ได้ตั้งถิ่นฐานและใช้ชีวิตอยู่ที่นี่มายาวนานหลายศตวรรษ โดยวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชุมชนได้กลายมาเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการออกแบบรีสอร์ต รวมถึงพิธีต้อนรับผู้เข้าพัก ผู้เข้าพักทุกคนจะได้รับสร้อยข้อมือลูกปัดทำมือเมื่อเดินทางมาถึง ซึ่งเป็นธรรมเนียมที่สืบทอดมาจากวัฒนธรรมของชาวอูรักลาโวยจ และสะท้อนถึงบทบาทสำคัญของชุมชนท้องถิ่นที่เป็นหัวใจของอัตลักษณ์รีสอร์ตแห่งนี้ นอกจากนี้ ผู้เข้าพักยังสามารถเข้าร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อปร้อยลูกปัด เพื่อเรียนรู้เรื่องราวและต้นกำเนิดของงานหัตถกรรมพื้นถิ่น ซึ่งเชื่อมโยงกับเส้นทางการค้าโบราณของหมู่เกาะพีพีในอดีต

รีสอร์ตแห่งนี้ได้รับการออกแบบและก่อสร้างโดยเลือกใช้วัสดุท้องถิ่นและวัสดุจากธรรมชาติ พร้อมคำนึงถึงความกลมกลืนกับสิ่งแวดล้อมโดยรอบ ทั้งการเปิดรับแสงธรรมชาติและการระบายอากาศอย่างเหมาะสม การลดของเสีย และการให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ระบบนิเวศภายในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ การดำเนินธุรกิจภายในเขตอุทยานแห่งชาติถือเป็นทั้งสิทธิพิเศษและความรับผิดชอบสำคัญ ดังนั้น ทุกมาตรฐานของรีสอร์ตจึงถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายเรียบง่ายแต่ชัดเจน คือให้ผู้เข้าพักทิ้งไว้เพียงรอยเท้าบนผืนทราย และเก็บกลับไปเฉพาะความทรงจำอันน่าประทับใจ

OUTRIGGER Phi Phi Island Resort ยังได้เข้าร่วมโปรแกรม GHA DISCOVERY อย่างเป็นทางการ เชื่อมต่อรีสอร์ตเข้ากับเครือข่ายสมาชิกกว่า 35 ล้านคน จากโรงแรมกว่า 1,000 แห่ง ใน 100 ประเทศทั่วโลก พร้อมมอบสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิก ทั้งราคาพิเศษ DISCOVERY Dollars (D$1 = US$1) และการบริการที่ได้รับการดูแลตั้งแต่ก้าวแรกของการเข้าพัก

สำรองการเข้าพักได้แล้ววันนี้ที่ www.outrigger.com/thailand/outrigger-phi-phi-island-resort.

OUTRIGGER Phi Phi Island Resort เปิดประตูต้อนรับแขก สู่ประสบการณ์ Barefoot Luxury ริมทะเลอันดามัน