เช็กสิทธิเลือกตั้ง 2569 ตรวจสอบหน่วยเลือกตั้ง อยู่ที่ไหน ดูได้ที่นี่
เตรียมความพร้อมก่อนเข้าคูหา เช็กสิทธิเลือกตั้ง 2569 เพื่อตรวจสอบรายชื่อและหน่วยเลือกตั้งของท่านให้ชัดเจน สำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และการออกเสียงประชามติครั้งสำคัญที่กำลังจะมาถึง กำหนดการวันเลือกตั้งถูกประกาศให้เป็น วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 08.00 - 17.00 น. โดยประชาชนจะได้รับบัตรลงคะแนนถึง 3 ใบ เพื่อเลือกคน เลือกพรรค และตัดสินอนาคตประเทศผ่านประชามติ
ช่องทางตรวจสอบสิทธิเลือกตั้ง 2569 ออนไลน์
ประชาชนผู้มีสิทธิสามารถตรวจสอบรายชื่อ ลำดับที่ และพิกัดหน่วยเลือกตั้งได้ง่ายๆ เพียงกรอกเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ผ่านระบบของกรมการปกครอง ดังนี้
ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส. : คลิก ตรวจสอบรายละเอียดผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.)
ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ : คลิก ตรวจสอบรายละเอียดผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ
คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
1. มีสัญชาติไทย ถ้าแปลงสัญชาติต้องได้สัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี
2. มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีในวันเลือกตั้ง
3. เป็นผู้มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งมาแล้วไม่น้อยกว่า 90 วันนับถึงวันเลือกตั้ง
หลักฐานที่ใช้แสดงตนในการลงคะแนนเลือกตั้ง
1. บัตรประจำตัวประชาชน (บัตรที่หมดอายุก็ใช้ได้)
2. บัตรหรือหลักฐานอื่นใดของทางราชการหรือหน่วยงานของรัฐออกให้ที่มีรูปถ่ายและมีเลขประจำตัวประชาชน (ต้องเป็นบัตรไม่หมดอายุ) เช่น บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ ใบอนุญาตขับขี่ พาสปอร์ต
3. หลักฐานภาพอิเล็กทรอนิกส์ที่เปิดผ่านแอปพลิเคชันของหน่วยงานของรัฐตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น แอปพลิเคชัน ThaID (บัตรประจำตัวประชาชนอิเล็กทรอนิกส์) แอปพลิเคชัน DLT QR LICENCE (ใบอนุญาตขับขี่อิเล็กทรอนิกส์) และแอปพลิเคชันบัตรคนพิการ (PWD) บัตรประจำตัวคนพิการอิเล็กทรอนิกส์
การเตรียมความพร้อมก่อนไปเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
1. ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
- ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 25 วัน ตรวจสอบรายชื่อได้ที่ที่เลือกตั้ง หรือบริเวณใกล้เคียงกับที่เลือกตั้ง หรือผ่านเว็บไซต์ www.ect.go.th หรือแอปพลิเคชัน Smart Vote และเว็บไซต์สำนักบริหารการทะเบียน www.bora.dopa.go.th
- ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 20 วัน ตรวจสอบรายชื่อจากเอกสารที่แจ้งรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งมายังเจ้าบ้าน หรือเว็บไซต์สำนักบริหารการทะเบียน กระทรวงมหาดไทย www.bora.dopa.go.th
2. การเพิ่มชื่อ – ถอนชื่อ ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 10 วัน หากพบว่าตนเองหรือผู้มีชื่อยู่ในทะเบียนบ้านของตน ไม่มีรายชื่ออยู่ใน
บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง หรือเจ้าบ้านเห็นว่ามีชื่อบุคคลอื่นอยู่ในทะเบียนบ้านของตน โดยไม่ได้อาศัยอยู่จริงให้ยื่นคำร้องต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นเพื่อขอเพิ่มชื่อ - ถอนชื่อ พร้อมนำสำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนหรือบัตรประจำตัวอื่นใด ที่ทางราชการออกให้ไปแสดงด้วย
เข้าใจบัตรเลือกตั้ง 3 ใบ 3 สี
การเลือกตั้งครั้งนี้มีความพิเศษกว่าปกติ เพราะท่านจะได้รับบัตร 3 ใบ แยกตามวัตถุประสงค์ ดังนี้
บัตรสีชมพู : สำหรับเลือกตั้ง สส. บัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) เลือกได้ 1 หมายเลข
บัตรสีเขียว : สำหรับเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขต เลือกได้ 1 หมายเลข
บัตรสีเหลือง : สำหรับออกเสียงประชามติ (คำถามเรื่องรัฐธรรมนูญฉบับใหม่)
ทำอย่างไรหากไม่สามารถไปใช้สิทธิได้
หากท่านมีเหตุจำเป็นที่ทำให้ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ (เช่น เจ็บป่วย, อยู่ห่างไกลเกิน 100 กม., หรือมีธุระด่วน) ต้องทำการ "แจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิ" เพื่อป้องกันการถูกตัดสิทธิทางการเมือง ระยะเวลาในการแจ้งคือ ภายใน 7 วันก่อนวันเลือกตั้ง หรือ ภายใน 7 วันหลังวันเลือกตั้ง โดยสามารถแจ้งได้ผ่านทาง เว็บไซต์ www.ect.go.th, แอปพลิเคชัน Smart Vote หรือยื่นหนังสือต่อนายทะเบียนอำเภอ/ท้องถิ่น
หากไม่ไปเลือกตั้งและไม่แจ้งเหตุที่ไม่อาจไปเลือกตั้ง สส. จะถูกจำกัดสิทธิดังนี้
1. ยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
2. สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหาร ท้องถิ่นหรือสมัครรับเลือก
เป็นสมาชิกวุฒิสภา
3. สมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้านตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะการปกครองท้องที่
4. ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมืองและข้าราชการรัฐสภา
ฝ่ายการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการรัฐสภา
5. ดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ประธานที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น หรือคณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
การ เช็กสิทธิเลือกตั้ง 2569 และเตรียมตัวให้พร้อม จึงเป็นหน้าที่สำคัญของคนไทยทุกคน เพื่อรักษาสิทธิของตนเองและร่วมกำหนดทิศทางของประเทศในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้



