อีจองฮยอน และ อีเร สองนักแสดงหญิงที่ร่วมฝ่าวิกฤตฝูงซอมบี้คลั่งใน Train to Busan: Peninsula : MiX Magazine It's man man's world!
อีจองฮยอน และ อีเร สองนักแสดงหญิงที่ร่วมฝ่าวิกฤตฝูงซอมบี้คลั่งใน Train to Busan: Peninsula

Train to Busan: Peninsula ฝ่านรก ซอมบี้คลั่ง ภาพยนตร์แอคชั่นเคซอมบี้ฟอร์มยักษ์ ที่บอกเล่าเรื่องราวในมุมมองที่กว้างขึ้นโดยมีฉากหลังเป็นคาบสมุทรเกาหลี 4 ปีหลังจากเหตุการณ์ใน Train to Busan ซึ่งทั้งภูมิภาคโดนฝูงซอมบี้เข้ายึดครอง หนังว่าด้วยเรื่องราวของชายที่หวนคืนแผ่นดินบ้านเกิด, กลุ่มผู้รอดชีวิตที่ไม่เคยจากไปไหน และกลุ่มคนวิปริตเพราะสภาพแวดล้อมอันโหดร้าย ที่ล้วนต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเอาตัวรอดจากฝูงซอมบี้ที่ระบาดทั่วทั้งคาบสมุทร

โดยในครั้งนี้นอกจาก คังดงวอน ที่มารับบทเป็น จองซอก ชายผู้เป็นความหวังสุดท้ายที่จะพาผู้รอดชีวิตหนีตายจากเกาะที่เต็มไปด้วยฝูงซอมบี้แล้ว ยังมีอีก 2 บทบาทที่มีส่วนช่วยให้มนุษย์รอดชีวิตจากฝูงซอมบี้ได้ และช่วยเหลือจองซอกได้ดีที่สุดคือบทบาทของ มินจอง รับบทโดย อีจองฮยอน ผู้หญิงที่มีประสบการณ์เอาชีวิตรอดมาโชกโชน เธอคือหญิงสาวที่ต่อสู้เพื่อปกป้องลูกสาว 2 คน เป็นหญิงแกร่งที่รอดชีวิตอยู่ท่ามกลางฝูงซอมบี้ และนี่ถือเป็นบทที่หินที่สุดในชีวิตนักแสดงของเธอ อีจองฮยอนแจ้งเกิดจาก A Petal และทำให้เธอคว้ารางวัล Blue Dragon Awards สาขานักแสดงหญิงหน้าใหม่ไปครอง จากนั้นเธอรับบทในภาพยนตร์คุณภาพมากมาย เช่น Roaring Currents, Alice In Earnestland และ Battleship Island ก่อนที่จะมารับบทนำควบคู่ไปกับ คังดงวอนในภาพยนตร์เรื่อง Train to Busan: Peninsula ฝ่านรก ซอมบี้คลั่ง 

และอีกหนึ่งบทบาทที่มีส่วนช่วยในการฝ่าวิกฤตซอมบี้ในครั้งนี้คือ เด็กสาวนักซิ่ง จุนอี รับบทโดย อีเร โดยจุนอีโตขึ้นมาในคาบสมุทรเกาหลีหลังโลกาวินาศ เธอเรียนรู้วิธีเอาชีวิตรอดก่อนที่จะอ่านหนังสือออก ทักษะการขับรถขั้นเทพของเธอทำให้เธอซิ่งฝ่าถนนที่มีแต่ซอมบี้ได้สบาย ถึงแม้ว่าต้องดูแลน้องสาวไปด้วยก็ตาม อีเรแจ้งเกิดจากเรื่อง Hope ในปี 2013 เธอรับบทเป็นเด็กหญิงที่เป็นเหยื่อการคุกคามทางเพศ การแสดงของเธอเป็นที่ฮือฮาไปทั้งเกาหลี หลังจากนั้นเธอรับบททั้งทางจอเงินและจอแก้ว ไม่ว่าจะเป็น How to Steal a Dog, A Melody to Remember และ Seven Years of Night ก่อนที่จะมาเป็นเด็กนักซิ่ง ซึ่งผู้กำกับ ยอนซังโฮได้กล่าวว่า “บทบาทของเธอในเรื่องนี้เป็นตัวขโมยซีนขนานแท้และโดดเด่นไม่แพ้ มาดงซอก ใน Train to busan เลยทีเดียว”

 

ก่อนที่จะได้ชมการแสดงเต็มๆของ อีจองฮยอน และ อีเร เรามาทำความรู้จักและเข้าใจถึงบทบาทของทั้ง 2 คน ในภาพยนตร์เรื่อง Train to Busan: Peninsula ฝ่านรก ซอมบี้คลั่ง กันก่อน

อยากให้อธิบายถึงคาแรกเตอร์ของตัวเองในภาพยนตร์เรื่องนี้

อีจองฮยอน : ฉันรับบทมินจองค่ะ เป็นผู้รอดชีวิตที่อาศัยในซากปรักหักพังของเมืองค่ะ เป็นคนที่แข็งแกร่ง และเปรียบเหมือนกับสุนัขจรจัดเลยค่ะ เพราะใช้ชีวิตเพื่อปกป้องลูก แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจหนีไปกับลูกๆ พร้อมกับจองซอก ในเรื่องนี้เป็นคาแรกเตอร์ที่เข้มแข็งมากค่ะ

อีเร : ตัวของจุนอีถูกบังคับให้เรียนรู้ที่จะขับรถเองค่ะ เพื่อความอยู่รอดในดินแดนที่ถูกทำลายล้าง และจัดการพวกซอมบี้ด้วยรถยนต์ค่ะ ถึงแม้จุนอีจะอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้าย เขาก็ยังดูแลครอบครัวได้ดีมากเป็นคาแร็คเตอร์ที่อบอุ่นมากๆค่ะ

คาแรกเตอร์คุณเหมือนกับนักรบหญิง แล้วทางคุณได้มีการเตรียมตัวหรือฝึกซ้อมอย่างไรบ้างก่อนการถ่ายทำ

อีจองฮยอน : จริงๆที่ผ่านมาฉันเล่นคาแรกเตอร์ที่แข็งแกร่งมาหลายบท ทางผู้กำกับก็เลยเลือกฉันค่ะ อีกอย่างฉันเป็นแฟนคนหนึ่งที่ได้ดู Train to Busan เลยคิดตลอดว่าฉันต้องแสดงอย่างไร ผู้ชมถึงจะอินไปกับการแสดงของเรา ตอนที่ได้อ่านบท ฉันคิดว่าแอคชั่นยาก จึงไปฝึกต่อสู้กับทีมแอคชั่นไว้เยอะเลยค่ะ เผื่อว่าผู้กำกับอยากได้อะไรพิเศษ แต่ตอนถ่ายจริงกลับผ่านไปได้ด้วยดีมากค่ะ ผู้กำกับมีภาพในหัวเป็นแอคชั่นที่ธรรมดาสมจริงแต่ดูแข็งแรงและใช้พลังมากๆ ขอบคุณผู้กำกับที่ทำให้บรรยากาศการถ่ายหนังออกมาเป็นกันเอง ทำให้ฉันเองก็สบายใจค่ะ ผู้กำกับให้ไดแรคชั่นที่ดีก่อนการถ่ายทำ ทั้ง จองซอก ทั้ง อีเร และเยวอน ทุกคนเลยตั้งใจทำงานกันได้แบบสบายใจค่ะ ชอบมากๆค่ะ ชอบทุกอย่างเลย

ตอนเข้าฉากผู้กำกับมีสั่งอะไรพิเศษไหม ตอนที่คุยกับผู้กำกับได้คุยประเด็นเกิ่ยวกับอะไรเป็นหลัก

อีเร : ตอนแรกกังวล และกดดันมาก เพราะต้องสื่อคาแรกเตอร์จุนอีออกไปให้ผู้ชมเห็นได้ชัด แต่ผู้กำกับพยายามผ่อนคลาย และยังบอกอีกว่าไม่ต้องกดดัน ทำให้เป็นธรรมชาติ หนูจึงทำผลงานออกมาได้ดีมากเลยค่ะ

ระหว่างการถ่ายทำภาพยนตร์ นักแสดงเจอปัญหาอะไรบ้าง มีความลำบากด้านไหนบ้าง

อีเร : ปกติการแสดงอื่นๆ ส่วนใหญ่จะมาจากประสบการณ์ที่ผ่านมาของเรา แต่ในหนังมีซีนที่เราไม่เคยเจอมาก่อน จินตนาการไม่ออกเลย ค่อนข้างเป็นห่วงว่าเราจะแสดงออกมาอย่างไร จะทำได้ไหม ทุกคนเหนื่อยเท่ากันหมด แต่ทีมงานทุกคนก็เต็มที่มากๆ เลยทำงานออกมาได้อย่างสบายใจกว่าที่เป็นกังวลค่ะ

อีจองฮยอน : ตอนที่อ่านบท และตอนที่ไปกองถ่ายครั้งแรกกังวลมากค่ะ เพราะมีซีนแอ็คชั่นเยอะมาก ก็เลยคิดว่าจะทำได้หรือเปล่า มันต้องเป็นการทำงานที่ยากแน่ๆ เลยค่อนข้างทำใจมาก่อน แต่ทางผู้กำกับได้เตรียมความพร้อมมาอย่างดีค่ะ การถ่ายทำเลยรวดเร็วและแม่นยำมาก เลยไม่มีวันไหนที่รู้สึกเหนื่อยเลยค่ะ เพราะเป็นการทำงานที่คิดมาอย่างดีแล้ว การถ่ายทำจึงเสร็จอย่างรวดเร็ว ดีมากเลยค่ะ มีอยู่วันหนึ่งที่คุณคังดงวอนเลี้ยงเนื้อย่างทีมงาน เป็นเนื้อย่างอย่างดี ราคาแพงมากค่ะ ทีมงานทั้งกองถ่ายเลยมีกำลังใจกันมากในการทำงาน มันเป็นความทรงจำที่ดีมากค่ะ เลยคิดว่าหลังจากนี้ถ้าได้ทำงานอื่น ก็คงจะคิดถึงกองถ่ายและการทำงานกับผู้กำกับคนนี้มากแน่ๆ

การทำงานกับนักแสดงเป็นอย่างไรบ้าง

อีจองฮยอน : สนุกจริงๆค่ะ ผู้กำกับเก่งมาก เขาจะแสดงตัวอย่างให้ทีมงานดูทุกครั้งก่อนการทำงานค่ะ พวกเราก็เลยมีสมาธิแถมยังสนุกมากๆในการทำงาน มีความสุขที่มาทำงานค่ะ อย่างที่บอกผู้กำกับเขามีมุมมองที่ชัดเจน มีภาพอยู่ในหัวตลอดเวลา เป็นผู้กำกับที่ดีที่สุดเลยค่ะ

อีเร : ตื่นเต้นมากค่ะที่ได้ร่วมงานกับผู้กำกับและนักแสดงที่มีชื่อเสียงขนาดนี้ แต่พอถึงเวลาทำงานทุกคนทำให้บรรยากาศดีมากค่ะ แถมนักแสดงทุกคนก็ใจดีกับหนู ดูแลกันดีมาก ประทับใจมากเลยค่ะ บางครั้งการที่เรายังเด็กก็อาจจะสร้างความยากในการทำงานบ้าง แต่ผู้กำกับก็ช่วยให้หนูผ่านเรื่องหนักใจนี้ไปได้ด้วยดีค่ะ

หลังจากที่ภาพยนตร์ Peninsula ถูกรับเลือกโดยเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ คุณรู้สึกเสียใจหรือไม่ ที่ไม่ได้มีโอกาสไปร่วมในงานเปิดตัวที่นั่น

อีจองฮยอน : เสียใจมากๆค่ะ ถึงแม้จะเสียใจมากก็จริง แต่ฉันก็มีความสุขค่ะ ฉันได้ข่าวช่วงเช้าเลยได้ส่งข้อความหาผู้กำกับและได้รับข้อความแสดงความยินดีกลับมา ตอนนั้นดีใจมากเลยค่ะ

อีเร : ก็คงพูดว่าไม่เสียใจไม่ได้นะคะ แต่ตัวหนูเองยังต้องสะสมประสบการณ์ในการทำงานให้มากกว่านี้ค่ะ ยังต้องทำงานให้มากขึ้น เรียนรู้อะไรเพิ่มเติม ก็เลยค่อนข้างยอมรับสิ่งนี้ค่ะ

ฝากผลงานภาพยนตร์ Train to Busan: Peninsula ฝ่านรก ซอมบี้คลั่ง กันหน่อย

อีจองฮยอน : เรื่องนี้ซอมบี้เร็วกว่า Train to Busan แน่นอนค่ะ ทั้งตื่นเต้นและยังมอบความสะใจให้กับผู้ชมมากถึงสองเท่าเลยค่ะ ถึงแม้ Train to Busan จะสนุกก็จริง แต่ Peninsula ต้องสนุกมากกว่า อย่าลืมใส่หน้ากากและไปชมภาพยนตร์ที่โรงภาพยนตร์นะคะ

อีเร : ถึงแม้ว่าช่วงนี้จะเป็นช่วงที่ยากลำบากสำหรับทุกคนนะคะ อยากจะให้หนังเรื่องนี้ให้กำลังใจกับทุกๆคนค่ะ อยากให้ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นของขวัญสำหรับทุกๆคนเลยค่ะ