กัญชา ยาเสพติดให้โทษ หรือประโยชน์ทางการแพทย์

law in life

กัญชา (Cannabis indica) ยาเสพติดให้โทษหรือประโยชน์ทางการแพทย์ เรื่องดังกล่าวถูกตั้งเป็นประเด็นและถกเถียงกันอย่างมากในประเทศ เพราะก่อนที่ สนช. จะรับร่างกฎหมายยาเสพติด เพื่อผ่อนปรนให้กัญชาใช้ได้ในทางการแพทย์ ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ได้ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 นี้ กัญชาถูกจัดอยู่ในยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ไม่อนุญาตให้ใช้แม้กระทั่งในทางการแพทย์ จึงเกิดการถกเถียงเป็นที่กว้างขวางว่าควรจะมีการแก้ไขพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 กำหนดให้แก้ไขกัญชาจัดเป็นประเภท 2 และสามารถนำสารสกัดจากกัญชามาใช้ในทางการแพทย์ได้ ยิ่งกว่านั้นยังมีเสียงเรียกร้องให้ปลดล็อกเสรี ถึงขั้นครอบครองเสพและขายไม่มีความผิด ใช้ได้ทั้งทางการแพทย์และสันทนาการ

กัญชาในหลายประเทศอย่างเช่น อุรุกวัย แคนนาดา เนเธอร์แลนด์ ออสเตรเลีย รวมไปถึงอีกหลายรัฐของสหรัฐอเมริกาเป็นพืชที่ถูกกฎหมาย เพื่อใช้ในวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ รวมไปถึงบางประเทศเองถึงกับตั้งเป้าให้เป็นพืชเศรษฐกิจและเป็นผู้ส่งออกอันดับหนึ่งของโลก เพราะในทางการแพทย์ได้มีการใช้สารสกัดของกัญชาเพื่อบำบัดรักษาอาการเจ็บป่วยได้หลายอย่าง เช่นอาการปวดเรื้อรัง ช่วยผ่อนคลายให้นอนหลับ, อาการหอบหืด ผลข้างเคียงโรคมะเร็ง ลมชัก ฯลฯ รวมไปถึงในประเทศที่ให้เสรีกัญชา ยังให้เสพเพื่อการสันทนาการได้ แต่ทุกอย่างมีข้อดีก็มีข้อเสียนะครับ เพราะการใช้กัญชาอย่างไม่ถูกวิธีและปริมาณที่ไม่เหมาะสมอาจจะทำให้เกิดอาการทางจิต ทำให้ร่างกายอ่อนแอ ทำลายสมรรถภาพทางร่างกาย รวมไปถึงการทำลายระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายได้

ถึงวันนี้สนช.ได้มีมติรับร่างกฎหมายดังกล่าวและอีกไม่นานคนไทยจะได้ใช้กัญชาเพื่อทางการแพทย์แล้ว โดยสาระสำคัญ
ของพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้แก่

1. ยังคงกำหนดให้ “กัญชา” เป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ซึ่งการใช้เสพเพื่อความบันเทิงหรือสันทนาการยังเป็นความผิดตามกฎหมาย

2. ห้ามมิให้ผลิต นำเข้า หรือส่งออก เว้นแต่ได้รับใบอนุญาตจากผู้อนุญาต เฉพาะในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ของทางราชการ

3. ผู้มีสิทธิขออนุญาต ได้แก่ กระทรวง ทบวง กรม องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น กรุงเทพมหานคร สภากาชาดไทย หรือองค์การเภสัชกรรม ผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะระหว่างประเทศ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม เภสัชกรรม ทันตกรรม สัตวแพทย์ชั้นหนึ่ง แพทย์แผนไทยสาขาเวชกรรมไทยและแพทย์แผนไทยประยุกต์

4. ห้ามจำหน่าย หรือมีไว้ครอบครอง เว้นแต่ได้รับใบอนุญาต การมีไว้ในครอบครองตั้งแต่ 10 กิโลกรัมขึ้นไป ให้สันนิษฐานว่าเป็นการมีไว้ครอบครองเพื่อจำหน่าย

5. แพทย์ที่ได้รับใบอนุญาตสามารถสั่งให้ผู้ป่วยใช้เพื่อการศึกษาวิจัยและการบำบัดรักษาโรคได้ โดยไม่เป็นความผิด 

6. ผู้ป่วยที่แพทย์สั่งให้ใช้ สามารถมีไว้ในครอบครองได้ไม่เกินจำนวนที่จำเป็นสำหรับใช้รักษาโรคเฉพาะตัวตามที่แพทย์สั่งได้ โดยไม่มีความผิด

อย่างไรก็ตามอะไรที่มีคุณอนันต์ฉันท์ใด ก็สามารถให้โทษมหันต์ได้ฉันท์นั้น หากการนำไปใช้อย่างไม่ถูกวิธีในทางที่ผิด และเกินความจำเป็น เมื่อพระราชบัญญัตินี้บังคับใช้หวังว่าคนไทยจะได้ประโยชน์จากพืชชนิดนี้มากกว่าโทษนะครับ 
 

 คำคม 
"สิ่งใดก็ตามที่มีที่มาโดยเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนมากกว่าส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ย่อมส่งผลกระทบในทางวิบัติเสมอ" 
นิติธัช

 

TEXT : นิติธัช

Back Issue